เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
Business AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
Economic สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
Finance LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
Economic กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
Biz Movement กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
Real Estate SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
Real Estate เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
Automotive เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
ดูทั้งหมด

เปิดมุมมอง สภาธุรกิจไทย-ลาว แนะทุนไทยตั้งรับ “วิกฤตเงินกีบ”

27 ก.ค. 2567 | 19:05น.
lao
สัมภาษณ์พิเศษ

สปป.ลาว ปัจจุบันเกิดวิกฤตปัญหาค่าเงินกีบอ่อนค่า และมีความผันผวน เกิดกระแส เซฟเงินกีบขึ้นภายในประเทศ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แต่มีการประเมินว่า สปป.ลาว จะคงรักษาระดับเงินเฟ้อในปี 2567 มีแนวโน้มอยู่ในระดับ 20% ได้ ซึ่งเวิลด์แบงก์มีการคาดการณ์ว่า สปป.ลาว จะสามารถจัดการลดเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำลงได้ ขณะที่เดือนมิถุนายน 2567 เงินเฟ้อ 26.15% ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้มีการประเมินว่าอยู่ที่ 4% “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายจตุรงค์ บุนนาค” ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว ถึงสถานการณ์และโอกาสที่เกิดขึ้นที่จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย

เศรษฐกิจ สปป.ลาว ปี’67

เมื่อติดตามสถานการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ปีนี้เวิลด์แบงก์ ประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจอยู่ที่ 4% แต่ในหลายปีที่ผ่านมา พบว่า สปป.ลาว ยังเจอปัญหาและอุปสรรคมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักเกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจ และเป็นปัญหามานานตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เมื่อเทียบเงินบาทก็อ่อนค่ามาเรื่อย ๆ จากอัตราแลกเปลี่ยน 1,000 บาทต่อ 600,000 กีบ ตอนนี้ก็อ่อนสูงกว่า 700,000 กีบต่อ 1,000 บาท

สปป.ลาวเองยังเป็นประเทศที่ขาดดุลการค้ามาโดยตลอด ส่งผลให้กลไกอัตราแลกเปลี่ยนไม่สามารถสร้างความสมดุลในการค้า-ขายได้ เพราะเป็นประเทศที่อาศัยการนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ การส่งออกสินค้าน้อย เช่น กระแสไฟฟ้า เหมืองแร่ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการทำสัญญาระยะยาว คงอัตราราคาซื้อ-ขายคงที่ตั้งแต่เซ็นสัญญา และทำสัญญาโดยสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จึงไม่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนเลย และธุรกิจเหล่านี้เป็นกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามารับสัมปทานจากรัฐบาล ดังนั้น กลไกราคาจึงช่วยอะไรไม่ได้

เงินเฟ้อ 2 หลัก

ขณะเดียวกัน สปป.ลาว ยังพบปัญหาเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เมื่อปี 2565 ช่วงต้นปีสูงถึง 64% ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น เพราะส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามดูแลควบคุมเงินเฟ้อภายในประเทศให้อยู่ในกรอบ และพยายามลดเงินเฟ้อลง โดยปลายปี 2566 เงินเฟ้ออยู่ที่ 24.36% และในปี 2567 รัฐบาลมีเป้าหมายไม่ให้เงินเฟ้อสูง โดยให้คงอยู่ในระดับ 20% และเวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่า สปป.ลาวจะจัดการเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับลดลงได้ แต่ก็ยังถือว่ายังอยู่ในระดับที่สูงอยู่

“ปัญหาที่เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้น ปัจจัยสำคัญเกิดจากราคาน้ำมันของตลาดโลกที่สูงขึ้น มีผลต่อค่าขนส่ง และความต้องการใช้น้ำมันในภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ต่างประเทศเข้าไปลงทุนและได้สัมปทาน ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น อีกทั้ง สปป.ลาว ส่วนใหญ่นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก เช่น ไทย จีน และปัจจุบันเริ่มนำเข้าจากเวียดนาม ซึ่งระดับราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลต่อราคาน้ำมัน แต่อย่างไรก็ดี ยังคงมั่นใจว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำมันใน สปป.ลาว จะไม่เกิดขึ้นเมื่อเทียบปี 2565”

ลงทุน FDI ทรุด

“จากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่ามีผลต่อการพิจารณาการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศใน สปป.ลาว เพราะนักลงทุนต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เกิดขึ้น หากเข้ามาลงทุนแล้วผลตอบแทนน้อยหรือติดลบ ก็จะมีผลต่อการตัดสินใจไม่เข้ามาลงทุน ซึ่งประเด็น
นี้จะเป็นสิ่งที่ในอนาคต สปป.ลาวอาจจะต้องเจอ”

ทั้งนี้ ยังพบอีกว่า สปป.ลาว กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยมีแรงงานที่ออกจากระบบการศึกษา ไหลไปหางานทำในต่างประเทศมากขึ้น เช่น ไทย เกาหลีใต้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและธุรกิจที่อาศัยแรงงานเป็นหลัก ที่จะเจอปัญหาแรงงานขาดแคลน โดยภาพรวมทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใน สปป.ลาว ปัจจุบัน

