Skip to content

InnovestX ตั้งสมมติฐาน “เศรษฐกิจ-การเมือง” ไทย เชื่อรัฐบาลเศรษฐา 80% ได้บริหารต่อ

04 มิ.ย. 2567 | 12:27น.
InnovestX ตั้งสมมติฐาน “เศรษฐกิจ-การเมือง” ไทย เชื่อรัฐบาลเศรษฐา 80% ได้บริหารต่อ

“บล.อินโนเวสท์ เอกซ์” ในเครือ SCBX ตั้งสมมติฐาน 5 ข้อ “เศรษฐกิจ-การเมือง” ไทย เชื่อรัฐบาลเศรษฐา 80% ได้บริหารต่อ เชื่อคดีการเมืองอื่นไม่กระทบรัฐบาล ส่วนความนิยมพรรคก้าวไกลดีขึ้น มองกดดันรัฐบาลเร่งบริหารเศรษฐกิจ

วันที่ 4 มิถุนายน 2567 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) รายงานว่า จากการศึกษาทิศทางการเมืองไทยและภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน รวมถึงการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์โลก InnovestX Research ได้ตั้งสมมุติฐานด้านการเมืองไทยและภูมิรัฐศาสตร์โลก เพื่อนําไปวิเคราะห์เศรษฐกิจในระยะต่อไปได้ 5 ประการ ดังนี้

1.เชื่อว่ามีโอกาส 80% ที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะได้บริหารราชการต่อไป หลังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากหลักฐานต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน รวมถึงปัจจัยทางด้านรัฐศาสตร์ด้วย

อีก 15% เชื่อว่าแม้ศาลจะตัดสินไม่เป็นคุณกับนายกฯเศรษฐา แต่กระบวนการสรรหานายกฯใหม่ จะได้นายกฯที่มาจากพรรคเพื่อไทย ขณะที่อีก 5% เป็นไปได้ที่จะยังไม่สามารถหานายกฯท่านใหม่ได้ ทําให้กระบวนการจัดทํางบประมาณในปี 2568 ล่าช้าออกไป และกระทบกับเศรษฐกิจอย่างมีนัยสําคัญ

2.เชื่อว่าในคดีทางการเมืองอื่น ๆ เช่น คดีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผิดมาตรา 112 หรือไม่ และคดียุบพรรคก้าวไกล รวมถึงตัดสิทธิ 44 สส. ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารราชการของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างมีนัยสําคัญ

3.เชื่อว่าผลโพลสํารวจความนิยมพรรคการเมืองของสถาบันพระปกเกล้า ที่จัดทําในวันที่ 26 พ.ค. 2567 ที่พบว่าคะแนนนิยมพรรคก้าวไกลเพิ่มขึ้น 37% ขณะที่พรรคอื่น ๆ โดยเฉพาะเพื่อไทยลดลง ผลโพลดังกล่าวจะทําให้รัฐบาลจะหันมามุ่งเน้นการบริหารเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่กระบวนการต่าง ๆ ด้านตุลาการและการตรวจสอบต่าง ๆ จะดําเนินไปในลักษณะคู่ขนาน

4.เชื่อว่ากระบวนการจัดตั้งวุฒิสภาชุดใหม่จะเป็นไปตามกําหนดการเดิม (2 ก.ค. 2567 ประกาศผล สว.) ทั้งนี้ เชื่อว่าวุฒิสภาชุดใหม่จะมีความหลากหลายขึ้น และทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายได้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5.เชื่อว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จะเป็นการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้นของ 2 อดีตประธานาธิบดี และยังมีความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะได้รับชัยชนะ แม้ผลโพลในปัจจุบันจะให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์มีคะแนนนําก็ตาม โดยประเด็นที่ต้องติดตามได้แก่ 1.คดีความของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ 2.พัฒนาการด้านสงคราม อิสราเอล-ฮามาส ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนนิยมประธานาธิบดีไบเดน และ 3.พัฒนาการด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

ด้วยสมมุติฐานทั้ง 5 ทําให้ได้วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในสถานการณ์ต่าง ๆ (Scenario analysis) ดังนี้

1.ในสถานการณ์ฐาน (Base case) ที่ศาลตัดสินเป็นคุณกับนายกฯเศรษฐา จะทําให้กระบวนการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันยังดำเนินต่อไปได้ คาดการณ์เศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 2.5% ในปี 2567 และ 3.0% ในปี 2568 ตามลำดับ

2.ในสถานการณ์เลวร้าย (Worse Case) ที่หากศาลตัดสินไม่เป็นคุณกับนายกฯเศรษฐา และนํามาสู่กระบวนการสรรหานายกฯใหม่ แต่ยังได้นายกฯที่มาจากพรรคเพื่อไทย จะทำให้ต้องมีกระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งส่งผลให้กระบวนการจัดทํางบประมาณปี 2568 ล่าช้าไป 1 ไตรมาส คาดการณ์เศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 2.3% ในปี 2567 และ 2.7% ในปี 2568 ตามลําดับ

3.ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case) ที่หากศาลตัดสินไม่เป็นคุณกับ นายกฯเศรษฐา และนํามาสู่กระบวนการสรรหานายกฯใหม่ แต่ไม่สามารถสรรหานายกฯภายในไตรมาส 3 ซึ่งจะกระทบกับกระบวนการจัดทํางบประมาณปี 2568 ล่าช้าไป 2 ไตรมาสเป็นอย่างน้อย คาดการณ์เศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 2.0% ในปี 2567 และ 2.5% ในปี 2568 ตามลําดับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

InnovestX