Skip to content

“พิชัย” ชี้แก้สัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน รอเข้า ครม.อีก 2 สัปดาห์

15 ต.ค. 2567 | 10:24น.
“พิชัย” ชี้แก้สัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน รอเข้า ครม.อีก 2 สัปดาห์

“พิชัย” รองนายกฯ ประธานบอร์ด EEC เปิดเผยไทม์ไลน์การแก้สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะเข้าสู่การพิจารณา ครม.ภายใน 2 สัปดาห์

วันที่ 15 ตุลาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร ​รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง​ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ. หรือบอร์ด EEC) เปิดเผยถึงไทม์ไลน์การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) เพื่อเห็นชอบการแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม​ 3 สนามบิน​ (ดอนเมือง​-​สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)​ หลังบอร์ด EEC มีมติให้มีการปรับแก้ไขสัญญา 5 ข้อ

นายพิชัยกล่าวว่า ไทม์ไลน์ขณะนี้ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเห็นประกอบการพิจารณาก่อน ซึ่งปกติจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์บวกลบ จึงจะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้

ส่วนรายละเอียด​ของสัญญามีการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขอย่างไรบ้างนั้น​ นายพิชัย​กล่าวว่า​ ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด​ ขอเวียนเรื่องและรอความเห็นของแต่ละกระทรวงก่อน​

เมื่อถามว่าเมื่อมีการแก้ไขรายละเอียดเช่นนี้จะต้องทำสัญญาใหม่หรือไม่​ นายพิชัย​กล่าวย้ำว่า​ ต้องขอดูความเห็นของแต่ละกระทรวงและ ครม.ก่อน​ ส่วนไทม์ไลน์จะถูกเลื่อนออกไปหรือไม่นั้น​ ทุกวันนี้ก็เลื่อนอยู่แล้ว

แก้สัญญา 5 ข้อ

สำหรับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ที่ผ่านมามีการดำเนินการร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท เอเชียเอรา วัน จำกัด และล่าสุดบอร์ดอีอีซี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2567 เห็นชอบ ดังนี้

1.วิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน (Public Investment Cost : PIC) จากเดิม เมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง รัฐจะแบ่งจ่ายเป็นจำนวน 149,650 ล้านบาท ปรับเป็นจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานที่ ร.ฟ.ท.ตรวจรับ วงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท

ทั้งนี้เอกชนต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิม รวมเป็นจำนวน 160,000 ล้านบาท เพื่อรับประกันว่าจะก่อสร้างและเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงได้ภายใน 5 ปี โดยกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของภาครัฐ (ร.ฟ.ท.) ทันทีตามงวดของการจ่ายเงิน

2.กำหนดการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) โดยให้เอกชนแบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท เป็น 7 งวด เป็นรายปี จำนวนเท่า ๆ กัน โดยต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญา ในการนี้เอกชนจะต้องวางหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคาร ในมูลค่าเท่ากับค่าสิทธิ ARL รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงินอื่นที่ ร.ฟ.ท.ต้องรับภาระ

3.กำหนดส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน (Revenue Sharing) เพิ่มเติม หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการ ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ และเป็นผลให้เอกชนได้ผลประโยชน์ตอบแทน (IRR) เพิ่มขึ้นเกิน 5.52% ร.ฟ.ท.มีสิทธิเรียกให้เอกชนชําระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ ตามจำนวนที่จะตกลงกันต่อไป

4.การยกเว้นเงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) โดยให้คู่สัญญาจัดทำบันทึกข้อตกลงยกเว้นเงื่อนไข NTP ที่ยังไม่สำเร็จ เพื่อให้ ร.ฟ.ท.สามารถออก NTP ได้ทันทีเมื่อลงนามสัญญาที่แก้ไขตามหลักการทั้งหมดนี้

5.การป้องกันปัญหาในอนาคต ที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของโครงการ โดยปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของเหตุสุดวิสัยและเหตุผ่อนผัน ให้สอดคล้องกับสัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในโครงการอื่น

การประชุม กพอ.ครั้งล่าสุดดังกล่าว ได้มีมติให้ สกพอ.ดำเนินการนำเสนอหลักการแก้ไขปัญหาโครงการใน 5 ประเด็นดังกล่าวต่อ ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบการทบทวนมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2561

รวมทั้งให้คู่สัญญาร่วมกันเจรจาร่างสัญญาแก้ไข และเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ พิจารณา และนำส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อนนำเสนอ กพอ.และ ครม. เพื่อให้ ครม.เห็นชอบการแก้ไขสัญญาอีกครั้ง ก่อนคู่สัญญาจะลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขต่อไป