เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

เกิดอะไรขึ้น ? ส่งออกปรับตัวดีขึ้น แต่ผลบวกต่อเศรษฐกิจลดลง

20 ต.ค. 2567 | 10:47น.
Exports-improved
คอลัมน์ : ระดมสมอง

เกาะติดแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 แม้สัญญาณการเติบโตของเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น แต่เป็นในระยะสั้น แต่เศรษฐกิจไทยเผชิญ 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงฉุดให้เศรษฐกิจไทยโตต่ำในระยะยาว

ล่าสุด KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยขยายตัวขึ้นจาก 2.6% เป็น 2.8% ในปี 2024 และจาก 2.8% เป็น 3.0% ในปี 2025 เพื่อสะท้อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการแจกเงินให้กลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลบวกต่อการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 4 รวมถึงผลจากการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นมากกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นการปรับตัวดีขึ้นระยะสั้น เนื่องจากแรงกดดันเชิงโครงสร้างในระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงอายุ ปัญหาความสามารถในการแข่งขันในภาคการผลิต และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยประเมินว่า ศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตได้ต่ำกว่า 2.5% หากไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม

KKP Research ประเมินว่า การปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจไทยยังเป็นการปรับตัวดีขึ้นเพียงชั่วคราว ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ถึงกลางปีหน้า หากยังไม่มีการผลักดันนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง อย่างเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจไทยจะกลับมามีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2.5% ในระยะยาว

ส่งออกดีขึ้นแต่ผลต่อเศรษฐกิจลดลง

KKP Research ปรับประมาณการการส่งออกในปี 2024 ขึ้นจาก 1.3% เป็น 2.3% จากการส่งออกในช่วงที่ผ่านมา ที่ขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยการขยายตัวของการส่งออกปรับตัวดีขึ้นในหลายกลุ่ม นำโดยการส่งออกสินค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และปัญหาการขาดแคลนอุปทานชั่วคราวในบางสินค้า เช่น ข้าวในกัมพูชา และยางในอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตคือ ผลบวกต่อเศรษฐกิจจากการปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกไทยอาจไม่มากเท่ากับในอดีต จากหลายสาเหตุ ได้แก่ 1) การส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นในบางสินค้ามีแนวโน้มเกิดจากการ “Rerouting” หรือเป็นการเปลี่ยนเส้นทางการค้าจากจีนไปสหรัฐอเมริกาโดยตรง เป็นการส่งสินค้าจากจีนผ่านไทยไปยังสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการกีดกันทางการค้าของสหรัฐต่อจีน ส่งผลให้มูลค่าเพิ่มที่ถูกสร้างขึ้นในประเทศไทยมีไม่มากนัก

2) การส่งออกที่เป็นตัวเงิน (Nominal Export) ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การส่งออกที่แท้จริง (Real Export) อาจปรับตัวสูงขึ้นน้อยกว่า 3) การผลิตสินค้าบางกลุ่มยังไม่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเป็นการส่งออกจากสินค้าคงคลังที่ยังอยู่ในระดับสูง เช่น กลุ่ม ICs และ Electronics เป็นต้น

ทั้งนี้ จากมูลค่าเพิ่มในประเทศที่มีแนวโน้มลดลง KKP Research ประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของการส่งออก 1% จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจลดลงจากประมาณ 0.3ppt เหลือประมาณ 0.1ppt ถึง 0.2ppt เท่านั้น นอกจากนี้ ในระยะต่อไปยังต้องติดตามความเสี่ยงที่การส่งออกอาจเริ่มชะลอตัวลงได้จาก 1) เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเร็วอาจกระทบปริมาณการส่งออกของสินค้าบางกลุ่ม เช่น กลุ่มสินค้าเกษตร 2) เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเสี่ยงชะลอตัวลงในปีหน้า โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญของไทย โดยการชะลอลง 1% จะส่งผลต่อการเติบโตของการส่งออกประมาณ 2% และ 3) วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเติบโตได้ช้าลง

ท่องเที่ยวฟื้นตัวในอัตราที่ช้าลง

KKP Research ยังคงประเมินว่า การท่องเที่ยวในปี 2025 จะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 35.7 ล้านคนในปีนี้ สู่ระดับ 38.9 ล้านคนในปีหน้า (รูปที่ 6) โดยการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวทำหน้าที่เป็นแรงส่งสำคัญต่อเศรษฐกิจมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตในปีหน้าจะเริ่มชะลอลงจากระดับนักท่องเที่ยวที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่งผลให้ผลบวกต่อ GDP จากการเติบโตของการท่องเที่ยวเริ่มทยอยปรับตัวลดลง ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องมีแรงขับเคลื่อนอื่น ๆ โดยเฉพาะจากภาคการผลิตมากขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตใกล้เคียงกับระดับศักยภาพเดิมที่ 3% ได้

4 ปัญหาโครงสร้างฉุดเศรษฐกิจโตต่ำ

KKP Research ยังคงมุมมองเดิมต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยประเมินว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มโตได้ต่ำกว่า 2.5% หากไทยยังขาดนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน โดยประเมินว่า ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับ 4 แรงกดดันเชิงโครงสร้างที่สำคัญ

1.โครงสร้างประชากรไทยในปัจจุบันกำลังเป็นปัจจัยลบต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว จากจำนวนคนวัยทำงานที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2015 ทำให้โครงสร้างประชากรกลายเป็นปัจจัยฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

2.ภาคการผลิตไทยเผชิญกับปัญหาความสามารถในการแข่งขันในหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โดยการผลิตมีทิศทางที่หดตัวลงต่อเนื่อง จากทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศจีน โดยหนึ่งในสัญญาณสำคัญคือประเทศไทยขาดดุลการค้ากับประเทศจีน มีการปรับตัวเร่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา

3.การลงทุนภาคเอกชนไทยหดตัวลงรุนแรงถึง 5.7% ในไตรมาส 2 ของปีสูงกว่าที่คาดไว้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาคการผลิตไทยที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน ขณะที่การลงทุนในกลุ่มการก่อสร้างหดตัวลงเช่นกัน ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ

4.สถานะทางการเงินของครัวเรือนที่อ่อนแอ ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 80% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มฉุดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว หนี้ครัวเรือนในระดับสูง และรายได้ครัวเรือนที่เติบโตได้ไม่ดี ส่งผลให้หนี้เสียในภาคธนาคารเริ่มปรับตัวสูงขึ้นชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ที่ยังมีแนวโน้มหดตัวลง

จากปัจจัยทั้งหมดทำให้ KKP Research ยังคงประเมินภาพพื้นฐานเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลาง และระยะยาว ที่ยังไม่ต่างจากเดิม แม้ในระยะสั้น เศรษฐกิจจะได้รับแรงส่งจากนโยบายการแจกเงินของภาครัฐก็ตาม