กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วม ไปรษณีย์ไทย สมาคมสตาร์ตอัพไทยเปิดแพลตฟอร์ม DBD SMEs 360 หนุน SMEs ไทย ใช้เทคโนโลยีราคาเข้าถึงได้ ช่วยธุรกิจแจ้งเกิดผู้ประกอบการดิจิทัล
วันที่ 30 กันยายน 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ไทยจากข้อมูลสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีราว 3 ล้านราย แต่จดทะเบียนเป็นบริษัทกับ DBD อยู่ราว 9 แสนราย และท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจดิจิทัลสมัยใหม่พึ่งพาเทคโนโลยีด้านอีคอมเมิร์ซ
เมื่อ SMEs เติบโตและดำเนินธุรกิจเป็น “บริษัท” จำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการบริษัทที่ดี เช่น ระบบ HR ระบบบัญชี ระบบการเงิน ไปจนถึงเครื่องมือในการทำการตลาด เงินทุน ช่องทางขาย และทำเลการค้า แต่การใช้งานซอฟต์แวร์เหล่านี้เพื่อดำเนินธุรกิจ มักมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้ เนื่องจากมีราคาสูง
ทาง DBD จึงมีแนวคิดในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาศักยภาพของ SMEs ด้วยเทคโนโลยี นอกเหนือจากบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว ยังจะช่วยเป็นแรงจูงใจให้ SMEs ที่ไม่ได้จดตั้งบริษัท มีตัวช่วยในการทำธุรกิจ และเข้ามาจดทะเบียนบริษัทเพิ่มขึ้น
DBD จึงได้ลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ โดยฉบับแรก เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์ม DBD SMEs 360 กับ บริษัท บิสิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) BOL และ สมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมบริการของผู้ประกอบธุรกิจให้ SMEs เลือกในต้นทุนที่ถูก และมีโปรโมชั่นให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บริการอีคอมเมิร์ซ ช่องทางการตลาดออนไลน์ การบริหารบัญชีการเงิน
นอกจากนี้ยังมีแผนรวบรวมบริการของหน่วยงานภาครัฐไว้ในแพลตฟอร์มดังกล่าวด้วย อาทิ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) ของ สสว.โครงการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อจับคู่ผู้ใช้งานกับซอฟต์แวร์ เป็นต้น
ส่วนของฉบับที่ 2 นั้น เป็นการทำงานร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมเชื่อมโยงระบบดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นไว้ในแพลตฟอร์ม และจะมีการสนับสนุนงานด้านข้อมูลทางวิชาการ-นวัตกรรมที่จำเป็นต่อภาคธุรกิจและสนับสนุนให้การทำงานของทั้ง 2 หน่วยงานมีมาตรฐานยิ่งขึ้น
โดย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs เป็นกลุ่มที่ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้มุ่งนำเสนอทั้งโซลูชั่น บริการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง แข่งขันได้ในตลาดการค้า รวมทั้งส่งมอบคุณภาพตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือผู้บริโภค
โดยในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็น Information Logistics เพื่อสนับสนุนการให้บริการที่แม่นยำ รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านค้าให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนและความนิยมที่มากขึ้น และธุรกิจนี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือและองค์ความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือในครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยพร้อมเชื่อมโยงระบบดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นไว้ในแพลตฟอร์ม และจะมีการสนับสนุนงานด้านข้อมูลทางวิชาการ-นวัตกรรมที่จำเป็นต่อภาคธุรกิจและสนับสนุนให้การทำงานของทั้ง 2 หน่วยงานมีมาตรฐานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร หรือ Prompt Post ซึ่งภายในมีระบบที่รองรับการรับ-ส่งเอกสารในรูปแบบ e-Document และรองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ครบวงจร เช่น เป็นตัวกลางในการรับส่งเอกสารผ่าน Digital Mailbox, รับแจ้งหนี้และรับชำระเงินผ่าน e-Payment, Digital Signature
การรับรองการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การสนับสนุนการบริการไปรษณีย์ตอบรับในประเทศทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Acknowledgement of Receipt : E-AR) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการตรวจสอบสถานะการจัดส่งสิ่งของการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการพัฒนาระบบบริการปักหมุดตำแหน่งที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลตามโครงการพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (หรือ DBD Biz Regist) โดยนำจุดแข็งด้านเครือข่ายพี่ไปรฯ หรือ Postman Cloud มาสนับสนุนให้การเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งธุรกิจที่มีความแม่นยำ รวมทั้งโครงการ D/ID ซึ่งเป็นจ่าหน้าแบบใช้รหัส ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการจัดส่งสิ่งของ
โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่อยู่ร่วมกันกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยการแปลงข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตลอดจนการเชื่อมโอกาสผู้ประกอบการนำสินค้าจำหน่ายบน ThailandPostMart แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยที่รวบรวมสินค้าตัวท็อปจากทุกภูมิภาคกว่า 20,000 รายการ จากผู้ประกอบการกว่า 6,000 ราย และไปรษณีย์ไทยยังพร้อมสนับสนุนให้ร้านค้าโชห่วยเป็นจุดรับส่งสินค้า EMS Point เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มความสะดวกให้กับการรับฝากสิ่งของ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ ฯลฯ ที่สนใจเปิดจุดให้บริการเพิ่มรวมแล้วกว่า 10,789 แห่ง
สำหรับความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และไปรษณีย์ไทยจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนต่อไป