สัมภาษณ์
เพิ่งนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเดือน ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา “แอดไวซ์ฯ” ปรับโฉมองค์กร และเดินหน้าลุยธุรกิจใหม่ ๆ เต็มสูบ ทั้งด้านลูกค้าองค์กรและธุรกิจมือถือ แต่ยังยืนหยัดจุดแข็งของการเป็น “สิงห์ภูธร” ที่มีสาขากระจายในต่างจังหวัดระดับอำเภอทั่วประเทศ
ไตรมาสแรก/2567 โชว์ผลประกอบการ ด้วยกำไร 56.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% มีรายได้รวมที่ 3,568.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ล่าสุดดีลกับ Apple Inc. เปิด iStudio พร้อมกับการปรับภาพลักษณ์แบรนด์จากเดิม ขายแค่คอมพิวเตอร์พีซีเป็นหลัก
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ณัฏฐ์ ณัฐนิธิการัชต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางและเป้าหมายในปีนี้
ย้ำจุดแข็ง “สิงห์ภูธร”
“ณัฏฐ์” กล่าวว่า การนำแอดไวซ์ฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ถือเป็นความสำเร็จขั้นแรก ผลที่ตามมา คือ บริษัทมีเงินสดนำไปซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่าเดิม และได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้ามากขึ้น แต่ก็ต้องปรับการทำงาน โดยมีทีมงานมืออาชีพเพิ่มเข้ามามากขึ้น
“เรายังยืนยันความเป็นเรา คือ สิงห์ภูธร ที่มีสาขาจำนวนมาก รวม 112 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯและปริมณฑล 16 สาขา ส่วนที่เหลือเป็นต่างจังหวัด 96 สาขา และเป็น Top of Mind ของคนต่างจังหวัด”
และในปีนี้จะโฟกัส 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ การเปิด iStudio เพื่อขายสินค้าของ Apple จำนวน 10 สาขา โดย 5 สาขาแรกจะเสร็จในไตรมาส 3
เรื่องที่สอง คือ การส่งเสริมการบริการหลังการขาย การรับประกัน ซ่อมแซม ซึ่งมีจุดแข็งอยู่แล้วในการให้บริการกับผลิตภัณฑ์ PC ที่รองรับระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งจะต้องขยายให้ครอบคลุมขึ้น
“Apple มองว่าเราเป็นแบรนด์ค้าปลีกที่อยู่รอดได้ในช่วงการระบาดโควิด-19 ตอนนั้นเขากระทบหนักมาก ผู้ขายของเขาอยู่ในห้างแล้วห้างปิด แต่เราเป็นสาขาสแตนด์อะโลน ตั้งแยกจากห้างสรรพสินค้า ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่า”
ป่าล้อมเมืองขายของ Apple
“บอร์ดอนุมัติให้เราเปิดสาขาสแตนด์อะโลนสำหรับสินค้า Apple แล้ว 10 สาขา ข้อดี คือ Apple จะเข้ามาช่วยจัดการการสร้าง และการตกแต่ง เราจะไปดูเรื่องการจัดการอื่น ๆ งานหลักของเรา ด้วยความเป็นแอดไวซ์ฯ พื้นที่ที่จะเปิดต้องมีร้านไอทีของเราเข้าไปตั้งก่อน iStudio ต้องมีความเป็นแอดไวซ์ฯด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่ต่างอะไรจากคู่แข่งอื่น ๆ ที่แตกแบรนด์มาแข่งในต่างจังหวัดเหมือนกัน”
“ณัฏฐ์” กล่าวถึงการเลือกพื้นที่ตั้งสาขาเพื่อทำตลาดสินค้า Apple ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัดว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะสินค้าภายใต้แบรนด์ Apple มีราคาสูง แต่มองว่ามีความต้องการ โดยบางสาขาที่จะเปิดเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่หลายคนนึกไม่ถึง ซึ่งถ้าแอดไวซ์ฯทำได้สำเร็จในเมืองเล็ก ๆ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าขายที่ไหนก็ได้
โดย 5 สาขาแรกจะเปิดทันภายในไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ Apple มี iPhone ออกใหม่ ส่วนสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น ๆ ก็ยังไปได้ดีมีแนวโน้มดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ Apple และ Samsung จากการที่บริษัทเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปีก่อน และได้ทยอยวางขายสินค้าในร้านสาขา ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 106.27 ล้านบาท คิดเป็น เติบโต 238.54 %
