หุ้นไทยวันนี้ Upside จำกัด แนวต้าน 1,335 จุด การเมืองยืดเยื้อ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ยังมี Upside จำกัด แนวรับ 1,315 จุด แนวต้าน 1,335 จุด การเมืองในประเทศยังยืดเยื้อ รวมถึงนักลงทุนรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐในคืนนี้ แนะนำ “Selective Buy”
วันที่ 11 กรกฏาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่าประเมิน SET วันนี้ แม้ได้ Sentiment บวก หลังถ้อยแถลงประธานเฟดต่อ สภาคองเกรส สร้างความหวังเฟดลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. อย่างไรก็ตาม สัญญาณเทคนิคที่เข้าสู่ภาวะ Overbought และนักลงทุนรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐในคืนนี้ ทำให้คาดดัชนียังมี Upside จำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,330 และ 1,335 จุด ตามลำดับ ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,310-1,315 จุด
ช่วงสั้นมอง SET ยังเปราะบางและแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังการเมืองในประเทศยังยืดเยื้อ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศน่าจะได้รับแรงหนุนจากท่าทีของประธานเฟดที่อาจจะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ทั้งนี้ดัชนี CPI มิ.ย. ของสหรัฐ คาดจะชะลอตัวลงเหลือ 3.1% YOY จาก 3.3% YOY ใน พ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางตัวเลขตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ประเด็นสำคัญวันนี้ที่ต้องติดตาม
1.ประธานาธิบดี Fed ส่งสัญญาณว่า Fed มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยในไม่ช้า โดยระบุว่า Fed กำลังให้ความสนใจต่อตลาดแรงงานที่กำลังชะลอตัวลง และ Fed จะไม่รอจนกว่าเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมาย 2% ถึงจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ย
2.EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์สหรัฐลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าตลาดคาด ขณะที่พายุเฮอร์ริเคนเบริลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะรัฐเทกซัสซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันกว่า 40% ของอุปทานน้ำมันดิบในสหรัฐ
3.ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย +2.4% DOD สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจาก TSMC รายงานรายได้สูงกว่าคาดใน 2Q67 อานิสงส์จากกระแสความต้องการเทคโนโลยี AI
4.กระทรวงการคลังระบุข้อสรุปโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลตปรับลดวงเงินเหลือ 4.5 แสนล้านบาท ปรับใช้แหล่งเงินใหม่จากงบฯปี’67 และปี’68 เท่านั้น ไม่ใช้เงิน ธ.ก.ส. และเพิ่มสินค้าที่ไม่สามารถใช้เงินดิจิทัลวอลเลตซื้อได้อีก 3 รายการ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์มือถือ
5.กระทรวงการคลัง ระบุเตรียมหารือ ธปท. ทบทวนหลักเกณฑ์ LTV หลังพบปัญหาหนี้เสียจำนวนมากเป็นปัจจัยหลักกดดันธุรกิจอสังหาฯ ไม่โต เตรียมเสนอแนวคิดให้ต่างชาติถือครองที่ดิน 99 ปี หนุนตลาดฟื้นตัว
6.กรมสรรพสามิตระบุ 14 บาท ผู้ผลิตรถ EV ต้องผลิตรถชดเชยนำเข้าปี’65-68 รวม 1.8 แสนคัน ตามมาตรการอุดหนุน EV 3.0 ด้านสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยระบุต้องหาตลาดรองรับ กังวลตลาดไทยอุปทานล้นตลาด ทั้งจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง สินเชื่อตีกลับสูง
7.ศาลรัฐธรรมนูญ นัดถกคดีคุณสมบัตินายกฯ ต่อ 24 ก.ค. เหตุเรียกข้อมูลเพิ่ม และรอความเห็น หลักฐานจากบุคคล-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กลยุทธ์การลงทุน
มองตลาดหุ้นไทยยังเปราะบางและแกว่งตัวในกรอบแคบ ระหว่างรอความชัดเจนของปัจจัยการเมืองในประเทศและปัจจัยหนุนใหม่ ๆ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีม ดังนี้
1) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์ Cover Short หลัง ตลท. เริ่มใช้มาตรการ Uptick ตั้งแต่ 1 ก.ค. 67 และเป็นหุ้นพื้นฐานดีมี ESG Rating ระดับ A-AAA เลือก HANA TOP BEM MINT OSP BBL SCGP AOT
2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากแผนปรับเงื่อนไขกองทุน Thai ESG ใหม่ โดยขยายวงเงินเป็น 3 แสนบาทและลดระยะเวลาถือครองเหลือ 5 ปี เลือก ADVANC CPALL BDMS BBL BEM GULF
3) หุ้น Global Play ที่คาดผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องและได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่จะขึ้นกับการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ไม่แน่นอน เลือก SCGP TU MINT (ทั้งนี้ SCGP แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว หลังมีแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาอ่อนแอ)
4) สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Bent ปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบล่างของช่วง 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมองยังสามารถมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จึงยังคงเลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP
หุ้นแนะนำวันนี้
HANA มองผลการดำเนินงาน 2Q67 ฟื้นตัว และฟื้นตัวเด่น 2H67 จากการเปลี่ยนสมาร์ทโฟน AI ธุรกิจ RFID และธุรกิจ PMS คาดไม่ได้รับผลกระทบจากราคาทองแดงและทองคำที่เพิ่มขึ้น เพราะส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบไปยังลูกค้าได้ และผลกระทบจำกัดจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แนะนำเข้าซื้อวันนี้ราคาไม่เกิน 48 บาท
TOP ระยะสั้นได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันปรับขึ้น ค่าการกลั่นฟื้นจากจุดต่ำสุด หนุนโดยความต้องการใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินตามฤดูกาล คาดผลการดําเนินงานธุรกิจอะโรเมติกส์ดีขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง หนุนจากอุปทานที่ตึงตัวในเอเชีย แนะนำเข้าซื้อวันนี้ราคาไม่เกิน 53.25 บาท