Skip to content

เลือกตั้งสหรัฐ Gen Z มอง “เงิน” สำคัญ เป็นแรงผลัก ต้องไปใช้สิทธิ 

10 ต.ค. 2567 | 19:05น.
เลือกตั้งสหรัฐ Gen Z มอง “เงิน” สำคัญ เป็นแรงผลัก ต้องไปใช้สิทธิ 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ และกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ จากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน คือโหวตเตอร์หนุ่มสาว เจเนอเรชั่น ซี (Gen Z)

บีบีซี (BBC) รวบรวมข้อมูลรายงานว่า เดโมแครตและรีพับลิกันต่างแข่งแย่งชิงเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นครั้งแรก ที่ประเมินว่ามีทั้งหมด 8 ล้านคนที่จะไปใช้สิทธิ ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐ มีปัจจัยความทุกข์ร้อนจากเศรษฐกิจตั้งแต่เงินเฟ้อไปจนถึงที่อยู่อาศัยอาจเป็นแรงผลักดันให้ไปใช้สิทธิ

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนกลุ่มนี้ในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง ตามผลสำรวจเจน ฟอร์เวิร์ด ( GenForward) โดยมหาวิทยาลัยชิคาโก เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่าผู้ที่มีอายุระหว่าง 1826 ปี จัดอันดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ และความยากจนเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ประเทศต้องเผชิญ ซึ่งตรงกันข้ามกับการเลือกตั้งปี 2020 ที่ประเด็นโควิด-19 และการดูแลสุขภาพนำหน้าเศรษฐกิจ

อิสซาเบลลา มอร์ริส อายุ 21 ปี แม่ลูกหนึ่งวัย 2 ขวบ และมีสามีทำงานประจำ จากเมืองโรเซนเบิร์ก รัฐเทกซัส ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งแรกสะท้อนว่า งานเดียวเคยเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ แม้กระทั่งได้ค่าตอบแทนที่ระดับค่าจ้างขั้นต่ำก็ตาม ก็ถือว่ายังพอ แต่ขณะนี้การใช้ชีวิตด้วยเงินดังกล่าวแทบจะทำให้ชีวิตผ่านไปได้แค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น โดยเธอทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวด้วย

หนุ่มสาวเข้าสู่โลกของค่าเช่าบ้านที่สูง บ้านที่ไม่มีปัญญาซื้อ และการสร้างงานที่ชะลอตัว นอกเหนือจากปัญหาราคาข้าวของที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบหนึ่งชั่วอายุคน

ทรานส์ยูเนียน (TransUnion) หน่วยงานรวบรวมข้อมูลเครดิตของผู้บริโภคพบว่า คนที่มีอายุ 22-24 ปีมีหนี้สินทุกประเภท ทั้งบัตรเครดิต ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถมากกว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลในวัยเดียวกัน โดยหนี้สินของพวกเขายังเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ของพวกเขาอีกด้วย

เมื่อเดือนก่อนหน้า ธนาคารกลางสหรัฐลดดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี อาจนำไปสู่การลดค่างวดผ่อนบ้าน ลดบัตรเครดิต และอัตราการออมสำหรับประชาชนหลายล้านคน แต่ยังคงต้องรอดูกันต่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจของคนตามไปด้วยหรือไม่

สแกนลอน (Scanlon) วัย 27 ปี เจนซีกล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมแย่ลง และให้ข้อสังเกตว่า คนหนุ่มสาวในทุกวันนี้เผชิญสถานการณ์เลวร้ายกว่าคนรุ่นก่อน ๆ แม้กระทั่งแย่กว่ารุ่นมิลเลนเนียล ซึ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังวิกฤตการเงินปี 2008 เสียอีก และบ่อยครั้งที่หันไปเล่นแอปพลิเคชั่นติ๊กต๊อก ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 180,000 คน เพื่อให้ความรู้คนหนุ่มสาวเกี่ยวกับเศรษฐกิจ

และผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สำหรับกลุ่มคนที่กลัวการถูกทิ้งไว้ข้างหลังอาจผลักดันให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเสียง แอบบี้ คีซา (Abby Kiesa) รองผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลและการวิจัยการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของพลเมือง (Circle) คาดว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาว์ประมาณครึ่งหนึ่งจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในรอบหลายสิบปี และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งกลางเทอมปี 2018 พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาว์ออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ 

