นายกฯ จ่อบินกัมพูชา ก.ย.นี้ จับมือ 2 ประเทศแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ส.ค.เล็งเชิญสหรัฐร่วมลงพื้นที่ภาคเหนือแก้ปัญหายาเสพติด หลังถกความร่วมมือ เผยพอใจ 25 จังหวัดทำได้ดี บางจังหวัดยังไม่ถึงเกณฑ์
วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในหลายเรื่อง ซึ่งวันเดียวกันนี้จะไปติดตามดู รวมถึงปัญหาออนไลน์เกี่ยวกับสแกมเมอร์ทั้งหลายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เพราะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และยังมีเรื่องของเพื่อนบ้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งที่ตนไปประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มาตนได้มีการแจ้งไปว่า เราจะมีการตั้งคณะกรรมการที่รวบรวมคนจากทุกภาคส่วนเข้ามาถือเป็นเรื่องดี
และตนพยายามตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการครบทุกภาคส่วน เรื่องนี้เราต้องการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนจริง ๆ เพราะไม่เช่นนั้นจะแก้ไขลำบาก ก็อย่างที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวกันไป โดนหลอกกันไป เสียหายตั้งเท่าไหร่ พวกคอลเซ็นเตอร์ทั้งหลาย ดังนั้น เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่าการดำเนินการกลุ่มสแกมเมอร์มีความคืบหน้าอย่างไร นายกฯกล่าวว่ามีความคืบหน้าอยู่ 2 อย่าง โดยมีการพูดคุยกันของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา และเข้าใจว่าปลายสัปดาห์หน้าหรือภายในสัปดาห์นี้ ฝ่ายไทยจะเดินทางไปกัมพูชาและพูดคุยกัน และประมาณเดือน ก.ย.ตนอาจจะเดินทางไปคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง
นายเศรษฐายังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ได้มีการพูดคุยเรื่องปัญหายาเสพติดกับนายรอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสหรัฐได้มาพบตน ตนเข้าใจว่าหน่วยงานที่ดูแลด้านยาเสพติดของสหรัฐอเมริกาเขาได้มีการประสานงานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของเราอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่ได้ลงไปในพื้นที่มากนัก
เพราะฉะนั้นถ้าตนมีโอกาสลงพื้นที่ในภาคเหนืออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะลงไปในปลายเดือน ส.ค.นี้ ก็จะเชิญเขาไปด้วย เพราะอย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่เรื่องแค่ยาบ้าอย่างเดียวที่เพิ่มขึ้นมา แต่มีจำนวนเฮโรอีนที่เพิ่มขึ้นมา 4 เท่าตัวด้วย โดยมีปลายทางอยู่ที่ออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา
เมื่อถามว่าเรื่องยาเสพติดจะมีมาตรการอะไรเด็ดขาดที่จะทำให้ยาเสพติดหมดไปได้โดยเร็ว นายกฯ กล่าวว่าปัจจุบันนี้ก็ทำกันอยู่ อย่างที่บอกไปว่าเรามี 25 จังหวัดหลัก โดยโฟกัสที่จังหวัดน่านและร้อยเอ็ดที่จะต้องให้เป็นจังหวัดสีขาวให้ได้ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ จุดหลักเลยคือการเอกซเรย์ทุกคน มีการตรวจปัสสาวะและจับเข้ากระบวนการ
เมื่อถามว่าทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มีการรายงานว่าจากการตรวจปัสสาวะของกลุ่มอาชีวะพบปัสสาวะสีม่วงเยอะหรือไม่ นายกฯกล่าวว่ายังไม่ได้รายงานอะไร แต่ถ้าเจอต้องเข้าสู่ระบบ ซึ่งในวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ว่ากระทรวงมหาดไทยจะต้องช่วยกันเยอะขึ้น เพราะ 25 จังหวัดนี้บางจังหวัดทำได้ดีเกินคาด แต่บางจังหวัดยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ซึ่งก็ได้กำชับให้นายอนุทินให้สั่งการจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งนายอนุทินได้รับปากจะกำชับในเรื่องนี้