ส่องหุ้นเด่น เดือน ส.ค.นี้ โบรกฯ แนะคัดเข้าพอร์ต จับตาการเมืองไทย
โบรกเกอร์ คัดหุ้นเด่น เดือน ส.ค.นี้ เข้าพอร์ต จับตาการเมืองร้อนชี้ชะตาหุ้นไทยเดือน ส.ค. ทั้งยุบพรรคก้าวไกล ถอดถอนนายกฯ แนะมีเงินสดถือไว้บางส่วน พร้อมประเมินกรอบ SET Index ที่ 1,280-1,370 จุด ธีมหุ้นที่น่าสนใจแนะเก็งกำไรหุ้นที่คาดผลประกอบการ Q2 จะออกมาดี และมีแนวโน้ม Q3 ดีต่อเนื่อง
วันที่ 2 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทย ยังผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา SET ปิดตลาดอยู่ที่ 1,320.86 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ระดับ 42,722.49 ล้านบาท โดยในช่วงเดือนกรกฏาคม ที่ผ่านมายังทีประเด็นความไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศ ที่ยังคงต้องติตตามต่อในเดือนสิงหาคมนี้ โดยยังคงต้องจับตาว่าตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร มีหุ้นกลุ่มไหนน่าลงทุนบ้าง
บล.ทิสโก้แนะ เก็งกำไร 8 หุ้นเด่น จับตาการเมือง
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่นักลงทุนควรจับตาการเลือกตั้งของสหรัฐ และการเมืองในประเทศ ซึ่งทั้งสองประเด็นจะมีผลต่อความเคลื่อนไหวของหุ้นไทยในเดือนนี้
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ มักจะผันผวนต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐ ในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2473 หรือหลังวิกฤตเศรษฐกิจ “Great Depression” พบว่า ตลาดมักจะเคลื่อนไหวผันผวนโดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนก่อนการเลือกตั้งมักจะปรับตัวลง ก่อนที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากนักลงทุนใช้ความระมัดระวังการซื้อขายในช่วงใกล้ถึงวันเลือกตั้ง และกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งหลังมีความชัดเจนของผลการเลือกตั้งแล้ว
ด้านปัจจัยการเมืองในประเทศ ประเด็นที่ยังไม่แน่นอนและมีน้ำหนักต่อตลาดจนถึงขณะนี้ คือ คดีนายกฯ เศรษฐา จะขาดคุณสมบัติหรือไม่ เพราะในกรณีคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบต่อนายกฯ จะไปนำสู่การเปลี่ยนแปลงตัวนายกฯ และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องเสียเวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศอาจกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว และยังมีความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลใหม่ด้วยว่าจะสานต่อนโยบายของรัฐบาลเดิม หรือยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนใหม่
ด้วยผลคำวินิจฉัยในคดีนายกฯ เศรษฐา มีความไม่แน่นอนสูง คาดการลงมติเสียงของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาแบบก้ำกึ่ง ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์ จังหวะการลงทุนเดือนนี้ควรถือเวลาเป็นเกณฑ์มากกว่าระดับราคาหุ้น รอคดีทางการเมืองมีความชัดเจนก่อนเข้าลงทุนก็ยังไม่สาย โดย บล.ทิสโก้แนะนำนักลงทุนควรมีเงินสดถือไว้บางส่วนไว้ในกรณีที่คำตัดสินออกมาในเชิงลบต่อนายกฯ
สำหรับธีมหุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ บล.ทิสโก้มองการเก็งกำไรในหุ้นที่คาดผลประกอบการไตรมาส 2/2567 จะออกมาดี และมีแนวโน้มไตรมาส 3/2567 ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นส่งออกและหุ้นที่มีดีมานด์จากต่างประเทศช่วยหนุน ชอบ AMATA, CENTEL, CPF, DMT, ITC, KCE
นอกจากนี้ หุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามากเกินไปคาดหวังเป็นจุดต่ำ (Bottom Fishing) แนะนำ AP และหุ้นที่คาดกำไรครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกและมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวในระยะสั้น COM7 เพราะฉะนั้นหุ้นเด่นในเดือนสิงหาคม คือ AMATA, AP, CENTEL, COM7, CPF, DMT, ITC และ KCE แนวรับสำคัญเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 1,280 จุด 1,290 จุด และ 1,250 จุด ตามลำดับ และแนวต้านสำคัญของเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 1,330 จุด 1,350 จุด และ 1,360 จุดตามลำดับ
บล.ทรีนีตี้ คัด 4 กลุ่มหุ้นเด่นน่าลงทุน
