เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

รัฐบาลเศรษฐาดันพืชเศรษฐกิจราคาพุ่งสูงสุด 45%

06 ก.พ. 2567 | 10:57น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

“ภูมิธรรม” เผยราคาสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด ย้อนหลัง 6 เดือน พบราคาขยับขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง เฉลี่ยตั้งแต่ 8-45% ผ่านผลงานการผนึกเอกชนทำตลาดส่งออก วางแผนบริหารจัดการเชิงรุก ช่วยลดต้นทุน และวางแผนบริหารจัดการน้ำ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยางพารา ที่มีมูลค่าตลาดรวมต่อปีไม่น้อยกว่า 8-9 แสนล้านบาท พบว่าตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามาบริหารราชการในเดือน ก.ย. 2566 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ทุกรายการมีราคาขยับขึ้น และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับระหว่างปี 2558 ถึงปี 2566 หรือช่วง 9 ปี ในรัฐบาลประยุทธ์ พบว่า ณ เดือน ก.พ. 2567

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 14,995 บาทต่อตัน จากราคา 13,315 บาทต่อตัน ส่วนต่างราคาสูงขึ้น 1,680 บาทต่อตัน หรือเพิ่มขึ้น 13%
  • ข้าวเปลือกเจ้า 12,181 บาทต่อตัน จากราคา 8,443 บาทต่อตัน ส่วนต่าง 3,738 บาทต่อตัน หรือเพิ่มขึ้น 44%
  • ข้าวเปลือกเหนียว 13,640 บาทต่อตัน จากราคา 11,847 บาทต่อตัน ส่วนต่าง 1,793 บาทต่อตัน หรือเพิ่มขึ้น 15%
  • มันสำปะหลัง 3.56 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จากราคา 2.45 บาทต่อ กก. ส่วนต่าง 1.20 บาทต่อ กก. หรือเพิ่มขึ้น 45%
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9.84 บาทต่อ กก. จากราคา 9.10 บาทต่อ กก. ส่วนต่าง 0.33 บาทต่อ กก. หรือเพิ่มขึ้น 8%
  • ปาล์มน้ำมัน 5.83 บาทต่อ กก. จากราคา 5.23 บาทต่อ กก. ส่วนต่าง 1.22 บาทต่อ กก. หรือเพิ่มขึ้น 12%
  • ยางแผ่นดิบชั้น 3 ราคา 54.51 บาทต่อ กก. จากราคา 47.17 บาทต่อ กก. ส่วนต่าง 7.34 บาทต่อ กก. หรือเพิ่มขึ้น 16%

สำหรับปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มที่สูงขึ้นคือ การผลักดันส่งออกที่รัฐบาลได้เน้นการจับมือภาคเอกชนในการทำตลาด ทั้งเร่งเจรจาซื้อขายข้าวสารให้กับประเทศคู่ค้า ที่มีการประกาศไว้อย่างญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ส่งผลต่อปริมาณเกินกว่าเป้าหมายที่ 8 ล้านตันต่อปี และผลักดันการส่งออกมันสำปะหลัง โดยราคาส่งออกแป้งมันปัจจุบันสูงกว่าราคาเฉลี่ยปี 2566 แล้ว 4.6% หรือจากราคา 19.15 บาทต่อ กก. วันนี้เฉลี่ย 20.03 บาทต่อ กก.

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มุ่งการยกระดับเพิ่มผลิตผลสินค้าเกษตร ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยได้เร่งรัดผลักดันพันธุ์ข้าวชนิดใหม่ตอบโจทย์ตลาดโลก ภายใต้หลักการผลผลิตสูง ทนทานโรค ต้นทุนต่ำ เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดโลก โดยผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ได้ 535,000 ตัน ภายในปี 2570 และยังสนับสนุนการบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับระเบียบการค้า มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมสากล เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย รวมถึงผลไม้ ที่ได้ส่งเสริมการแปรรูปผลไม้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อยืดอายุและคงคุณภาพ ในการเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกของผลไม้ไทย

ขณะเดียวกัน เมื่อรัฐบาลเศรษฐาเข้าบริหารประเทศได้ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการกลไกตลาด วางแผนบริหารจัดการเชิงรุกในทุกสินค้า ตั้งแต่จัดการก่อนเกิดปัญหา อย่างข้าว ช่วยชาวนา โรงสีเก็บสต๊อกในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ช่วยลดต้นทุนชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ มันสำปะหลัง ได้ส่งเสริมการแปรรูปหัวมันสดเป็นมันสับ เพื่อเพิ่มโอกาสและมูลค่าการจำหน่ายผลผลิตของชาวไร่มัน เร่งเพิ่มสภาพคล่องให้ลานมัน โรงแป้ง ในการรวบรวมหัวมันสด

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้รวบรวมในการรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน เข้าบริหารจัดการสมดุลสต๊อกน้ำมันปาล์ม ให้มีน้ำมันปาล์มเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ การส่งเสริมเป็นพลังงานทางเลือก และผลักดันส่งออกเพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน

ส่วนในระยะกลางถึงยาว ช่วยลดต้นทุนชาวไร่ชาวนาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ช่วยลดต้นทุนปุ๋ย เชื่อมโยงปุ๋ยราคาถูกให้แก่เกษตรกรผ่านสถาบันเกษตรกร สนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีและการตลาดสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล สนับสนุนการรวมกลุ่มและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และจำหน่าย เพื่อลดความสูญเสียและเสียหายของผลผลิต

ลดภาระด้านการเงิน ด้วยมาตรการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้รายย่อย ธ.ก.ส.ไม่เกินรายละ 300,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี และพัฒนาศักยภาพเพื่อฟื้นฟูลูกหนี้ ด้วยการจัดอบรมเกษตรกรคู่ขนานกับมาตรการพักชำระหนี้ เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรนำเงินไปลงทุนปรับเปลี่ยน หรือขยายการประกอบอาชีพ มีความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้

“รัฐบาลนี้ยังได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการในแต่ละพื้นที่ เช่น พัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่ จ.กาญจนบุรี การบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรด้วยนวัตกรรมเกษตรแม่นยำข้างต้น สะท้อนถึงแนวทางและเป้าหมายของรัฐบาลเศรษฐา ภายใต้นโยบายลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” นายภูมิธรรมกล่าว