เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

5 ประเด็นน่ารู้ เลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย 14 กุมภาพันธ์ 2024 

12 ก.พ. 2567 | 08:21น.
เลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย 2024

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 อินโดนีเซียจะเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะรับไม้ต่อบริหารประเทศ หลังสิ้นสุดทศวรรษของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (Joko Widodo) ซึ่งสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจและการพาอินโดนีเซียมีบทบาทในเวทีโลกอย่างสมศักดิ์ศรีประเทศขนาดใหญ่ที่จะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ 

ในโอกาสนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนอ่านประเด็นน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งอินโดนีเซียที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 

อินโดนีเซียมีประชากรทั้งหมดประมาณ 277 ล้านคน เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 204.8 ล้านคน ซึ่งอายุของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอินโดนีเซียคือ 17 ปีขึ้นไป 

เกาะชวาเป็นเกาะใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุด มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ในการเลือกตั้ง 2024 นี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ลงทะเบียนเลือกตั้งบนเกาะชวาจำนวน 115.4 ล้านคน 

ส่วนผู้ที่จะลงคะแนนเลือกตั้งที่ต่างประเทศมี 1.7 ล้านคน  

ผู้สมัครชิงตำแหน่ง “ประธานาธิบดี”

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของอินโดนีเซียมี 3 คน เรียงตามหมายเลข ดังนี้ 

หมายเลข 1 อานีส บาสเวดัน (Anies Baswedan) อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา วัย 56 ปี เขาเป็นผู้สมัครที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ได้รับการสนับสนุนจากแนวร่วม 3 พรรคการเมืองในชื่อ “Coalition of Change for Unity” เขาจบการศึกษาเศรษฐศาสตร์และธุรกิจในระดับปริญญาตรี จบนโยบายสาธารณะในระดับปริญญาโท และรัฐศาสตร์ในระดับปริญญาเอก 

อานีส บาสเวดัน
อานีส บาสเวดัน (ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA/AFP)

หมายเลข 2 ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) หัวหน้าพรรคเกอรินดรา (Gerindra) อดีตผู้บัญชาการกองกำลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพบก และเป็นบุตรเขยของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต (Suharto) ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลโจโก วิโดโด และเขาร่วมงานกับ กิบราน รากาบูมิง (Gibran Rakabuming) ลูกชายของโจโก วิโดโด ที่มาลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เพื่อดึงคะแนนจากคนที่ชื่นชอบโจโกวีด้วย

หมายเลข 3 กันจาร์ ปราโนโว (Ganjar Pranowo) ผู้สมัครวัย 55 ปี จากพรรค Indonesian Democratic Party of Struggle (PDI-P) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน และเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ก่อตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีเมกาวาตี ซูการ์โนปุตรี (Megawati Sukarnoputri) กันจาร์เป็นอดีตผู้ว่าการจังหวัดชวากลาง จบการศึกษาด้านกฎหมายในระดับปริญญาตรี และจบรัฐศาสตร์ในระดับปริญญาโท  

ตัวเต็งชนะเลือกตั้ง 14 กุมภาฯ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียมีแนวโน้มที่จะเป็นการแข่งขันระหว่างตัวบุคคลมากกว่าการแข่งขันที่นโยบาย เพราะผู้สมัครทั้งสามคนหาเสียงด้วยการให้คำมั่นสัญญาที่คล้ายกันในเรื่องการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดสรรสวัสดิการที่ครอบคลุมทั้งประเทศ 

ผลการสำรวจที่จัดทำมาเป็นระยะ ๆ โดยหลาย ๆ องค์กรแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่า ปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 3 จะประสบความสำเร็จ-ได้เป็นประธานาธิบดีในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยคะแนนนิยมคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 51% 

ขณะที่ กันจาร์ ปราโนโว กับ อานีส บาสเวดัน คะแนนนิยมสูสีกันอย่างมากมาตลอด แต่ผลการสำรวจล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าอานีสมีคะแนนนำปราโนโวเล็กน้อย 

และผลสำรวจพบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 5.8% ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร 

ปราโบโว ซูเบียนโต
ปราโบโว ซูเบียนโต (ภาพโดย JUNI KRISWANTO/AFP)