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคม ว่ามองกรอบการแกว่งตัวของดัชนี SET จะกว้างขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนกรกฎาคม ส่วนหนึ่งจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่อาจจะเข้ามากระทบกับภาพตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับของดัชนีที่ 1,300 จุด และ 1,270 จุดตามลำดับ ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1,340 จุด และ 1,370 จุดตามลำดับ
สำหรับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ออกมาล่าสุดนั้น ถือว่ามีทิศทาง Dovish พอสมควร และน่าจะทำให้การลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีความเป็นไปได้สูงมากแล้ว ซึ่งถึงแม้จะเป็นปัจจัยที่ตลาด Price in ไปแล้ว 100% แต่มองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของสภาพคล่องโลกได้ เช่น เม็ดเงินที่คงค้างอยู่ในบัญชี FCD มีโอกาสไหลออกย้อนกลับมาเข้าสู่ตลาดทุนไทยมากขึ้น
นอกจากนั้น ยังรวมไปถึงท่าทีของธนาคารกลางในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (รวมถึง ธปท.) ที่น่าจะเริ่มหันมาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของตนเองลงได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เช่นกัน ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาดังกล่าวได้ไม่ยาก สำหรับกลยุทธ์ในการเลือกลงทุนในเดือนสิงหาคม แนะนำกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจดังนี้
- กลุ่มหุ้นโรงกลั่นที่ Valuation ลงมาต่ำมาก และเตรียมผ่านพ้นจุดต่ำสุดของ Earnings ในช่วงไตรมาส 2 ได้แก่ TOP, BCP, SPRC
- กลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าที่ราคาหุ้นรับข่าวการตรึงค่า Ft ไปแล้ว และได้ Sentiment เชิงบวกจากการปรับลงของ Bond Yield ได้แก่ GULF, GPSC, BGRIM
- กลุ่มส่งออกที่มียอดการส่งออกในเดือนล่าสุดอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ได้แก่ STA, NER, TEGH, COCOCO, AAI, ITC, TU, GFPT, CPF, KCE
- กลุ่มหุ้นโรงพยาบาลที่มี Low Beta เหมาะสำหรับการ Hedging ปัจจัยการเมืองในประเทศ และยังเตรียมเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 3 ได้แก่ BDMS, BH, BCH, CHG
บล.เอเซีย พลัส แนะ 6 หุ้นเด่นน่าลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด รายงานผ่านบทวิเคราะห์ ว่า มองกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index เดือน ส.ค. ไว้ที่ 1,288-1,350 จุด หลังเริ่มเห็นหลายปัจจัยช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย จับตาการเมืองไทยเข้มข้นโดยเฉพาการเมืองในสหรัฐที่คะแนนความนิยมมักจะเหวี่ยงไปตามผลโพลสำรวจ ขณะที่นโยบายการเงินไทย สหรัฐ เริ่มแตกต่าง ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มแคบลง หนุนบาทแข็ง กลยุทธ์การลงทุนในเดือนนี้แนะนำหุ้นกำไร 2H67 โดดเด่น อย่าง AOT, BEM, BDMS, BJC, PLANB, GFPT
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองกรอบ 1,281-1,332 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินการเคลื่อนไหว SET Index เดือน ส.ค.นี้ อยู่ในกรอบ 1,281-1,332 จุด โดยมองว่าดัชนีจะเลือกทิศทางที่ชัดเจนขึ้นได้ในเดือนนี้ ระหว่างการรีบาวนด์ขึ้นแรงเบรก 1,332 จุด เพื่อเป็นขาขึ้นระยะสั้น หรือการหลุดแนวรับไปทำจุดต่ำสุดใหม่กว่าเดิมที่บริเวณ 1,281 จุด ซึ่งหากเป็นทางแรก SET Index จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในเดือนถัด ๆ ไปได้เช่นกัน
สำหรับเดือนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีกำหนดลงมติวินิจฉัยในคดียุบพรรคก้าวไกล และถอดถอนนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” จากประเด็นปัญหาด้านจริยธรรม ให้น้ำหนักที่คดีถอดถอนนายกฯ วันที่ 14 ส.ค. โดยคาดว่าตลาดจะตอบสนองเชิงลบในระยะสั้น ถ้าศาลตัดสินให้ถอดถอน “เศรษฐา ทวีสิน” จากตำแหน่ง ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดรัฐบาลจะต้องยุบสภาซึ่งอาจทำให้การอนุมัติงบประมาณรัฐบาลปี’68 มีความล่าช้าและกระทบเศรษฐกิจอีกครั้ง
ในทางตรงกันข้ามถ้าคำตัดสินเป็นบวกต่อ “เศรษฐา ทวีสิน” คาดว่า SET Index จะฟื้นตัวและตลาดน่าจะหันกลับไปให้ความสนใจกับปัจจัยพื้นฐาน แนวโน้มเศรษฐกิจขาขึ้นและการเติบโตของกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี’67