เปิดรายงานความยั่งยืน เต็ดตรา แพ้ค เปลี่ยนแปลงระบบอาหารโลก
รายงานความยั่งยืนฉบับที่ 25 เต็ดตรา แพ้ค เชื่อมโยง 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ระบบอาหาร การหมุนเวียนทรัพยากร สภาพอากาศ ธรรมชาติ และความยั่งยืนทางสังคม
วันที่ 2 สิงหาคม 2567 เต็ดตรา แพ้ค (TetraPak) ผู้สร้างโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารระดับโลก เปิดเผยรายงานความยั่งยืนฉบับที่ 25 ประจำปี 2566 เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าที่ได้ดำเนินการตามวาระความยั่งยืนที่กำหนดไว้ เชื่อมโยงกันใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ระบบอาหาร, การหมุนเวียนทรัพยากร, สภาพอากาศ, ธรรมชาติ และความยั่งยืนทางสังคม รวมถึงย้ำบทบาทของความร่วมมือในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในระบบอาหารโลก ในส่วนของประเทศไทย เต็ดตรา แพ้ค ให้ความสำคัญลำดับแรกในการจัดเก็บรวบรวมและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว
เป้าหมาย Net Zero
โดยรายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุด ยังเผยถึงความคืบหน้าของบริษัทตั้งแต่ปี 2562 ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าได้มากกว่า 20% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้กว่า 47%
ซึ่งผลที่ได้นี้แสดงให้เห็นว่า การทำงานของเต็ดตรา แพ้ค เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในการดำเนินงานของบริษัทภายในปี 2573 และสอดคล้องกับความมุ่งมั่นระยะยาวของบริษัท ในการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ และมุ่งไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2593
กล่องเครื่องดื่มทดแทนอะลูมิเนียม
อีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญในปีที่ผ่านมา คือ การเปิดตัว “กล่องเครื่องดื่มแบบปลอดเชื้อที่มีชั้นปกป้องทดแทนอะลูมิเนียมที่ผลิตจากเยื่อกระดาษ” ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 33% หรือหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิม ถือเป็นอีกก้าวแห่งความสำเร็จที่เข้าใกล้เป้าหมายของเต็ดตรา แพ้ค ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารที่ยั่งยืนที่สุดในโลก
การพัฒนาดังกล่าวเป็นผลมาจากการลงทุนไปกว่า 100 ล้านยูโร หรือกว่า 3,900 ล้านบาท ในการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในปี 2566 โดยเต็ดตรา แพ้ค ยังมีแผนในการลงทุนในทุก ๆ ปีด้วยงบประมาณเดียวกันตลอดช่วง 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า
โซลูชั่นหมุนเวียนทรัพยากร
นอกจากนั้น เต็ดตรา แพ้ค ยังสนับสนุนการพัฒนาโซลูชั่นหมุนเวียนทรัพยากร ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่สามารถรีไซเคิลได้ และขยายการจัดเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เพื่อเพื่อดึงวัสดุที่ใช้แล้วออกจากหลุมฝังกลบ
สำหรับในประเทศไทย เต็ดตรา แพ้ค ได้ขับเคลื่อนโครงการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มที่ทำให้มีการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมารีไซเคิลได้มากกว่า 3,900 ตันในปี 2566 อีกทั้งบริษัทยังจับมือกับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมเดียวกันในการก่อตั้งเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ “PRO-Thailand Network” เพื่อส่งเสริมการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนในประเทศอีกด้วย
โครงการเก็บกล่องสร้างบ้านเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของโครงการที่นำแนวคิดการนำกลับมาใช้ใหม่และการสร้างความยั่งยืนในสังคมมาปรับใช้ ภายในปี 2566 สามารถรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วได้มากกว่า 50 ตัน จากจุดรับกล่องของพันธมิตรกว่า 150 แห่ง โดยนำมาผลิตเป็นแผ่นหลังคา วงกบประตู และแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ เพื่อนำไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยในประเทศไทย
ห่วงโซ่คุณค่า
“ปฏิญญา ศิลสุภดล” ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือเพื่อสร้างเครือข่ายด้านความยั่งยืนที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ การก่อตั้ง PRO-Thailand Network และความสำเร็จของโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน ที่ได้นำกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นของเรา
“เราตั้งเป้าที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่าทั้งในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตอาหาร ผู้จัดจำหน่าย ผู้กำหนดนโยบาย ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่อาหาร ผู้คน และโลกต่อไป”
ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา
รายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 ยังกล่าวถึงความสำเร็จอื่น ๆ ของเต็ดตรา แพ้ค ในปีที่ผ่านมา รวมไปถึงโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อปกป้องอาหาร ผู้คน และโลก ได้แก่
• การขยายโครงการโภชนาการในโรงเรียน : บริษัทมีส่วนช่วยให้เด็กนักเรียนกว่า 64 ล้านคนใน 49 ประเทศได้เข้าถึงนมและเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการผ่านโครงการโภชนาการในโรงเรียน
• การเร่งขับเคลื่อนการรีไซเคิล : มีการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มกลับมารีไซเคิลเพิ่มสูงขึ้นกว่า 7% ทั่วโลกเมื่อเทียบกับปี 2565 โดยการรีไซเคิลเศษพลาสติกและอะลูมิเนียมหรือ PolyAl เพิ่มขึ้นถึง 14%
• การได้รับการยกย่องเป็นองค์กรชั้นนำด้านการดำเนินงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ : เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ “A List” ด้านป่าไม้ของซีดีพี (CDP) หรือ Carbon Disclosure Project เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ ยังจัดอยู่ในระดับ “A-” ในด้านความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งนับเป็นปีแรกของซีดีพีที่มีการทำรายงานในด้านนี้
• การดำเนินการอย่างแข็งขันตามหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs)