เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
Real Estate ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
Automotive NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
Economic เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
Politics นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
Economic น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
Politics อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
Automotive ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
Finance ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ดูทั้งหมด

เงินเดือน + สารพัดค่า = Overall Package

11 มี.ค. 2567 | 11:58น.
คอลัมน์ : SD TALK 
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

หลักการสำคัญในการทำโครงสร้างเงินเดือนคือการนำตำแหน่งงานต่าง ๆ (ไม่ใช่แค่เพียงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง) ในแต่ละ Job Grade ไปเทียบกับตลาด (ซึ่งต้องมีข้อมูลการจ่ายเงินเดือนของตลาด) แล้วมาหาค่าเฉลี่ยใน Job Grade นั้น ๆ ว่าตลาดเขาจ่ายเงินเดือนมูลฐาน (Basic Salary) เฉลี่ยอยู่เท่าไหร่

จากนั้นจึงนำข้อมูลการจ่ายเงินเดือนมูลฐานของตลาดมาออกแบบโครงสร้างเงินเดือนโดยไม่ควรมีค่ากลาง (Midpoint) ในแต่ละ Job Grade ต่ำกว่าที่ตลาดเขาจ่ายกัน แล้วค่อยไปหากรอบการจ่ายเงินเดือนของแต่ละ Job Grade ที่เหมาะสมว่าควรจะมี Min (Minimum) หรือ Max (Maximum) เท่าไหร่ดี

เมื่อทำโครงสร้างเงินเดือนเสร็จ เราจะมีกรอบการจ่ายเงินเดือนของตำแหน่งต่าง ๆ ที่ชัดเจน และสามารถแข่งขันกับตลาดได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าเราจะแข่งขันได้เฉพาะเรื่องการจ่ายเงินเดือนมูลฐานเท่านั้นนะครับ เพราะบางบริษัทอาจจะจ่ายเฉพาะเงินเดือนอย่างเดียว 100% แต่ยังมีบริษัทอีกไม่น้อยที่มีการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานที่นอกเหนือจากเงินเดือน

เงินอื่น ๆ เหล่านี้ ผมมักจะเรียกรวม ๆ กันว่า “สารพัดค่า” เช่น ค่าครองชีพ, ค่าตำแหน่ง, ค่าภาษา, ค่าวิชาชีพ, ค่ากะ, ค่าเบี้ยขยัน, ค่าคอมมิชชั่น, ค่าบริการ, ค่าเช่าบ้าน, ค่าน้ำมัน, ค่ารถ ฯลฯ ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีการจ่ายสารพัดค่าเหล่านี้ที่แตกต่างกัน

ดังนั้น ลองกลับมาย้อนดูบริษัทของท่านว่ามีการจ่ายเงินเดือนเพียงตัวเดียว หรือจ่ายเงินเดือน+สารพัดค่า ถ้าจ่ายเงินเดือน+สารพัดค่า บริษัทจ่ายค่าอะไรบ้าง ?

เงินเดือน+สารพัดค่านี่แหละครับ คือ Overall Package ที่จะต้องดูภาพรวมของการจ่ายทั้งหมด

ดังนั้น เมื่อทำโครงสร้างเงินเดือนเสร็จแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะมีการจ่ายเงินเดือนจริง (Actual Basic Salary Pay) ที่แข่งขันกับตลาดได้ จ่ายเงินเดือนให้ไม่น้อยกว่าตลาดก็จริง แต่เราต้องกลับมาดู Overall Package ด้วยว่า เมื่อมองในภาพรวมการจ่ายทั้งหมด (คือ เงินเดือน+สารพัดค่า) ในตำแหน่งใด (หรือบุคคลใด) ก็ตาม เรายังแข่งกับตลาดได้หรือไม่

ยกตัวอย่าง สมมุติว่าบริษัทต้องการจะจ้างวิศวกรประสบการณ์ทำงาน 3 ปี เข้ามาทำงานในอัตราเงินเดือน 35,000 บาท ซึ่งอยู่ในกรอบของโครงสร้างเงินเดือนคือ Min=20,000 Max=50,000 Midpoint=35,000 (อันนี้เป็นตัวอย่างโครงสร้างเงินเดือนสมมุติ อย่าเอาตัวเลขนี้ไปใช้จริงนะครับ)

บริษัทจ่ายเงินเดือนตัวเดียว 100% ไม่มีสารพัดค่าอื่น ๆ แต่มีโบนัสตามผลงานเฉลี่ย 3 เดือน สมมุติว่าคู่แข่งมีการจ่ายเงินเดือนวิศวกรประสบการณ์ทำงาน 3 ปี อยู่ในอัตรา 32,000 บาท แต่มีค่าครองชีพ (Cost of Living Allowance-COLA) เดือนละ 2,000 บาท, ค่าวิชาชีพเดือนละ 3,500 บาท มีโบนัสตามผลงานเฉลี่ย 4 เดือน

เมื่อมีข้อมูลอย่างนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าบริษัทของเรามี Overall Package เฉลี่ยเดือนละ 35,000+8,750 (35,000 คูณ 3 หาร 12 = 8,750 บาท) = 43,750 บาท ส่วนคู่แข่งจะมี Overall Package เฉลี่ยเดือนละ 32,000+10,667 (32,000 คูณ 4 หาร 12 = 10,667)+2,000+3,500 = 48,167 บาท

สรุปว่าบริษัทของเรามี Overall Package ต่ำกว่าคู่แข่งเดือนละประมาณ 4,417 บาท หรือต่ำกว่าประมาณ 10% ต่อเดือน

นี่จึงเป็นเรื่องที่ Com & Ben ต้อง Aware เอาไว้ว่า เมื่อมีโครงสร้างเงินเดือนแล้วเห็นว่าการจ่ายเงินเดือนของเราสูงกว่าตลาดก็อย่าเพิ่งชะล่าใจจนลืมดู Overall Package (Pay mix) ให้แน่ใจด้วยนะครับ ว่าเราสามารถแข่งขันได้จริง