หุ้นไทยเทรดสนั่น 1 แสนล้าน ปิดบวกฉ่ำ ๆ 23.36 จุด ต่างชาติซื้อหมื่นล้าน
หุ้นไทยเทรดสนั่น 1.07 แสนล้าน ปิดบวกฉ่ำ ๆ 23.36 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.07 หมื่นล้าน นักลงทุนเข้าซื้อหุ้น Big Cap ดักทางเม็ดเงินลงทุนกองทุนวายุภักษ์ 1 จะเปิดขายหน่วยลงทุน 16-20 ก.ย.นี้ พบดัชนี SET ขึ้นต่อเนื่อง 4 วันติด รวม 74 จุด ต่างชาติพลิกซื้อสุทธิ 2 วันติด รวม 1.8 หมื่นล้าน
วันที่ 6 กันยายน 2567 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดตลาดวันนี้เพิ่มขึ้น 23.36 จุด (+1.66%) ปิดที่ระดับ 1,428 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 107,404 ล้านบาท มีจำนวนหุ้นปรับขึ้น 355 บริษัท และหุ้นปรับลง 183 บริษัท
โดยนักลงทุนยังเข้าซื้อหุ้นใหญ่ (Big Cap) ดักทางเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนวายุภักษ์ 1 ซึ่งกำลังจะเปิดขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบันในช่วงวันที่ 16-20 ก.ย. 2567 โดยเซ็กเตอร์ที่ปรับขึ้นเด่นคือ กลุ่มพลังงาน (PTT, GULF), กลุ่มธนาคาร (SCB, KBANK, BBL) และกลุ่มค้าปลีก (CRC, HMPRO, CPALL)
โดยหุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น คือ BBL (+5.61%), KBANK (+4.10%), SCB (+5.58%) เป็นหุ้น Big Cap รองรับเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้า ผสานกับเช้าวันนี้เราเลือก BBL และ KBANK เป็น Top Pick คาดเป็นเป้าในการเข้าซื้อจากกองทุนวายุภักษ์ 1 เนื่องจากเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลและให้อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) มากกว่า 5% มีน้ำหนักในดัชนี SET ESG ที่สูง แต่ยังมีสัดส่วนในกองทุนวายุภักษ์ต่ำ ทำให้มีรูมที่กองทุนวายุภักษ์จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้มากขึ้น
ขณะที่ AMATA (+5.65%) นักวิเคราะห์ของเราออกบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสม 29 บาท หลังวานนี้ AMATA ปรับเป้ายอดขายที่ดินปีนี้เป็น 2,500-2,600 ไร่ จากความต้องการที่แข็งแกร่งของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนรถยนต์ทั้งในไทยและเวียดนาม นอกจากนี้ยังเตรียมปรับขึ้นราคาขายในปีนี้ขึ้นอีก 5-10%
ด้าน BCPG (+5.22%) เช้าวันนี้นักวิเคราะห์ของเราออกบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 7.3 บาท จาก 5.90 บาท จากการรวมมูลค่าของโรงไฟฟ้าใหม่ 3 โครงการ หลังจากที่มีความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการค่อนข้างเร็วและเตรียมเปิด COD ได้ในครึ่งปีหลังของปี 2568
ส่วน DELTA (-5.61%), HANA (-3.8%), KCE (-1.32%) ปรับฐานในทิศทางเดียวกับหุ้น Tech ในต่างประเทศ อีกทั้งยังมีปัจจัยลบจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท (ทุก ๆ 1 บาท ที่ค่าเงินบาทแข็งค่าคาดกระทบกำไรสุทธิของ KCE ประมาณ 5% และ HANA ประมาณ 4%)
เช่นเดียวกับ CPF (-2%), GFPT (-3.25%), ITC (-1.98%) เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท ประกอบกับ CPF มีปัจจัยลบเฉพาะตัวจากข่าวกลุ่มชาวประมง จ.สมุทรสาคร ยื่นฟ้องให้ CPF ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีของปลาหมอคางดำเป็นมูลค่า 2.48 พันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 4 วันติดต่อกันแล้ว (3-6 ก.ย. 2567) รวมขึ้นมาทั้งหมด 74 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกซื้อสุทธิ 2 วันติด รวมมูลค่ากว่า 18,327 ล้านบาท
