เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ครบรอบ 132 ปี กระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม 3 เท่าใน 4 ปี

01 เม.ย. 2567 | 15:12น.
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

ธรรมนัส เผยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี ตั้งเป้าให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี ภายใต้ 9นโยบาย พร้อมขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่เวทีโลก

วันที่ 1 เมษายน 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานเปิดการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การพัฒนาภาคเกษตรไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่เวทีระดับโลก เนื่องในวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี และปาฐกถาพิเศษ “การขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย เพื่อเพิ่มรายได้ 3 เท่า ใน 4 ปี ภายใต้ 9นโยบาย ว่า กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่มีความสำคัญต่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนคนไทยเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากเป็นกระทรวงหลักที่ทำหน้าที่ดูแลภาคการเกษตรของประเทศ ซึ่งมีประชากรอยู่ในภาคการเกษตรกว่า 30 ล้านคน เป็นฐานทรัพยากรสำคัญและเป็นฐานสร้างรายได้หลักของประเทศ แต่ภาคเกษตรยังคงมีความท้าทายที่สำคัญโดยเฉพาะเกษตรกรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น มีการผลิตแบบเดิมและพึ่งพาธรรมชาติ ประสบปัญหาตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประสบปัญหาด้านราคาจากการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานและขายผลผลิตเป็นวัตถุดิบขาดการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายซึ่งทำลายกลไกตลาด ฉุดรั้งราคา และสร้างปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง เป็นต้น ทำให้ภาครัฐต้องช่วยเหลือและชดเชยเยียวยาด้วยงบประมาณจำนวนมาก

ซึ่งตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งขับเคลื่อนการ ทั้งลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกรเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง และได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งผลักดัน 9 นโยบายและข้อสั่งการสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนภาคการเกษตรบรรลุเป้าหมายเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี ทำให้ที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์ต่อพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศวิสัยทัศน์ Thailand Vision เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา โดยวิสัยทัศน์ที่สำคัญและเป็นพันธกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง คือ วิสัยทัศน์ศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub) ซึ่งรัฐบาลจะยกระดับการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร ทำให้ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในกระเป๋าต้องมีเงิน”

รวมทั้งวิสัยทัศน์อื่น ๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องสนับสนุนผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องคิดใหม่และทำไว เพื่อตอบโจทย์ VISION THAILAND คิดและวางแผนพัฒนาทั้งระบบ แล้วลงมือทำตามลำดับความสำคัญ ต้องขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม โดยทุกหน่วยงานต้องร่วมบูรณาการในการทำงาน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ ให้สามารถแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรได้

และเตรียมพร้อมก้าวสู่ปีที่ 133 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับการทำงานเพื่อวางรากฐานการพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยนำปัจจัยแห่งการเปลี่ยนแปลงมาเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาและแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สู่เป้าหมายในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องเกษตรกร

ด้าน นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากนี้ไปจะเป็นมิติใหม่ของกระทรวงเกษตรฯ จะต้องเห็นเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถลืมตาอ้าปากได้ ลบภาพจำในอดีตที่เปรียบเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติที่กำลังผุกร่อนลงไปทุกวัน

โดยการก้าวเข้าสู่การเกษตรยุคใหม่ภายใต้นโยบายของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ที่ไม่ใช่กระบวนการผลิตแบบเดิม แต่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน