Skip to content

CFARM ซื้อขายวันแรก ราคาเปิด 1.55 บาท เหนือจอง 14.8%

06 มิ.ย. 2567 | 10:30น.
CFARM ซื้อขายวันแรก ราคาเปิด 1.55 บาท เหนือจอง 14.8%

ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFRAM หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เข้าซื้อขายตลาดหุ้นวันนี้วันแรกราคาเปิดอยู่ที่ 1.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.2 บาท เหนือจอง 14.8% จากราคา IPO ที่ 1.35 บาท นำเงินระดมทุนก่อสร้างฟาร์ม ปรับปรุงโรงเรือน ลงทุนระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับปรุงระบบงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต นำไปคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินบางส่วน ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

วันที่ 6 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ในรูปแบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันนี้ (6 มิ.ย.) เป็นวันแรก ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ 783 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “CFARM”

โดยมีราคาเปิดในวันแรกอยู่ที่ 1.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.2 บาท เหนือจอง 14.8% จากราคา IPO ที่ 1.35 บาท

สำหรับ CFARM ดำเนินธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ ประเภทฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อให้กับคู่สัญญาชั้นนำในประเทศไทยในรูปแบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา เลี้ยงไก่เนื้อในโรงเรือนด้วยระบบปิดปรับอากาศ (Evaporative Cooling System : EVAP) โดยคู่สัญญาเป็นผู้จัดหาลูกไก่ อาหารและเวชภัณฑ์ ส่วนบริษัทเป็นผู้เลี้ยงไก่เนื้อให้ได้น้ำหนักและคุณภาพที่กำหนดและขายกลับยังคู่สัญญา

ได้แก่ เบทาโกร ซีพีเอฟ ซันฟู้ด พนัสโพลทรี่ สหฟาร์ม และแหลมทอง เป็นต้น บริษัทมีฟาร์มเลี้ยงไก่ จำนวน 8 ฟาร์ม 121 โรงเรือน ตั้งอยู่ใน 4 อำเภอ เขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งบริษัทลงทุนโรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยงตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ รองรับการเลี้ยงไก่เนื้อประมาณ 3.18 ล้านตัวต่อรอบการเลี้ยง หรือ 15.88 ล้านตัวต่อปี โดยในไตรมาสแรกปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธสัญญา 94% ส่วนที่เหลือ 6% เป็นรายได้จากการจำหน่ายผลพลอยได้และรายได้อื่น

นำเงินก่อสร้างฟาร์ม-คืนหนี้

นายชูรัตน์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเป็นผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ที่มีคุณภาพ และมาตรฐานสากล ด้วยทีมผู้บริหารและบุคลากรที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จึงมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปก่อสร้างฟาร์ม ปรับปรุงโรงเรือน ลงทุนระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับปรุงระบบงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต

นำไปคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินบางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ CFARM มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ กลุ่มครอบครัวนายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ถือหุ้น 74.31% ส่วนที่เหลือเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป 25.69% บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินบริษัทภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมาย

โดย CFARM มีทุนชำระแล้วหลังเสนอขาย 580 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 431 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 149 ล้านหุ้น โดยเป็นการเสนอขายต่อบุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จำนวน 111.75 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 22.35 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน 14.9 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2567 ในราคาหุ้นละ 1.35 บาท คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย IPO ที่ 201.15 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ 783 ล้านบาท

ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO พิจารณาอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E Ratio) เท่ากับ 26.18 เท่า ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.05 บาท

โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไอพีโอ (IPO)