เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
ดูทั้งหมด

วิจัยกรุงศรี มองการบริโภคโตต่อเนื่อง คาด Easy-E-Receipt หนุนจีดีพีเพิ่ม 0.18%

16 ม.ค. 2567 | 17:36น.
Easy E-Receipt

วิจัยกรุงศรี เผยการบริโภคโตต่อเนื่อง หลังเดือน ธ.ค. 2566 โตสูงสุดในรอบ 46 เดือน คาดปัจจัยลดค่าครองชีพ-มาตรการฟรีวีซ่า ช่วยเติบโต ประเมินโครงการ Easy-E-Receipt หนุนจีดีพีโต 0.18% มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 7 หมื่นล้านบาท เกาะติดคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นต่อการออก พ.ร.บ.กู้เงินสำหรับโครงการดิจิทัลวอลเลตให้ยึดตามข้อกฎหมาย

วันที่ 16 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิจัยกรุงศรี ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยฟื้นตัวต่อเนื่องบวกกับมาตรการภาครัฐ คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของการใช้จ่ายในช่วงต้นปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคมปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สู่ระดับสูงสุดในรอบ 46 เดือน ที่ 62.0 จาก 60.9 ในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลและดำเนินนโยบายลดค่าครองชีพโดยลดค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจกระทบต่อผลผลิตภาคเกษตร ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนทั้งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจรุนแรงและขยายวงกว้าง นโยบายทางการเงินที่เข้มงวด ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและมีผลเชิงลบต่อการส่งออกของไทย

ในช่วงต้นปีคาดว่าการบริโภคจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นและตลาดแรงงานที่ปรับดีขึ้น สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำที่ 1% ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการระบาด รวมถึงภาคท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนของมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa-Free)

และยังมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านโครงการ Easy-E-Receipt (ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567) ซึ่งเบื้องต้นทางการประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 70,000 ล้านบาท ช่วยหนุน GDP เพิ่มขึ้น 0.18%

นอกจากนี้ ยังมีการขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน อาทิ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ถึงสิ้นเดือนมีนาคม และการคงราคาค่าไฟฟ้าที่ 3.99 บาทต่อหน่วย สำหรับกลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนออกไปอีกในงวดบิลเดือนมกราคมถึงเมษายน

โครงการดิจิทัลวอลเลตยังมีความไม่แน่นอน หลังกระบวนการตีความของคณะกรรมการกฤษฏีกาเสร็จสิ้น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเปิดเผยว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบกลับความเห็นการกู้เงินของรัฐบาล 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัล โดยแนะนำให้ยึดตามข้อกฎหมายในมาตรา 53 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ปี 2561 เป็นสำคัญ

โดยทั้ง 4 มาตราที่คณะกรรมการกฤษฎีการะบุ มีสาระสำคัญดังนี้

1.มาตรา 53 “การกู้เงินของรัฐบาล นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ให้กระทรวงการคลังกระทําได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะ และเฉพาะกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วน และอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีได้ทัน”

2.มาตรา 6 “รัฐต้องดำเนินนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้”

3.มาตรา 7 “การกู้เงิน การลงทุน การตรากฎหมาย การออกกฏหรือการดำเนินการใด ๆ ของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ ต้องพิจารณาความคุ้มค่า ต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย”

4. มาตรา 9 “คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับความคุ้มค่าและภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ”

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามคณะกรรมการดิจิทัลวอลเลตว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร หลังจากได้รับความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ขณะที่กระบวนการออก พ.ร.บ.เงินกู้ยังต้องผ่านขั้นตอนความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา และอาจรวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลเคยมีแผนที่จะดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเลด 10,000 บาท แก่กลุ่มเป้าหมาย (50 ล้านคน) ในเดือนพฤษภาคมของปีนี้