Skip to content

มี “คนวัยทำงาน” จำนวนมาก เป็นดาบสองคมของอินเดีย

12 ก.ค. 2567 | 10:16น.
มี “คนวัยทำงาน” จำนวนมาก เป็นดาบสองคมของอินเดีย

อินเดียมีประชากรมากกว่า 1,429 ล้านคน ณ กลางปี 2023 แซงจีนขึ้นเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์กันว่า การที่อินเดียมีประชากรจำนวนมาก และยังเป็นคนหนุ่มสาววัยกำลังแรงงานในสัดส่วนที่สูง จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอินเดีย แต่ถึงตอนนี้มีข้อมูลอีกแง่มุมหนึ่งว่า การมีประชากรวัยแรงงานจำนวนมากอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบหรือปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจเสมอไป

มีรายงานน่าสนใจจาก “บลูมเบิร์ก” (Bloomberg) ที่รายงานถึงการวิเคราะห์ของ ซิตี้ กรุ๊ป (Citigroup Inc.) กลุ่มธุรกิจธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งชี้ให้เห็นความท้าทายของอินเดียที่เกิดจากการมีคนวัยทำงานจำนวนมากว่า อินเดียจะต้องดิ้นรนอย่างมากในการ “สร้างงาน” ให้เพียงพอกับจำนวนคนวัยทำงานที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในทศวรรษข้างหน้า แม้ว่าเศรษฐกิจจะโตในอัตราที่รวดเร็วถึงปีละ 7% ก็ยังยากที่จะสร้างงานได้เพียงพอ

ตามการประมาณการของนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารซิตี้ อินเดียจะต้องสร้างงานประมาณ 12 ล้านตำแหน่งต่อปี ในช่วงทศวรรษข้างหน้า เพื่อรองรับผู้เข้าสู่ตลาดงานรายใหม่ในแต่ละปี แต่จากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะอยู่ที่ปีละ 7% อินเดียจะสามารถสร้างงานได้ 8-9 ล้านตำแหน่งต่อปีเท่านั้น

นั่นหมายความว่า คนวัยหนุ่มสาวที่เป็นผู้เข้าสู่ตลาดงานรายใหม่ จะหางานทำไม่ได้ราว 3-4 ล้านคนในแต่ละปี ยังไม่นับว่าจำนวนนี้จะสะสมทบจำนวนขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี

นอกจากจำนวนงานที่สร้างได้จะไม่เพียงพอแล้ว นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า “คุณภาพของงาน” ที่ถูกสร้างขึ้นในอินเดีย ก็ถือเป็นความท้าทายอีกประการหนึ่ง

การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า ในปี 2023 ประมาณ 46% ของแรงงานทั้งหมดในอินเดียยังคงทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ขณะที่เซ็กเตอร์นี้สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

ส่วนการจ้างงานในภาคการผลิตคิดเป็น 11.4% ของตำแหน่งงานทั้งหมด ซึ่งถือเป็นส่วนสัดส่วนที่ต่ำกว่าปี 2018 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของอินเดียไม่ได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาเลย นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19

นอกจากนี้ ซิตี้กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนถูกจ้างงานในระบบอย่างเป็นทางการน้อยลงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยสัดส่วนอยู่ที่ 25.7% ในปี 2023 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบอย่างน้อย 18 ปี และมีเพียง 21% ของคนทำงานทั้งหมด หรือประมาณ 122 ล้านคนเท่านั้นที่ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างอย่างเป็นระบบ เทียบกับสัดส่วนก่อนเกิดโควิด-19 อยู่ที่ 24%

ตัวเลขนี้เผยให้เห็นว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของคนทำงานจำนวน 582 ล้านคนในอินเดีย เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ

การว่างงานของอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนหนุ่มสาว เป็นปัญหาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญมากในการเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียเมื่อเร็ว ๆ นี้ และถูกอ้างถึงว่าเป็นสาเหตุที่พรรคภารติยะชนตะ (BJP) ของนายกฯ นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ได้รับเสียงสนับสนุนน้อยลง

ทั้งนี้ ตัวเลขอัตราการว่างงานอย่างเป็นทางการของอินเดียซึ่งอยู่ที่ 3.2% นั้นถูกมองว่า เป็นการประเมินที่ต่ำเกินไป นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะเชื่อและใช้ข้อมูลจาก ศูนย์ติดตามเศรษฐกิจอินเดีย (Centre for Monitoring Indian Economy : CMIE) ที่เป็นบริษัทวิจัยเอกชนแทน ซึ่งข้อมูลของ CMIE ระบุว่า อัตราการว่างงานของอินเดียในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.2% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 8 เดือน ส่วนอัตราการว่างงานในหมู่คนรุ่นใหม่ (อายุ 20-24 ปี) นั้นสูงกว่า 40%

นอกจากชี้ให้เห็นปัญหาที่อินเดียจะต้องเผชิญแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ของซิตี้ได้เสนอมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการจ้างงานในอินเดียด้วย เช่น การเสริมสร้างศักยภาพการส่งออกของภาคการผลิต การเพิ่มแรงจูงใจในการดึงดูดบริษัทต่างชาติ การจ้างงานให้เติมเต็มตำแหน่งงานว่างในหน่วยงานรัฐบาลประมาณ 1 ล้านตำแหน่ง และรัฐบาลอินเดียจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงแข็งแกร่งให้โครงการการจ้างงานคนทำงานหลายรุ่น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น