กำลังซื้อภายในหด

สภาธุรกิจฯติดตามพฤติกรรมการบริโภคของคนใน สปป.ลาว จะพบว่า ภาวะเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ของคน สปป.ลาว โดยประชาชนจะบริโภคเฉพาะสินค้าที่จำเป็น การซื้อสินค้าบางชนิดจะตัดสินใจช้าลง และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยจะมีการจับจ่ายน้อยลง

นอกจากนี้ยังพบว่าการเดินทางข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย จากการประเมินและสอบถามผู้ประกอบการไทยพบว่า ผู้ประกอบการ สปป.ลาว ข้ามมายังประเทศไทยเพื่อซื้อสินค้าน้อยลง และยังมีอีกปัจจัยที่มีผลต่อการข้ามเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศไทย คือ มีการเปิดห้างสรรพสินค้าที่ลงทุนโดยนักลงทุนจีน ซึ่งอาจจะเข้ามาทดแทนการเข้ามาซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าไทยในแถบชายแดนได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ติดระหว่างเวียงจันทน์และหนองคาย เป็นต้น

ทุนไทยใน สปป.ลาว

ขณะที่ฝั่งนักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว ซึ่งมีหลากหลายประเภทธุรกิจ หลายอุตสาหกรรม แต่ผู้ประกอบการไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้นำเข้า-ส่งออกสินค้าไทยมากกว่านักลงทุน

“แม้ปัจจุบันจะพบว่าคำสั่งซื้อในระยะสั้นยังคงไม่ได้ลดลง แต่จะปรับเปลี่ยนการนำเข้าสินค้าตามฤดูกาลไปบ้าง ขึ้นอยู่กับความต้องการภายในประเทศ อย่างเช่น ช่วงนี้เริ่มมีการเพาะปลูกก็จะนำเข้าเกี่ยวกับวัสดุทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่ไม่จำเป็นก็จะปรับลดลง ภาพรวมยังมองว่าปกติ เพราะปริมาณการสั่งซื้อสินค้ายังคงเท่าเดิมและไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ระยะยาวยังคงต้องเฝ้าสถานการณ์ติดตามกันอีกครั้งหนึ่ง แม้ปัญหาเงินเฟ้อตอนนี้จะยังไม่มีผลกระทบการซื้อ-ขายระหว่างประเทศ แต่กระแสภายใน สปป.ลาว ได้เกิดสถานการณ์ #เซฟเงินกีบ เกิดขึ้น และมีการรณรงค์งดรับเงินตราต่างประเทศในประเทศ ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้ก็มีการแลกเปลี่ยนเงินตราในประเทศ โดยกำหนดเรตราคาเองขึ้นมาในการแลกเปลี่ยน ไม่ได้อิงธนาคารกลางของ สปป.ลาว การกระทำอย่างนี้เห็นว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และกระทบต่อการท่องเที่ยวใน สปป.ลาว จึงเป็นสิ่งที่เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะออกมาดูแลในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”

นอกจากนี้ ยังมองว่านักท่องเที่ยวไทยจำเป็นอาจจะต้องปรับพฤติกรรมโดยหันไปแลกเงินบาทเป็นเงินกีบ เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวใน สปป.ลาว ให้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ ธนาคารกลางของ สปป.ลาวเอง ก็จะต้องมีการสอดส่องให้มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการไทย ยังมีความกังวลใจหากมีการแลกเงินกีบเข้าไปแล้ว และมีจำนวนเงินที่เหลือต้องการนำไปแลกคืน แต่พบว่าธนาคารใน สปป.ลาว ไม่รับแลกคืน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย

คำแนะนำนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังมองโอกาสลงทุนใน สปป.ลาว ยังคงต้องพิจารณาโครงสร้างระบบเศรษฐกิจภายใน เช่น ปัญหาอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินที่อ่อนค่า อัตราเงินเฟ้อ ก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของประเภทธุรกิจ หากเป็นกลุ่มประเภทนำเข้า-ส่งออก ในช่วงนี้อาจจะยังไม่เหมาะสมที่เข้าไปลงทุน แต่จะมีธุรกิจบางประเภทที่อาจจะอาศัยช่วงนี้เข้าไปลงทุน เนื่องจากเป็นโอกาสเพราะค่าเช่าถูกลง เงินลงทุนขั้นต่ำลดลง และใน สปป.ลาว ยังมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมาก เช่น สิทธิพิเศษทางภาษี สิทธิพิเศษลาว-จีนที่มีชายแดนติดกัน ค่าแรงถูกที่จะเป็นโอกาสให้กับธุรกิจได้

