แก้รัฐธรรมนูญและ “อุปสรรค”
แก้รัฐธรรมนูญ
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแบบรายมาตรา รวมถึงเรื่องจริยธรรมนักการเมือง ทำให้เกิดความเห็นต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าเป็นการแก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์พรรคการเมือง สำหรับเนื้อหาที่จะแก้ไขมี 6 ประเด็น รวมถึงคุณสมบัติรัฐมนตรี ในเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรม มติ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ปัจจุบันให้ถือเสียงข้างมาก แก้ไขเป็น ถ้าเป็นการวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ สส.-สว.สิ้นสุดลง หรือความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุด ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 235 กรณีที่ศาลพิพากษาว่าร่ำรวยผิดปกติ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปัจจุบันศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งโดยไม่มีกำหนดเวลา และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอีกไม่เกิน 10 ปี แก้ไขเป็นเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี แต่ไม่มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แก้ไขหมวด 15 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สามารถทำได้
สำหรับเหตุผลในการแก้ไข นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ประเด็นจริยธรรมยังมีอยู่ แต่ต้องมีขอบเขต จะได้ระมัดระวังไม่ทำต่อ เช่น กรณี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสียงข้างมากเกินแค่ 1 เสียง ก็พ้นตำแหน่งนายกฯ แล้ว ควรเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่านี้ได้หรือไม่ ขณะที่ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคมีเจตจำนงให้ทบทวนรัฐธรรมนูญในหมวดดังกล่าวอย่างแท้จริง ไม่ได้ต้องการเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ปัญหาจริยธรรมถูกตีความขยายไปเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังอยากให้เป็น เช่น เปิดช่องให้องค์กรอิสระพิจารณาตีความขยายเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการพัฒนาระบอบสถาบันการเมือง และการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
สำหรับความเห็นต่างในเชิงไม่เห็นด้วย มีพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรคคือ ภูมิใจไทยและรวมไทยสร้างชาติ ที่ออกมายืนยันอย่างชัดเจน ขณะที่เริ่มมี สว.แสดงความไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ นายสมชาย แสวงการ อดีต สว.ชุดที่พ้นวาระไป โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญสุดซอย เพื่อใคร” ความว่า น่าจะแก้เพื่อประโยชน์ของคนบางคน ที่อาจโดนข้อหาครอบงำพรรค เพื่อให้กลับมาควบคุมพรรคการเมือง หรือลงเลือกตั้งได้อีก หรือรัฐมนตรีบางคนที่กำลังโดนตรวจสอบเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และมีปัญหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ที่น่าติดตามยิ่งคือ จะได้เสียงสนับสนุนจาก สว. ถึง 67 เสียง หรือ 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่ ดังนั้น เห็นได้ชัดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้น่าจะมีอุปสรรคพอสมควร โดยเฉพาะการโยงเรื่องราวไปยังอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่อาจทำให้ปัญหาบานปลายออกไปได้โดยง่าย การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีกระบวนการชี้แจงทำความเข้าใจต่อสังคมอย่างชัดเจน โดยใช้เหตุผลและหลักการหักล้างการบิดเบือนต่าง ๆ