กฎการเลือกตั้งที่ท้าทาย ชัยชนะครั้งนี้อาจยังไม่ใช่บทสรุป 

ถึงแม้ว่าโพลค่อนข้างบ่งชี้ชัดว่า ปราโบโว ซูเบียนโต จะเป็นผู้ชนะเลือกตั้งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่ชัยชนะนี้ก็อาจจะยังไม่ทำให้เขาได้เป็นประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนใหม่ เพราะมีความท้าทายอย่างยิ่งจากกฎการเลือกตั้งของอินโดนีเซียที่กำหนดไว้ว่า ผู้สมัครต้องได้คะแนนมากกว่า 50% ของคะแนนเสียงทั้งหมด และต้องได้คะแนนอย่างน้อย 20% ในมณฑล (province) ต่าง ๆ มากกว่าครึ่งของจำนวนมณฑลทั้งประเทศ ซึ่งปัจจุบันอินโดนีเซียมีมณฑลทั้งหมด 38 มณฑล ดังนั้น ผู้สมัครที่จะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีต้องได้คะแนนอย่างน้อย 20% ใน 20 มณฑลเป็นอย่างน้อย

หากในการเลือกตั้งวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ไม่มีผู้สมัครคนใดทำคะแนนถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะต้องเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 26 มิถุนายน 2024 ซึ่งในรอบสองเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้ชิงชัยเพียง 2 คนคือ คนที่ได้คะแนนอันดับ 1 และ 2 จากการเลือกตั้งรอบแรกนี้ 

นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งรอบสองจะเป็น “งานยาก” มากขึ้นสำหรับ ปราโบโว ซูเบียนโต เพราะในการเลือกตั้งรอบสองคาดว่าเสียงของคนที่ “ไม่เอา” ปราโบโวจะไหลมารวมกัน โดยมีความเป็นไปได้มากว่าคะแนนเสียงจากคนที่เลือกผู้สมัครที่ได้อันดับ 3 ในรอบแรกจะเทให้คู่แข่งของปราโบโวเพื่อขัดขวางไม่ให้ปราโบโวคว้าชัยชนะ 

แต่น้ำหนักการเทคะแนนจะขึ้นอยู่กับว่าใครได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งรอบแรก หากอานีสได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ก็มีแนวโน้มที่ผู้สนับสนุนกันจาร์จะเปลี่ยนไปเทคะแนนให้อานีส แต่หากกันจาร์ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ก็ไม่ชัดเจนว่าผู้สนับสนุนเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนไปสนับสนุนอานีสหรือไม่ 

นักวิชาการและนักวิเคราะห์หลายคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การสำรวจความเห็นกลุ่มเล็ก ๆ ในบางพื้นที่ไม่สามารถให้ผลที่แม่นยำสำหรับการเลือกตั้งทั่วประเทศอินโดนีเซียที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ และมองว่ามีความเป็นไปได้มากที่ผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์จะนำไปสู่การเลือกตั้งรอบสอง 

กันจาร์ ปราโนโว
กันจาร์ ปราโนโว (ภาพโดย ADEK BERRY/AFP)

พื้นที่และปัจจัยตัดสิน 

ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรอินโดนีเซียอาศัยอยู่บนเกาะชวา ดังนั้น มณฑลต่าง ๆ บนเกาะชวาจึงถูกจับตามองอย่างมากในฐานะสนามเลือกตั้งที่สำคัญที่สุด 

นักวิเคราะห์คาดว่าการเลือกตั้งของอินโดนีเซียจะถูกตัดสินด้วยความนิยมบนโซเชียลมีเดียเป็นส่วนใหญ่ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีผู้ใช้แอปพลิเคชั่นติ๊กต๊อก (TikTok) มากอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งปราโบโวได้ยึดครองพื้นที่ในติ๊กต๊อกด้วยท่าเต้นแปลก ๆ ที่เป็นไวรัลไปทั่วและเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของอินโดนีเซียมากกว่าครึ่งหนึ่งมีอายุต่ำกว่า 40 ปี และไม่ค่อยสนใจเรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตของปราโบโวที่ว่าเขาเป็นผู้วางแผนลักพาตัวนักเคลื่อนไหว และได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้งในขณะที่เขาเป็นผู้บัญชาการทหาร ภายใต้การนำของผู้นำเผด็จการ “ซูฮาร์โต” (Suharto) ที่เป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและ “พ่อตา” ของเขา

หากปราโบโวสามารถเปลี่ยนความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวให้เป็นคะแนนในการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะกับคน Gen Z ที่ไม่ค่อยสนใจอดีตของเขา นี่ก็จะเป็นหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนชัยชนะของเขา 

และอีกกลุ่มประชากรที่สำคัญที่จะกำหนดผลการเลือกตั้งคือ องค์กรอิสลามที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 2 องค์กรของอินโดนีเซีย ได้แก่ นาห์ดลาตุล อูลามา (Nahdlatul Ulama : NU) และมูฮัมมาดียะฮ์ (Muhammadiyah) สององค์กรนี้สมาชิกรวมกันมากกว่า 100 ล้านคน ซึ่งจนถึงตอนนี้พรรคที่อยู่ในสังกัด NU ได้ให้การสนับสนุนอานีส บาสเวดัน 

อ้างอิง : 

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อินโดนีเซีย เลือกตั้ง