เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

HSBC มองจีดีพีไทยปี’67 โต 3.1% ส่งออก-ท่องเที่ยวหนุน ชี้ รัฐลงทุนช้าฉุดเศรษฐกิจโตต่ำ

20 ก.พ. 2567 | 15:46น.
เศรษฐกิจ

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเมินจีดีพีไทยปี’67 ขยายตัว 3.1% อานิสงส์ภาคการส่งออก-ท่องเที่ยว-การบริโภคยังโตต่อเนื่อง แนะภาครัฐเร่งลงทุน-ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากล่าช้าฉุดรั้งจีดีพีโตต่ำ 2.5-3% พร้อมมองท่าที ธปท.ยังไม่รีบร้อนเร่งปรับลดดอกเบี้ย เหตุการบริโภคยังขยายตัว อาจกระทบหนี้-การเติบโตเศรษฐกิจระยะยาว

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายเฟรเดอริก นอยแมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ถือเป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจเข้าสู่ระดับปกติ แม้ว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในไตรมาสที่ 4/2566 ออกมา 1.7% และทั้งปี 2566 อยู่ที่ 1.9% และปี 2567 อยู่ที่ 2.2-3.2% แต่จะเห็นว่าไส้ในกลับมาเป็นบวกค่อนข้างดี

ดังนั้น จากแนวโน้มดังกล่าว ธนาคารคาดการณ์อัตราการเติบโตจีดีพีปี 2567 ขยายตัวได้ 3.1% จากปัจจัยภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ในระดับ 4-6% ถือว่าขยายตัวได้ดี แม้ว่าจะมีแรงต้านจากการค้าโลกอยู่ก็ตาม โดยคาดว่าการค้าโลกจะขยายตัวเพียง 2-3%

โดยการบริโภคภาคเอกชนน่าจะขยายตัวได้ดีเช่นกันอยู่ที่ 4.8% และการลงทุนภาคเอกชน 3.5% แม้ว่าตัวเลขจะออกมาค่อนข้างดี แต่จะเห็นว่าความรู้สึกของคนยังไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากไทยเพิ่งออกจากภาวะช็อกของโรคระบาดโควิด-19 รวมถึงการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงเป็นเหตุผลว่าคนยังไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเลขที่ปรับดีขึ้น

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้จะอยู่ที่ 32-35 ล้านคน จากปี 2566 อยู่ที่ 28.2 ล้านคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมามากขึ้น และอานิสงส์จากโครงการฟรีวีซ่าของภาครัฐ ทำให้เป็นผลบวกต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ยังเป็นแรงกดดันอัตราการเติบโตของจีดีพีให้อยู่ในระดับต่ำ จะเห็นว่า มาจากงบประมาณและการลงทุนภาครัฐที่ล่าช้าออกไป โดยคาดว่าการบริโภคภาครัฐในปี 2567 จะหดตัว – 0.3% และการลงทุนภาครัฐหดตัว -5.2%

สำหรับปัจจัยลบที่ยังต้องติดตาม จะเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงอยู่ และจีนที่ยังเร่งเครื่องไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่าแม้ภาวะในต่างประเทศจะยังไม่เอื้อนัก แต่ไทยยังมีโอกาสที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) และการเติบโตระยะยาว แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทย อาทิ หากไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านต่าง ๆ ของรถอีวีไว้รองรับการลงทุน รวมถึงการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโต

“ตัวเลขประมาณการจีดีพี 3.1% เป็นกรณีพื้นฐาน (Based Case) ซึ่งไม่รวมดิจิทัลวอลเลต เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้ว่าจะสามารถออกได้เมื่อไร ครอบคลุมขนาดไหน และจังหวะในการออก ดังนั้น มองว่าระดับ 3.1% ไม่ได้แย่ ส่วนกรณีรวมดิจิทัลวอลเลต และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ หรือโครงการลงทุนต่าง ๆ ของภาครัฐออกมาได้ มองว่าจีดีพีอาจจะวิ่งขึ้นไปได้ถึง 3.5-4% ได้ แต่หากกรณีเลวร้าย (Worst Case) ภาครัฐยังมีการตัดสินที่ช้า งบประมาณการลงทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่มา ตัวเลขจีดีพีอาจจะลงมาที่ 2.5-3%”

นายเฟรเดอริกกล่าวว่า สำหรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น มองว่า ธปท.ยังไม่รีบร้อนที่จะปรับอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากหากดูตัวเลขภาคการบริโภค และการลงทุนเอกชนถือว่าค่อนข้างดี ส่งผลให้การลดดอกเบี้ยเป็นการกระตุ้นในภาคเอกชนที่มีการใช้จ่ายอยู่แล้ว จึงไม่ได้จำเป็น และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะกระทบต่อหนี้ครัวเรือนที่ ธปท.มีความกังวลอยู่

เนื่องจากยังมีหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาว ดังนั้น มองว่าการตัดสินใจของภาครัฐในการลงทุนโครงการต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการปรับอัตราดอกเบี้ย

“หากดูการบริโภคและการลงทุนเอกชนตอนนี้ไม่ได้แย่ หากปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะกระทบต่อการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่ ธปท.มีความกังวลอยู่ เพราะจะไปดึงการบริโภคไว้ ซึ่งมองว่านี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ธปท.ยังทรง ๆ ดอกเบี้ยไว้อยู่ ขณะเดียวกัน หากดูธนาคารกลางประเทศหลัก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และออสเตรเลีย รวมถึงเกาหลี จะเห็นว่ายังไม่มีท่าทีปรับลดดอกเบี้ย”