ก.ล.ต. เล็งออกใบอนุญาต ผู้ให้บริการ “รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล” เพิ่มอีก 1 ราย
ก.ล.ต. เตรียมออกใบอนุญาต ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล อีก 1 ราย โดยเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หลังมีผู้ได้รับใบอนุญาตแล้ว 1 ราย เล็งปรับเกณฑ์เพิ่มโอกาสมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลายขึ้น คาดบังคับใช้ภายในไตรมาส 4/67
วันที่ 9 ตุลาคม 2567 นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้า ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custodial Wallet Provider) โดยมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 1 ราย (ยังไม่เริ่มประกอบธุรกิจ)
และมีผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต 1 ราย (อยู่ระหว่างพิจารณา) นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าประกาศดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายในไตรมาส 4 ปี 2567
“ก.ล.ต. คาดหวังว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้ามาส่งเสริมให้ระบบนิเวศของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีความสมบูรณ์ ลดความเสี่ยงจากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปฝากไว้กับ Custodial Wallet ในต่างประเทศ และเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินของลูกค้าได้มากขึ้นด้วยระบบงานที่มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า”
ส่วนความความคืบหน้าโครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox ปัจจุบันมีภาคเอกชนเข้ามาหารือแล้วประมาณ 10 ราย (ยังไม่ได้ยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการ) ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการ Enhanced Sandbox ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใน Theme Programmable Payment และส่วนที่เป็น Digital Asset Sandbox ของ ก.ล.ต. อย่างเดียว
ด้านการปรับปรุงร่างประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบทระวางโทษปรับเป็นเงินกับสมาชิกตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเสนอ คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงร่างประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบทระวางโทษปรับเป็นเงิน
กับสมาชิกตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเสนอ ซึ่งได้มีการจัดกลุ่มลักษณะการกระทำผิดใหม่ และการกำหนดบทระวางโทษปรับเป็นเงินให้เหมาะสมในแต่ละกรณี เพื่อให้มีความชัดเจนและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อให้บทระวางโทษปรับเป็นเงินในแต่ละลักษณะการกระทำผิดมีความชัดเจนและเหมาะสม โดยมีการกำหนดระดับความรุนแรงของลักษณะการกระทำผิดและระวางโทษที่สะท้อนกับความผิด ตัวอย่างเช่น กรณี Naked Short Selling ถือเป็นลักษณะการกระทำผิดที่มีระดับรุนแรงมาก
บทระวางโทษปรับเป็นเงินต่อลักษณะการกระทำผิดจึงมีอัตราโทษปรับ 3 เท่าของกำไรที่ได้รับ แต่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เป็นต้น
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำหนดบทบัญญัติการเพิ่มโทษ สำหรับกรณีกระทำผิดโดยจงใจหรือเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้า หรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ฯโดยสามารถปรับเพิ่มได้อีกไม่เกิน 10 ล้านบาท และตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำหนดแนวทางการพิจารณาความผิดและลงโทษสมาชิกที่ใช้ภายใน เพื่อกำหนดโทษปรับเป็นเงินที่แน่นอน
มีการกำหนดปัจจัยเพิ่ม-ลดโทษอย่างชัดเจน ไม่เปิดช่องให้มีการใช้ดุลพินิจได้มากจนเกินสมควร และนำมาใช้บังคับกับสมาชิกทุกรายด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยจะมีผลใช้บังคับกับการกระทำผิดของสมาชิกที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์บทระวางโทษใหม่ มีผลใช้บังคับเป็นต้นไป