บาทขยับตัวกรอบแคบ ตลาดยังคงไร้ปัจจัยใหม่
ค่าเงินบาทขยับตัวกรอบแคบ ตลาดยังคงไร้ปัจจัยใหม่
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 36.58/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (27/5) ที่ระดับ 36.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวในกรอบจำกัดเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก เช้าวันนี้ dollar index ปรับตัวแคบที่ระดับ 104.58 หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่ยังคงเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบจำกัด เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ขณะที่การซื้อขายเมื่อวาน (27/5) เป็นไปอย่างเบาบาง เนื่องในวันหยุด Memorial Day
สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ (28/5) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2568 กรอบวงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท และอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ฉบับเดิม พ.ศ. 2564 ตามที่คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติได้เสนอมา และให้ส่งต่อคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อสภาต่อไป
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.48-36.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.62/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 1.0867/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (27/5) ที่ระดับ 1.0852/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนักลงทุนยังคงรอติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 6 มิถุนายนเป็นปัจจัยหลัก โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ECB ต่างส่งสัญญาณในทิศทางปรับตัวอัตราดอกเบี้ยโดยเมื่อวานนี้ (27/5) นายโอลลี เรห์น สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ ECB และประธานธนาคารกลางฟินแลนด์กล่าวย้ำว่า อัตราเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปกำลังปรับตัวลงอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ นายฟิลิป เลน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ECB ได้กล่าวว่า “หากไม่มีปัจจัยอะไรที่สร้างความประหลาดใจ เราก็มองว่าขณะนี้เราสามารถลดระดับการคุมเข้มนโยบายการเงินได้แล้ว” โดยถ้อยแถลงของนายเรห์น และนายเลนสอดคล้องกับนางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ซึ่งส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าเช่นกัน โดยเธอได้กล่าวว่า “ดิฉันมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าเราจะทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุมได้ เนื่องจากแรงกดดันที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปปรับตัวขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้เริ่มผ่อนคลายลงแล้ว ซึ่งรวมถึงราคาพลังงานและปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน”
ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0851-1.0879 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0868/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 156.81/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (27/5) ที่ระดับ 156.88/89 ไทยวันนี้ (28/5) นายชุนอิจิ ซูซูกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านลบจากภาวะเงินเยนอ่อนค่าในปัจจุบัน
โดยนายซูซูกิกล่าวว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาญี่ปุ่นว่า “การที่เงินเยนอ่อนค่าช่วยหนุนกำไรของผู้ส่งออกก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มภาระให้กับบริษัทและผู้บริโภคด้วย เนื่องจากทำให้ราคานำเข้าสูงขึ้น” นอกจากนี้ นายซูซูกิกล่าวเสริมว่า “เป้าหมายด้านนโยบายของเราคือการทำให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่้มขึ้นของราคา ด้วยเหตุนี้เราจึงวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบด้านลบจากภาวะเงินเยนอ่อนค่าทำให้ต้นทุนด้านราคาปรับตัวขึ้น”
ขณะเดียวกันนายซูซูกิเน้นย้ำว่าทางการญี่ปุ่นจะเดินหน้าติดตามผลกระทบที่เงินเยนมีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและภาคครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.61-156.95 เยน/ดอลลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 156.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. (29/5) รายงาน Beige Book ของเฟด (30/5) ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 (Second Estimate) (30/5) ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (30/5) ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (30/5) รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล (31/5) และดัชนีราคาผู้บริโภคส่วนบุคคลเดือน เม.ย. (31/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.6/-8.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.5/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