จากกรณีรัฐบาลไทยผลักดันการตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบรายงานผลการศึกษาเรื่องสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2024
เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเจ้าตลาดเดิมในภูมิภาคนี้ ซึ่งมองว่าไทยอาจจะเป็นคู่แข่งรายใหม่ในอุตสาหกรรมนี้
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2024 สำนักข่าวนิวสเตรตไทม์ส (New Straits Times) ของมาเลเซีย ได้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อกาสิโนในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยเมย์แบงก์ อินเวสเมนต์ แบงก์ (Maybank Investment Bank Bhd)
เมย์แบงก์คาดว่า “รีสอร์ตส เวิลด์ เก็นติ้ง” (Resorts World Genting) รีสอร์ตเพื่อความบันเทิงและการพักผ่อนที่ประกอบด้วยกาสิโนขนาดใหญ่ ของบริษัท เก็นติ้ง มาเลเซีย (Genting Malaysia Bhd) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากการเปิดกาสิโนของประเทศไทย เนื่องจาก “รีสอร์ตส เวิลด์ เก็นติ้ง” มีรายได้จากชาวต่างชาติไม่ถึง 20% ของรายรับรวมจากการเล่นเกม (GGR)

ส่วนผู้เล่นในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากแผนการเปิดกาสิโนของประเทศไทยมีอยู่ 2 ราย
รายแรก คือ บริษัท เก็นติ้ง สิงคโปร์ (Genting Singapore – บริษัทในเครือเกนติ้งของมาเลเซีย) เจ้าของ “รีสอร์ตส เวิลด์ เซนโตซา” (Resorts World Sentosa) ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีรายได้จากชาวต่างชาติมากกว่า 60% ของรายรับรวมจากการเล่นเกม (GGR)
อีกรายคือ นากาคอร์ป (NagaCorp Ltd) จากมาเลเซีย ที่เป็นเจ้าของ “นากาเวิลด์” (NagaWorld) ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งรายได้เกือบทั้งหมดของนากามาจากชาวต่างชาติ เป็นผลส่วนหนึ่งจากการที่กฎหมายกำหนดให้เฉพาะชาวกัมพูชาที่ถือหนังสือเดินทางต่างประเทศเท่านั้นสามารถเล่นการพนันในกัมพูชาได้
อย่างไรก็ตาม เมย์แบงก์ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงหรือกังวลกับทั้งสองบริษัทสัญชาติมาเลย์ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จะมีเวลาอีกหลายปีในการตอบสนอง-รับมือกาสิโนแห่งแรกของประเทศไทย

“จำได้ว่าหลายคนเชื่อว่ารายรับรวมจากการเล่นเกม (GGR) ของมาเลเซียจะลดลง หลังจากที่รีสอร์ตครบวงจรของสิงคโปร์เปิดในปี 2010 แต่มันได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความคิดที่ผิด” เมย์แบงก์กล่าว
ในรายงานยังระบุด้วยว่า เกนติ้ง สิงคโปร์ และนากาคอร์ป ได้ลงทุน 6,800 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 18,4300 ล้านบาท) เพื่ออัพเกรดและขยายอสังหาริมทรัพย์ของพวกเขา
นอกจากนั้น เกนติ้ง สิงคโปร์ ยังแสดงความสนใจที่จะประมูลใบอนุญาตตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยด้วย
ดังนั้น เมย์แบงก์จึงมองว่า บริษัทเหล่านี้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากจากแผนการเปิดกาสิโนของไทย