เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ทำไมเลือกตั้งอินโดนีเซียจึงสำคัญต่อไทย ?

15 ก.พ. 2567 | 18:03น.
เลือกตั้งอินโดนีเซีย
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี 

อินโดนีเซียเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทราบผลอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่า ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) หัวหน้าพรรคเกอรินดรา (Gerindra) ผู้สมัครหมายเลข 2 ชนะไปด้วยคะแนนประมาณ 58% ไม่ต้องมีการเลือกตั้งรอบสอง

ทีมของปราโบโว ซูเบียนโต มีผู้ลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี คือ กิบราน รากาบูมิง (Gibran Rakabuming) ลูกชายของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (Joko Widodo)  แถมทีมนี้ยังประกาศสานต่อนโยบายดี ๆ ของโจโกวีด้วย ซึ่งมีส่วนในการช่วยเรียกคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่นิยมในตัว “โจโกวี” อย่างสูง 

แต่จะบอกว่า ปราโบโว ซูเบียนโต ชนะเพราะการสนับสนุนของโจโกวีเพียงอย่างเดียวก็ไม่ถูก เพราะปราโบโวก็มีจุดแข็งและจุดขายของตัวเอง เขาทั้งมีความเป็นผู้นำ มีความแข็งแกร่งและชาตินิยมในแบบทหาร แต่ขณะเดียวกันเขาก็ได้สร้างตัวตนที่เป็นคนสนุกสนานและเข้าถึงง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้เขาได้รับความนิยมมากในหมู่คนรุ่นใหม่ 

จุดเด่นของนโยบายสำคัญของปราโบโว คือ มีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน มีตัวเลขเป้าหมายให้เห็นเป็นรูปธรรม (จะทำได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) อย่างเช่น นโยบายที่จะจัดสรรงบประมาณของรัฐในการลงทุนด้านวิจัย พัฒนานวัตกรรม และสนับสนุนกิจการของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยตั้งเป้า 1.5-2.0% ของจีดีพีในระยะเวลา 5 ปีที่ดำรงตำแหน่ง และนโยบายที่จะสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมปลายน้ำ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างงานใหม่ 19 ล้านตำแหน่ง

เท่าที่สังเกต การเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้รับความสนใจจากคนไทยน้อยกว่าการเลือกตั้งไต้หวันที่ผ่านไปเมื่อเดือนที่แล้ว อาจจะเพราะว่าการเลือกตั้งไต้หวันมีประเด็นความขัดแย้งที่ชี้ชะตาโลกให้ต้องลุ้น 

แต่จริง ๆ แล้ว การเลือกตั้งของอินโดนีเซียสำคัญต่อไทยไม่น้อยไปกว่าการเลือกตั้งไต้หวัน ด้วยหลายเหตุผล 

เหตุผลแรก อินโดนีเซียเป็นประเทศร่วมอาเซียน แถมยังมีสถานะเหมือนเป็น “พี่ใหญ่” ของอาเซียน ด้วย “ขนาด” ที่ใหญ่ที่สุดทั้งในแง่พื้นที่ จำนวนประชากร และเศรษฐกิจ อินโดนีเซียจึงมีบทบาทในการผลักดันนโยบายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไปจนถึงผลักดันโซลูชั่นในการแก้ปัญหาร่วมของอาเซียน 

เหตุผลที่สอง อินโดนีเซียจะมีอิทธิพลมากขึ้นในเวทีโลก ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้การนำของโจโก วิโดโด อินโดนีเซียได้ก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่มีบทบาทในเวทีโลกไปแล้ว ซึ่งบทบาทของอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นในยุคของโจโกวี เป็นการปูทางให้รัฐบาลต่อไปเพิ่มบทบาทอย่างต่อเนื่องได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุนหลัง

ด้วยสองเหตุผลที่ว่ามา หมายความว่าไทยจะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และนโยบายร่วมบางอย่างที่ผลักดันโดยผู้นำคนใหม่ของอินโดนีเซีย เราจึงต้องสนใจว่า ผู้นำคนใหม่ของอินโดนีเซียเป็นใคร มีทิศทางนโยบายแบบไหน 

และเหตุผลที่สาม อินโดนีเซียเป็น “ตลาด” ของไทย และขณะเดียวกันก็เป็น “คู่แข่ง” ทั้งในแง่การค้าและการดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา (2018-Q3/2023) อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้สูงที่สุดในอาเซียน มูลค่ารวม 5 ปี 122,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่า FDI ของไทยในช่วงเดียวกันลดลง 20.3% มูลค่ารวมอยู่ที่ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยจึงต้องศึกษาและเตรียมรับมือไม่ให้ขีดความสามารถในการแข่งขันถดถอยไปมากกว่านี้ 

ถ้าสรุปแบบรวบรัดว่าทำไมไทยควรสนใจการเลือกตั้งอินโดนีเซีย ก็คือ เราต้องจับตามองเพื่อให้รู้เขารู้เราว่า คู่ค้า คู่แข่ง และคนที่มีอิทธิพลเหนือเรา เขาจะเดินเกมเดินหมากอย่างไรต่อไป