ส่วนการใช้โอกาสการขนส่งผ่านรถไฟลาว-จีน ปัจจุบันเอกชนไทยยังมองว่าต้นทุนการขนส่งยังสูงอยู่มาก เนื่องจากต้นทุนแฝงเยอะ ทำให้การขนส่งสินค้าจากไทยเข้าจีนต่อเที่ยวอยู่ที่ 270,000 บาทต่อตู้ 40 ฟุต หากใช้การขนส่งทางรถยนต์เฉลี่ยจะอยู่ที่ 120,000-200,000 บาทต่อตู้ 40 ฟุตต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับเส้นทางเดินรถที่ใช้ขนส่ง เช่น R3A, R9, R12 หรือการขนส่งผ่านท่าเรือก็มีต้นทุนที่ถูกกว่า แต่อนาคตหากการขนส่งทางรถไฟถูกลงมาอยู่ที่ 150,000-160,000 ต่อเที่ยว ก็มีโอกาสจะหันไปใช้ขนส่งผ่านเส้นทางนี้มากขึ้น

เขตเศรษฐกิจพิเศษในลาว

ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษใน สปป.ลาว ปัจจุบันยังคงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศโดยให้สิทธิพิเศษ ด้านภาษี เช่น ภาษีนิติบุคคล ภาษีรายได้ ซึ่งแต่ละธุรกิจจะได้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ต้นทุนในการเข้าไปลงทุนที่ต่ำลง โดยในหลายพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษใน สปป.ลาว มีต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันพบว่านักลงทุนจีนเข้าไปลงทุนมากกว่า 1,000 บริษัท โดยการลงทุนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจพลังงาน เหมืองแร่ การเกษตร เป็นต้น ขณะที่นักลงทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ที่เข้าไปลงทุนเพื่ออาศัยสิทธิประโยชน์ด้านภาษีในการส่งออกไปยังประเทศที่สาม

“นักลงทุนจีนที่เข้าไปลงทุนในลาวมากขึ้น จะมีผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจของไทยไหม คงต้องดูว่าสินค้าปัจจุบันของไทยที่มีบทบาทมากในลาว คือ สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีการนำเข้าไปถึง 90% ในอนาคตอาจจะได้รับผลกระทบหากจีนหันมาผลิตสินค้าที่ใกล้เคียงกับของไทยในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งยังได้สิทธิพิเศษ และลาวเองมีแผนยุทธศาสตร์ที่จะผลิตสินค้าเองเพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ อาจจะส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยในระยะ 5-10 ปี เอกชนไทยจำเป็นต้องเตรียมการรับมือไว้ในอนาคต”

ค้าชายแดนไทย-ลาว

ด้านการค้า ประเทศไทยถือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของสปป.ลาว ขณะที่ สปป.ลาวเป็นคู่ค้าอันดับ 19-20 ของประเทศไทย สำหรับมูลค่าการค้าไทย-ลาว 5 เดือน (มกราคม-พฤษภาคม) แรกของปี 2567 ขยายตัว 17% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เชื่อว่าทั้งปี 2567 มูลค่าการค้าจะเทียบเท่าปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 260,000 ล้านบาท

ส่วนสินค้าที่ไทยส่งออกสำคัญ คือ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป สินค้าแร่และเชื้อเพลิง เครื่องดื่ม

สินค้าที่ไทยนำเข้าสำคัญ คือ เชื้อเพลิง ผักผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักผลไม้ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ปูนซีเมนต์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ กาแฟ ชา เครื่องเทศ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ผลิตภัณฑ์โลหะ

ลุยอีคอมเมิร์ซ

ในอนาคตผู้ประกอบการไทยจะต้องเตรียมแผนรับมือในการทำการค้าโดยอาศัยรูปแบบอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยตอนนี้ทางสภาธุรกิจไทย-ลาว ได้ร่วมกับหอการค้าในจังหวัดชายแดน เช่น อุบลราชธานี มุกดาหาร หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้ประกอบการในการใช้อีคอมเมิร์ซและพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการเพื่อที่จะสามารถส่งออกไปจีน เพื่อขยายตลาดส่งออก โดยที่ผ่านมาเราตั้งรับการนำเข้าสินค้าจากจีน ถึงเวลาที่เราจะดูว่ามีช่องทางไหนบ้าง ที่จะทำให้สินค้าไทยไปขายที่จีนได้

ที่ผ่านมาเราได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มองว่าการค้ารูปแบบ Cross-border e-Commerce (คอร์ส บอร์เดอร์ อีคอมเมิร์ซ) คือการซื้อขายระหว่างประเทศผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันโดยซื้อขายผ่านทางช่องทางออนไลน์ซึ่งมีการเติบโตอย่างมากในจีน เป็นช่องทางสำคัญในการเอาสินค้าไทยไปขายที่จีน ซึ่งเราได้มีการบันทึกความตกลง (MOU) เมื่อปลายปี 2566 กับหอการค้าไทย สมาคมธุรกิจไทยในจีนตะวันตก จะร่วมกันพัฒนาสามารถเอาสินค้าของไทยไปขายผ่านรูปแบบการค้านี้ได้

และในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2567 เราจะมีการตั้งศูนย์ถ่ายทอดความรู้การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามแดน หรือคอร์ส บอร์เดอร์ อีคอมเมิร์ซ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เพื่อที่จะพัฒนาให้ศูนย์นี้เป็นที่เรียนรู้ในการใช้รูปแบบการขายนี้เพื่อขายสินค้าไทยไปจีนได้อย่างไร เพื่อสร้างมูลค่าการค้าและการส่งออกรายได้ให้กับประเทศ