แต่ก็ยังต่ำกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกลุ่มอายุอื่น ๆ อยู่มาก จากการสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐในปี 2020 พบว่าชาวอเมริกันที่มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 35-64 ปี ลงคะแนนเสียงถึง 69% ในขณะที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่มีอายุมากกว่า 65 ปี สัดส่วน 74% ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งที่ผลออกมาสูสี การสามารถรวบรวมสัดส่วนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงใหม่จำนวนมากได้ อาจช่วยให้ผู้สมัครได้รับเสียงสนับสนุนมากพอที่จะคว้าชัยชนะได้เลย

แฮร์ริส VS ทรัมป์เอาใจ Gen Z

การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจจะเป็นกุญแจสำคัญ หากนักการเมืองหวังที่จะกระตุ้นให้เจนซีที่ไม่รู้สึกเกี่ยวข้องกับการเมืองหันมาใช้สิทธิมากขึ้น คามาลา แฮร์ริส ตัวแทนเดโมแครตและโดนัล ทรัมป์ ตัวแทนรีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่มมาตรการที่จะเอาใจคนโหวตรุ่นเยาว์ 

แฮร์ริสขยายนโยบายทางเศรษฐกิจในการยกเลิกหนี้ของนักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมเงิน นำเสนอแผนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและบ้านที่ราคาเอื้อมถึง ทั้งข้อเสนอเงินอุดหนุนผู้ซื้อบ้านหลังแรกจำนวน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 830,000 บาท) และเครดิตภาษีครอบครัวที่มีเด็กเกิดใหม่จำนวน 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 200,000 บาท) นอกจากนี้ ทีมหาเสียงของแฮร์ริสยังเพิ่มจำนวนสมาชิกรุ่นเยาว์เป็นสองเท่า และทุ่มลงทุนอย่างหนักในช่องทางโฆษณาดิจิทัล ซึ่งมีคนดังแถวหน้ารวมถึงเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) และบิลลี ไอลิช (Billie Eilish) ออกมาให้การสนับสนุน รวมถึงเดินสายตามแคมปัสมหาวิทยาลัยในรัฐสมรภูมิ หรือสะวิงสเตตเมื่อปีที่แล้วด้วย

ในขณะที่ทรัมป์หาทางที่จะนำความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจในหมู่คนหนุ่มสาวมาเป็นต้นทุนหาเสียง โดยการโจมตีตัวเลขสถิติทางเศรษฐกิจในรัฐบาลไบเดนและแฮร์ริส และเน้นย้ำไปว่า ราคาข้าวของต่ำกว่าในสมัยรัฐบาลของตัวเอง อดีตประธานาธิบดียังพยายามเข้าถึงโหวตเตอร์ที่อายุน้อยกว่าผ่านโซเชียลมีเดีย พอดแคสต์ และการเป็นหุ้นส่วนกับอินฟลูเอนเซอร์ โดยทรัมป์โพสต์ติ๊กต๊อกกับอินฟลูเอนเซอร์อย่างโลแกน พอล (Logan Paul) และเอดิน รอสส์ (Adin Ross)

แคนดิเดตทั้งสองต่างให้สัญญาที่จะยกเลิกการเก็บภาษีจากค่าทิป โดยพุ่งเป้าที่อุตสาหกรรมบริการ ซึ่งจ้างงานคนหนุ่มสาวหลายล้านคน และมุ่งมั่นที่จะยุติข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล

และในสมัยที่ไบเดนยังอยู่ในการแข่งขัน ผลสำรวจของเจนฟอร์เวิร์ดยังแสดงให้เห็นว่าคนหนุ่มสาวคิดว่าทรัมป์รับมือเศรษฐกิจได้ดีกว่ารัฐบาลไบเดน แต่โมเมนตัมได้เปลี่ยนกลับมาที่แฮร์ริสซึ่งอายุน้อยกว่าทรัมป์มาก และปัจจุบันเธอมีคะแนนนำทรัมป์ 31 คะแนน ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุราว 18-29 ปี