หุ้นไทย
บล.กรุงศรีพัฒนสินฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวกรอบ 1,380-1,395 จุด ได้บรรยากาศบวกจากตลาดหุ้นรอบบ้านที่ฟื้นตัวขึ้นหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอ่อนตัว มีแรงซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยหนุนดัชนี ด้าน CPAXT กำไรสุทธิไตรมาส 4/66 พุ่งแตะ 3,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% จากไตรมาสก่อนหน้า มากกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ 7% จับตานายกฯประชุมบอร์ดเงินดิจิทัลวอลเลต
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีพัฒนสินฯ รายงานว่า ตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ SET Index ลดลง 7 จุด (-0.48%) ปิดที่ระดับ 1,385 จุด ปรับลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ กังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนานหลังเงินเฟ้อลดลงน้อยกว่าที่คาด หุ้นเซนซิทีฟกับดอกเบี้ยปรับลงกดดัชนี นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ประเมิน SET แกว่งตัวกรอบ 1,380-1,395 จุด ภาวะตลาดได้บรรยากาศบวกจากตลาดหุ้นรอบบ้านที่ฟื้นตัวขึ้นหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอ่อนตัวลง อีกทั้งแรงซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยหนุนดัชนี
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง รวมถึงความกังวลเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อจะกดดันต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติและภาวะตลาดให้ผันผวน
ประเด็นสำคัญวันนี้ 1.วันนี้จับตานายกฯ ประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเลต หารือวาระลับแหล่งเงินกู้ 5 แสนล้านบาท รวมทั้งหารือข้อกฎหมายที่กฤษฎีกาให้ความเห็นก่อนออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน พร้อมรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบโครงการ พัฒนาระบบ
2.หุ้นสหรัฐฟื้นตัว แต่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกินคาด โดยดาวโจนส์ +0.40%, S&P500 +0.96%, Nasdaq +1.30% แม้เงินเฟ้อลดลงช้า ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง แต่ตลาดให้น้ำหนักกับภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และโอกาสเกิด Recession ลดลงมากกว่า ส่วนตลาดน้ำมันราคาน้ำมัน WTI ลดลง 1.23 เหรียญ อยู่ที่ 76.64 เหรียญ/บาร์เรล หลัง EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.56 ล้านบาร์เรล
3.TOP แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 4/2566 มีกำไรสุทธิ 2,944 ล้านบาท ลดลง 75% QOQ แต่เพิ่มขึ้น 1,905% YOY และอินไลน์กับที่ Consensus คาดไว้ โดยกำไรที่ลดลงเป็นผลจากมี Stock Loss มูลค่า 3.3 พันล้านบาท เทียบกับไตรมาส 3/2566 ที่มี Stock Gain มูลค่า 7.9 พันล้านบาท ทั้งนี้ TOP ประกาศจ่ายปันผลที่ 2.75 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ก.พ.นี้ และจ่ายปันผลวันที่ 30 เม.ย. ให้ Dividend Yield ประมาณ 4.9%
4.CPAXT แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 3,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% QOQ และ 33% YOY มากกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ 7% และหากคิดเป็นกำไรจากการดำเนินงานมากกว่าที่ Consensus คาด 12% มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตาม SSSG หลังมีความต้องการสูงขึ้นในกลุ่มลูกค้าที่เป็นภัตตาคาร และโรงแรม และบริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี
หุ้นแนะนำวันนี้
BEM (ปิด 7.60 บาท ซื้อ/เป้า 10.50 บาท) เรามีมุมมองบวกจากข่าวการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเจรจา BEM ให้เป็นผู้ลงทุนโครงการทางด่วน 2 ชั้น (Double Deck) มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท แลกกับการขยายเวลาสัมปทานระบบทางด่วนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ที่จะสิ้นสุดปี 2578 ออกไป คาดขยายสัญญา 15 ปี จะเพิ่มมูลค่าต่อ BEM ที่ 1.50 บาท
และ CPAXT (ปิด 30 บาท ซื้อเก็งกำไร/เป้า IAA Consensus 35 บาท) มีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2566 ที่ 3,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% QOQ และ 33% YOY มากกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ 7% และหากคิดเป็นกำไรจากการดำเนินงานมากกว่าที่ Consensus และเราคาดไว้ 12%