เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

คาดผู้เสียหาย ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ วันนี้ทะลุ 1.3 พันราย ตร.ขออย่ามองแย่งงาน DSI

17 ต.ค. 2567 | 11:42น.
ผบ.ตร.คาดผู้เสียหาย 'ดิไอคอนกรุ๊ป' วันนี้ทะลุ 1.3 พันราย อย่ามองแย่งงาน DSI

ผบ.ตร. ขอสังคมอย่ามองดีเอสไอแย่งงานตำรวจ คดี ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ เชื่อทุกคนเห็นถึงความเดือดร้อนประชาชน กำชับชุดคดีทำงานเต็มที่จนกว่าจะส่งมอบงาน คาดผู้เสียหายแจ้งวันนี้ทะลุ 1,300 ราย หลังร้องวันละ 200-300 คน

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี 18 ผู้ต้องหา ของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด หลังควบคุมตัวได้ทั้งหมดแล้ว ว่าการขยายผลความผิด และเครือข่ายผู้ต้องหาเป็นเรื่องที่ตำรวจชุดสืบสวนและสอบสวนจะต้องดำเนินการต่อตามขั้นตอน

รวมไปถึงการเก็บรวบรวมพฤติการณ์การกระทำความผิด เส้นทางการเงินบัญชีของตัวผู้ต้องหา และรอบด้านที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งหมดส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับตัวผู้ต้องหาที่จับกุมมาก่อนหน้า ว่าจะให้ความร่วมมือต่อการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากน้อยเพียงใด แต่ถึงแม้จะไม่มีการให้การที่เป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องทำงานต่อให้ได้

ส่วนการจะส่งต่อคดีนี้ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งทราบมาว่าขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาแล้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ตำรวจได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับดีเอสไอ เพื่อพิจารณาเงื่อนไขของคดี จำนวนผู้เสียหาย จำนวนทรัพย์สิน ฐานความผิด เพื่อให้การส่งมอบเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ซึ่งในระหว่างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ พนักงานสอบสวนเองจะสืบสวนสอบสวนขยายผลให้ถึงที่สุดก่อน การที่วานนี้ดีเอสไอมีการตั้งคณะทำงานพิจารณา ตนเองเชื่อว่าเป็นการเตรียมที่จะพิจารณาว่าเรื่องนี้เข้ากับอำนาจหน้าที่หรือไม่

ทั้งนี้ ไม่อยากให้สังคมมองว่าเกิดการแย่งงานระหว่างหน่วยงาน เพราะแต่ละหน่วยงานต่างมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลที่แตกต่างกัน ยอมรับว่ารู้สึกดีที่แต่ละองค์กรที่มีหน้าที่ได้เข้ามาช่วยกันพิจารณา เพราะสะท้อนว่าหน่วยงานราชการเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ถูกกระทำเป็นวงกว้าง หากแต่ละหน่วยงานนิ่งเฉยสิ่งนี้จะเป็นเรื่องไม่น่าสบายใจ

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า จากนี้หากคดีอยู่ในความดูแลของดีเอสไอ และมีการร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนช่วยเหลือ ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับการรับแจ้งความร้องทุกข์จากประชาชนผู้เสียหาย ในอนาคตเป็นไปได้ที่จะมีอีกหน่วยงานที่ช่วยรับเรื่อง นอกจากที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางซึ่งจัดเป็นศูนย์รับแจ้งความอย่างไม่มีกำหนดเวลา

ปัจจุบันมีประชาชนแจ้งความจากกรณีดังกล่าวเข้าระบบแล้ว 1,100 ราย วันนี้คาดว่าจะมีเพิ่มเป็น 1,300 ราย เพราะแต่ละวันจะมีข้อมูลเข้าสู่ระบบที่ประมาณ 200-300 ราย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวถึงกรณีที่ในสื่อโซเชียลส่งต่อภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่เครื่องแบบและให้ข้อมูลความรู้ในเชิงเป็นโค้ชของบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป ว่า ตนเองได้เห็นภาพและผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสอบสวนแล้ว

จากนี้จะต้องพิสูจน์ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวมีสถานะเป็นโค้ช พรีเซ็นเตอร์ หรือเกี่ยวพันอะไรกับบริษัทดังกล่าวหรือไม่ และจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอะไรหรือไม่

หากพบว่ากระทำผิดจริงจะต้องมีการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา เนื่องจากเป็นข้าราชการตำรวจ รวมทั้งจะต้องถามว่าตัวของตำรวจรายนี้เอาเวลาที่ไหนไปทำแบบนี้ กระทบต่อเวลาราชการ เบียดบังเวลาในการทำงานให้พี่น้องประชาชนหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิไอคอนกรุ๊ป