เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่าระหว่างวัน ลุ้น! ประชุม กนง.

09 เม.ย. 2567 | 18:26น.
เงินบาท

เงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 9 เมษายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/04) ที่ระดับ 36.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่จากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (05/04) ที่ระดับ 36.65/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนต่างจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน มี.ค.ของสหรัฐในวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือน มี.ค.จะเพิ่มขึ้น 3.4% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือน ก.พ. นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือน มี.ค.ของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน มี.ค.จากสหพันธุ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 303,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 205,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.9%

อีกทั้งนักวิเคราะห์จากบริษัท CFRA Research ในรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดทำให้ตลาดมองว่าเฟดอาจจะชะลอเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าความเป็นไปได้ที่เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยคือเดือน ก.ค.จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะเป็นเดือน มิ.ย.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบกว้าง เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดรอบ 6 เดือนที่ระดับ 36.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ในวันนี้มีเทแรงขายทำกำไรเงินดอลลาร์จากนักลงทุนค่อนข้างมาก อีกทั้งในวันนี้ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำพุ่งสุดถึง 41,200.00 บาท

ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้นักลงทุนรอติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้ และรอติดตามบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อหาความชัดเจนในแหล่งที่มาของเงิน หรือขนาดของโครงการ ทั้งนี้ คาดว่าจะออกมาเป็นโทนบวกกับตลาด ซึ่งอาจสร้างความหวังต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยได้ ระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 36.42-36.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/04) ที่ระดับ 1.0857/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (05/04) ที่ระดับ 1.0836/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์

ขณะที่ตลาดยุโรปมีปัจจัยเพิ่มเติมที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้คือ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 11 เมษายน ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่้อนไหวในกรอบ 1.0849-1.0864 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0861/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/04) ที่ระดับ 151.90/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (05/04) ที่ระดับ 151.37/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของญี่ปุ่นในเดือน มี.ค.อยู่ที่ 39.5 หลังปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว เพิ่มขึ้น 0.5 จุดจากเดือน ก.พ. ทั้งนี้

ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นลบมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มีมุมมองเป็นบวก ผลสำรวจ 8,400 ครัวเรือนแสดงให้เห็นว่า ดัชนีระดับความเป็นอยู่โดยรวมในเดือน มี.ค.อยู่ที่ 37.5 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ดัชนีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น 0.7% เป็น 41.5 รายงานระบุว่า ดัชนีการจ้างงานในเดืนอ มี.ค.อยู่ที่ระดับ 45 เพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้า

ขณะที่ความเต็มใจซื้อสินค้าคงทนอยู่ที่ระดับ 34 เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อีกทั้งนายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันนี้ (9 เม.ย.) ว่า BOJ จะเดินหน้าปรับลดการกระตุ้นด้านการเงิน (monetary stimulus) ต่อไป หากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเคลื่อนตัวใกล้ระดับ 2% ตามที่ BOJ คาดการณ์ไว้

ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 151.74-151.93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 151.78/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาหนี้ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค, ดัชนีราคาผู้บริโภค, ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน มี.ค., บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค., ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้น เดือน เม.ย. ของสหรัฐอเมริกา การปะชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค. ของจีน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดุลการค้าประจำเดือน มี.ค.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.6/-9.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.2/-6.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ค่าเงินบาท