ทรู ควบรวม 10 บริษัทย่อย ส่งผล 9 บริษัทสิ้นสภาพ ยันไม่กระทบการดำเนินงาน
ทรูปรับโครงสร้าง TUC จับควบรวมกับอีก 9 บริษัทย่อย ส่งผลให้ 9 บริษัทสิ้นสภาพ ยันไม่กระทบการดำเนินงานของ TRUE-TUC
วันที่ 2 กันยายน 2567 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 100% ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด และบริษัทย่อยอื่น ๆ จำนวน 9 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ตั้งแต่ 92.50% ถึง 99% ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของแต่ละบริษัท ได้แก่
1) บริษัท ทรูมูฟ จำกัด
2) บริษัท ทรู ดิสทริบิวชั่น แอนด์ เซลส์ จำกัด
3) บริษัท ทรู มิวสิค จำกัด
4) บริษัท ส่องดาว จำกัด
5) บริษัท ฮัทชิสัน มัลติมีเดีย เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด
6) บริษัท ฮัทชิสันเทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด
7) บริษัท ฮัทชิสัน ไวร์เลส มัลติมีเดีย โฮลดิ้งส์ จำกัด
8) บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด และ
9) บริษัท แทค พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (รวมเรียกบริษัทที่ (1)-(9) ว่า บริษัทที่ถูกควบรวม) ได้จดทะเบียนควบบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้มาตรา 1238 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565
โดยผลของการจดทะเบียนควบบริษัท บริษัทที่ถูกควบรวม สิ้นสภาพจากการเป็นนิติบุคคล ส่วน TUC ยังคงมีสภาพเป็นนิติบุคคล (Serving Entity) ภายหลังการควบบริษัท และได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทที่ถูกควบรวมทั้งหมด นับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นต้นไป ทั้งนี้ การควบบริษัทย่อย และการสิ้นสภาพของบริษัทย่อยดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท และ TUC แต่อย่างใด