ขณะที่กลุ่มสินค้า iPhone/iPad ยอดขายเพิ่มขึ้น 73.33 ล้านบาท คิดเป็นเติบโต 146.28 % กลุ่มสินค้า Notebook ยอดขายเพิ่มขึ้น 20.30 ล้านบาท คิดเป็น 2.48% และกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ยอดขายเพิ่มขึ้น 38.29 ล้านบาทคิดเป็น 7.99% ยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม เป็นผลมาจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ Apple และ Samsung เพื่อขยับ Position ของแบรนด์ ทำให้สินค้ากลุ่มนี้ขายดี
เพิ่ม Know How เสริมแกร่ง
“อีกส่วน คือ การทำบริการหลังการขาย ลองนึกดูว่าคนต่างจังหวัดจะเอาสินค้า Apple ไปส่ง iCare ที่ไหน เราจำเป็นต้องมี ซึ่งการให้บริการซ่อมรายได้น้อยมาก แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นของลูกค้า ที่สำคัญ การทำระบบบริการหลังการขาย คู่ค้าของเราต้องส่งพิมพ์เขียว และองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อให้เราฝึกฝน และจัดการระบบซ่อม ตรงนี้จะกลายเป็น Know How ของเรา เพิ่มเติมจากเดิมที่แอดไวซ์ฯมี Know How ในการดูแลลูกค้าคอมพิวเตอร์ PC อยู่แล้ว”
การขยับเข้าไปทำตลาดและบริการหลังการขายสินค้าของแอปเปิล และโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่นจึงทำให้ได้ Know How ด้านโมบาย และระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ทำให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งในการให้บริการยิ่งขึ้น
สแกนตลาด-กำลังซื้อ
“จากผลประกอบการ จะเห็นว่าภาพรวมโตราว 3% จากสภาพตลาดไอที ด้วยกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รวมกับการที่เรายังไม่มีสินค้า AI PC ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่มากนัก แต่ยอดขายกลุ่มโน้ตบุ๊กที่ได้มา เนื่องจากมาตรการ Easy E-Receipt เข้ามาช่วย”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอดไวซ์ฯ กล่าวต่อว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตลอดปี และการขยายสาขาที่จะตั้งสาขาไอทีก่อน Apple ทำให้บริษัทรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น อีกส่วน คือ การผ่านงบประมาณปี 2567 เรียบร้อยเเล้ว ช่วยให้รายได้ฝั่งลูกค้าองค์กรฟื้นกลับมา
“เป้าหมายการเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรของเราส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นองค์กรราชการโดยตรง แต่จะคัดเลือกเจาะกลุ่มที่เขารับงาน หรือประมูลทำงานให้องค์กรรัฐอีกที”
บริษัทยังจัดตั้งทีม Commercial Sale เพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่สินค้าประเภท Computer Notebook และอุปกรณ์เครือข่าย และขยายประเภทสินค้าไปที่กลุ่ม Hardware และ Software เพื่อให้กลุ่มลูกค้าองค์กร เข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้ทุกประเภท
“ด้านลูกค้าทั่วไป เราจะมีการทำแคมเปญราคาเพื่อให้ได้ดีลที่ดีที่สุด ทั้งลดจากหน้าร้าน และเทคนิคราคาอื่น ๆ ซึ่งยังเปิดเผยไม่ได้ แต่ลูกค้าจะได้ของจากร้านด้วยการจ่ายเงินแบบน้อยที่สุด สุดท้าย คือ สินค้ากลุ่มที่ใช้ชิป AI กำลังจะเข้ามาในช่วงถัดไป ตอนนี้ของยังมีไม่มาก แต่เป็นเหตุผลให้คนตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องได้ ส่วนคนที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง แต่ถ้าคอมพิวเตอร์ AI มีราคาสูงเกินไป ก็ต้องพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งเรามีรองรับทั้งหมด”