“สนธิรัตน์”สั่งรับมือผลไม้ภาคเหนือ ภาคใต้ ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ก.ค.นี้ มั่นใจเอาอยู่ แม้ผลผลิตเพิ่ม หลังมีแผนรับมือ ทั้งการเชื่อมโยงตลาด ดึงโรงงาน ห้างช่วยซื้อ จัดบุฟเฟ่ต์กระตุ้นการบริโภค เปิดบูธให้นักท่องเที่ยวชิมผลไม้ไทยที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง พร้อมประสานเปิดสถานที่ราชการ ปั๊ม ห้าง ตลาดต้องชม ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้เกษตรกรไปขาย ส่วนการส่งออก เล็งเจาะเมืองใหม่ในจีน รวมถึงอินเดีย รัสเซีย อิหร่าน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้และภาคเหนือ เตรียมความพร้อมรับมือกับผลผลิตผลไม้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด เพราะปีนี้ผลไม้ภาคใต้ จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.2561 โดยคาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 5.9 แสนตัน เพิ่มขึ้น 64.15% เป็นทุเรียน 2.83 แสนตัน เงาะ 8.65 หมื่นตัน มังคุด 1.91 แสนตัน และลองกอง 8.38 หมื่นตัน ส่วนผลไม้ภาคเหนือ จะออกสู่ตลาดเดือนก.ค.-ส.ค.2561 โดยมีปริมาณ 7.06 แสนตัน เพิ่มขึ้น 6.49% เป็นลำไย 6.65 แสนตัน ลิ้นจี่ 4.1 หมื่นตัน
“ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่าให้ผลผลิตตกค้าง โดยต้องช่วยประสานและเร่งระบายผลผลิตออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคา แต่เชื่อว่า จะสามารถดูแลราคาให้กับเกษตรกรได้ เพราะมีแผนรับมือรองรับไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกที่ปีนี้สามารถบริหารจัดการได้ และเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดีมาก”นายสนธิรัตน์กล่าว
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สำหรับมาตรการดูแลผลไม้ กระทรวงฯ ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อขายผลไม้ระหว่างเกษตรกรกับโรงงานแปรรูปและห้างสรรพสินค้าเป็นการล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2561 ปริมาณ 3.3 แสนตัน มูลค่า 22,000 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 8-9 มี.ค.2561 ได้เจรจาเชื่อมโยงการซื้อขายผลไม้ระหว่างสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกับห้างสรรพสินค้า ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกผลไม้ และโรงงานแปรรูปผลไม้ เป้าหมาย 5 หมื่นตัน มูลค่า ประมาณ 2,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้มีมาตรการกระตุ้นการบริโภคผลไม้ ทั้งการจัดแสดงและจำหน่ายผลไม้และผลิตภัณฑ์ โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ในช่วงเดือนเม.ย.-ส.ค.2561 การจัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น จันทบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ในเดือนพ.ค.-มิ.ย.2561 เพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ และยังได้จัดบูธผลไม้ให้นักท่องเที่ยวทดลองชิมผลไม้ไทยที่ท่าอากาศยานนานาชาติ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินในจังหวัดท่องเที่ยว เชียงใหม่ ภูเก็ต
ส่วนช่องทางอื่นๆ ได้เตรียมประสานสถานที่ของหน่วยงานราชการ สถานที่เอกชน ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลาดต้องชม ร้านธงฟ้าประชารัฐ ฟาร์มเอ้าท์เล็ต เพื่อให้เกษตรกรนำผลไม้ไปจำหน่าย และในด้านการส่งออก จะเร่งรัดการส่งออกไปยังตลาดจีน โดยเฉพาะเมืองใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งออกไปตลาดใหม่ เช่น อินเดีย รัสเซีย อิหร่าน เป็นต้น รวมทั้งจะมีการผลักดันให้มีการแปรรูปผลไม้มากขึ้น และผลักดันผลผลิตส่วนเกินไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมอาหารเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น