เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
เดอะ คริสตัล จัดกิจกรรมฮาโลวีน 3 สไตล์ เด็ก-วิ่ง-ไวน์
Biz Movement เดอะ คริสตัล จัดกิจกรรมฮาโลวีน 3 สไตล์ เด็ก-วิ่ง-ไวน์
ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
Finance ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
Biz Movement สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’  ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
News กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’ ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
Economic ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
Finance IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
ดูทั้งหมด

ความรู้แบบโชเฟอร์

19 ก.ค. 2567 | 13:49น.
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

เรื่องนี้ผมว่าคนที่เคยเป็นผู้สัมภาษณ์จะต้องเคยเจอผู้สมัครงานที่เวลาตอบคำถามต่าง ๆ จะดูคล่องแคล่วมีประสบการณ์ตรงในงานนั้นมาหลายปี แสดงภูมิรู้ดูว่าเชี่ยวชาญชำนาญงานในตำแหน่งที่สมัครเป็นอย่างดี แถมเคยทำงานในองค์กรใหญ่โตน่าเชื่อถือ ก็เลยรับเข้ามาทำงาน

แต่พอรับเข้ามาแล้วกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนซะงั้น หรือเมื่อเราคุยกับใครก็ตามในเรื่องใด คนคนนั้นก็จะ Present ตัวเองว่าเก่งรอบรู้เชี่ยวชาญชำนาญเรื่องนั้น ๆ จนดูน่าเชื่อถือ แต่พอทำงานด้วยกันไปสักระยะหนึ่งจะเริ่มเห็นว่าผลงานที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

นี่แหละครับคือเรากำลังเจอคนที่มีความรู้แบบโชเฟอร์ หรือ Chauffeur Knowledge เข้าให้แล้ว

ที่มาของคำคำนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1918 (พ.ศ. 2461) มีนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันรางวัลโนเบลชื่อ Max Planck ได้รับเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่อง Quantum Mechanics แต่เนื่องจากแกบรรยายเรื่องเหล่านี้มาหลายแห่ง ซึ่งคนที่เป็นครูบาอาจารย์จะรู้ดีว่าเรื่องที่ตัวเองสอนเป็นเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ สำหรับตัวเอง แต่จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับกลุ่มผู้ฟัง (คนเรียน) อยู่เสมอ ซึ่งอาจารย์ Planck คงจะเหมือนกับอาจารย์อีกไม่น้อยที่อาจจะเบื่อที่ต้องพูดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำซาก

แต่ทุกครั้งที่แกไปบรรยาย แกจะมีคนขับรถตามไปนั่งฟังหลังห้องทุกครั้ง ซึ่งคนขับรถของแกจดจำเนื้อหาการบรรยายได้ทั้งหมด รวมไปถึงลีลาท่าทางระหว่างการสอนได้แทบทุกชอต เพราะดูการสอนกันมาเป็นปี ๆ คนขับรถก็เลยขออาสาว่าจะขึ้นไปพูดหัวข้อนี้แทนอาจารย์ Planck ซึ่งอาจารย์ก็ตกลง

เพราะอยากจะดูผลลัพธ์ว่าจะเป็นยังไง อย่าลืมนะครับว่าในปี พ.ศ. 2461 สื่อโซเชียลยังไม่มี การเผยแพร่หน้าตาของบุคคลยังไม่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ ดังนั้น คนขับรถก็ปลอมเป็นนักฟิสิกส์รางวัลโนเบลได้แบบสบาย ๆ

ท่านคงเดาเรื่องนี้ได้ถูกใช่ไหมครับว่า ผลลัพธ์การบรรยายเป็นยังไง ?

ใช่แล้วครับ ผู้ฟังชื่นชอบมาก แถมเรตติ้งบรรยายว่าเนื้อหาดีมาก พูดได้เข้าใจ น่าสนใจ และยังบอกว่าวิทยากรเป็นคนให้เกียรติคนทุกชนชั้นอีกต่างหาก เพราะในตอนท้ายวิทยากร (ปลอม) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนถามคำถามที่ยาก ๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบไม่ได้ แต่ก็ตอบผู้เรียนไปว่า “คำถามนี้มีคำตอบแบบง่าย ๆ ที่แม้แต่โชเฟอร์ของผมก็ไขปัญหานี้ได้ ผมขอให้โชเฟอร์ของผมเป็นผู้ตอบนะครับ”

แล้ววิทยากร (ปลอม) ก็ให้ศาสตราจารย์ตัวจริง (ที่สวมบทโชเฟอร์หลังห้อง) เป็นผู้ตอบแบบเนียน ๆ

ถามว่าเราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ ?

1.ระวังอคติแบบ Halo Effect (https://tamrongsakk.blogspot.com/2021/08/7-halo-effect.html) ไม่ควรรีบด่วนสรุปจนเกินไป แต่ควรใช้หลักกาลามสูตรคือ อย่าเชื่อสิ่งใดง่ายจนเกินไป มีสติ หาข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนั้นให้ดีว่ามีพื้นเพที่มายังไง มีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ มาจริงหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน หรือแค่มีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนั้นแบบครูพักลักจำผิวเผิน แต่เอามาคุยฟุ้งสร้าง Profile ให้ดูน่าเชื่อถือ

2.คนที่รู้ลึกรู้จริงจะมีแนวโน้มที่จะยอมรับความไม่รู้ของตัวเอง คือ ไม่ได้พยายามตะแบงสร้างความน่าเชื่อถือว่าตัวเองรู้ไปเสียทุกเรื่อง อะไรที่ตัวเองไม่รู้หรือไม่เคยทำจะบอกตรงไปตรงมาว่าไม่รู้หรือไม่เคยทำ แต่คนที่ไม่รู้จริงมักจะบอกว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง

3.ถ้าไม่มีอคติครอบงำมากเกินไป และสังเกตให้ดีจะพบว่าคนที่รู้แบบท่องจำจากตำรา กับคนที่รู้มาจากประสบการณ์ทำงานตรงมีความแตกต่างกัน

เชื่อว่าเรื่องนี้จะช่วยทำให้ท่านเท่าทันคนประเภท Chauffeur Knowledge มากขึ้นแล้วนะครับ