เรียนรู้อย่างเข้าใจ
การเรียนรู้
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : สาโรจน์ มณีรัตน์
มีความเชื่อโดยส่วนตัวว่าการเรียนรู้ไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ การศึกษาระดับไหน หรือจะมีภาระผูกพันอะไรบ้าง
หากคุณอยากเรียนรู้ สามารถแสวงหาการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และไม่จำเป็นด้วยว่าการเรียนรู้จะอยู่เฉพาะอาชีพใดอาชีพหนึ่ง
หากการเรียนรู้มีอยู่ในทุก ๆ ที่ ที่คุณสามารถมองเห็น สัมผัส ได้ยิน
แต่กระนั้น ต้องมีช่วงเวลาแห่งการไตร่ตรองเสียบ้าง เพราะเมื่อคุณมีเวลานิ่งพอ สิ่งที่คุณสัมผัสมาทั้งหมดจะกลับกลายเป็นปัญญาในที่สุด
สำหรับคนอื่นอาจเรียนรู้ สังเกต จดจำ แต่สำหรับปราชญ์ชาวบ้านในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย เขามีการบันทึกในแต่ละวัน เดือน และปีด้วย
ทั้งยังมีการเปรียบเทียบให้เห็นย้อนหลังด้วยว่า แต่ละปีผ่านไป มีธรรมชาติอะไรบ้างที่เข้ามาเป็นตัวแปร จนทำให้สิ่งที่อุบัติขึ้นจากธรรมชาติ หรือจากน้ำมือของมนุษย์ทำให้สิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไป
แต่ทั้งนั้นต้องมีความอดทนและรอคอย
ที่สำคัญจะต้องยอมรับความจริงด้วยว่า การเรียนรู้ของเรายังไม่ถึงจุดสิ้นสุด
ซึ่งเหมือนกับ “เซอร์ไอแซก นิวตัน” ปราชญ์เมธีทางด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยพูดว่า…ผมเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนชายหาด ขณะที่มหาสมุทรแห่งความจริงอันยิ่งใหญ่ยังไม่ถูกค้นพบ
ฉะนั้น จะเห็นว่าสิ่งที่ “เซอร์ไอแซก นิวตัน” พูดออกมา เขาไม่เพียงถ่อมตนในสิ่งที่เขาค้นพบ ทั้ง ๆ ที่โลกขณะนั้นต่างเชื่อเขาไปแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นยิ่งใหญ่มาก ๆ
โดยความหมายนี้ไม่แตกต่างอะไรจากปราชญ์ชาวบ้านของไทย ทุกอย่างต้องลงมือศึกษา ปฏิบัติจริง
ที่สำคัญจะต้องจับความหมายทั้งเชิงรูปธรรมและนามธรรมให้ได้ด้วย เพราะบางคำตอบไม่ได้มีอยู่ตรงหน้าเราเสมอไป
หากจะต้องเรียนรู้อย่างเข้าใจ
ซึ่งไม่ทราบอีกเหมือนกันว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ก็เหมือนกับการเรียนรู้ชีวิต ธรรมชาติ และสรรพสิ่งรอบตัว บางครั้งยิ่งค้นหายิ่งห่างไกล
จนทำให้เรามองออกในบัดดลเอง ว่าสิ่งที่เรียนรู้ตลอดมา นับแต่วัยเด็ก ผู้ใหญ่ จนลุเข้าสู่ช่วงวัยชรา บางครั้งเรายังไม่พบกับคำตอบเลย
แม้กระทั่งจะลงโลง บางคนยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าชีวิตที่ผ่านมาทำอะไรที่เกิดคุณประโยชน์กับตัวเอง สังคม และประเทศชาติบ้าง
ทั้งนั้น เพราะเขาไม่คิดอะไรกับชีวิต
ที่สุดเมื่อช่วงเวลาของปลายชีวิตมาถึง เขาจึงรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง หวาดกลัวกับความตาย จนพานเข้าข้างตัวเองไปว่าช่างมันเถอะ เพราะถึงอย่างไรเราคงเข้าไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนมองและเข้าใจ เพราะถ้ามีคนเข้าใจแม้เพียงหนึ่งคน ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้วที่เกิดมาในชาตินี้
แต่ถ้าจะไม่มีเลย ก็แล้วแต่บุญวาสนา เพราะถือว่าทำดีที่สุดแล้วเช่นกัน ซึ่งเหมือนกับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ที่จะต้องเรียนรู้กันต่อไปจนลมหายใจสุดท้าย แต่กระนั้น ก็ใช่ว่าจะพบกับคำตอบทุกคน
ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิตของแต่ละคนด้วยว่าตลอดช่วงผ่านมาเขาผ่านประสบการณ์อย่างไรบ้าง
ก็เท่านั้นเอง ?