เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
35 รัฐมนตรี ‘ครม.สัญจร อุดร’ แต่งชุด ‘ผ้าหมี่ขิด’ 2 ลายไหบ้านเชียง–ดอกบัว
Politics 35 รัฐมนตรี ‘ครม.สัญจร อุดร’ แต่งชุด ‘ผ้าหมี่ขิด’ 2 ลายไหบ้านเชียง–ดอกบัว
‘ประกันภัยพิบัติ’ อนุมัติสินไหมแล้ว 20 ล้าน ต่อคิวรอจ่ายอีก 354 ล.
Uncategorized ‘ประกันภัยพิบัติ’ อนุมัติสินไหมแล้ว 20 ล้าน ต่อคิวรอจ่ายอีก 354 ล.
อินช์เคป ยกทัพรถ แลนด์โรเวอร์-จากัวร์ มือสอง ราคาพิเศษ ในงาน  PRE-OWNED SALE 2026”
Automotive อินช์เคป ยกทัพรถ แลนด์โรเวอร์-จากัวร์ มือสอง ราคาพิเศษ ในงาน  PRE-OWNED SALE 2026”
ราคาน้ำมันวันนี้ (28 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (28 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘อสังหา’ แห่แตกไลน์ดิ้นหนีตาย ผุดคอนโดเช่า-แวร์เฮาส์-โรงแรม
Real Estate ‘อสังหา’ แห่แตกไลน์ดิ้นหนีตาย ผุดคอนโดเช่า-แวร์เฮาส์-โรงแรม
‘โรงพยาบาล’ ชิงเค้กสังคมสูงวัย รับเทรนด์กำลังซื้อ 3.5 ล้านล้าน
Business ‘โรงพยาบาล’ ชิงเค้กสังคมสูงวัย รับเทรนด์กำลังซื้อ 3.5 ล้านล้าน
นักท่องเที่ยวจีนร่วงหนัก หวั่นลากยาวถึงตรุษจีนปี’70 จี้รัฐเร่งสื่อสารรัฐต่อรัฐ หลังฑูตเตือนเที่ยวไทย
Business นักท่องเที่ยวจีนร่วงหนัก หวั่นลากยาวถึงตรุษจีนปี’70 จี้รัฐเร่งสื่อสารรัฐต่อรัฐ หลังฑูตเตือนเที่ยวไทย
ครม.ลดภาษีน้ำมัน E20-B20 จองคิว 3 เดือนโซลาร์ครัวเรือน
Politics ครม.ลดภาษีน้ำมัน E20-B20 จองคิว 3 เดือนโซลาร์ครัวเรือน
‘สมิทธ์’ CFO กัลฟ์ กับภารกิจรุก ‘ดาต้าฯ-AI
Economic ‘สมิทธ์’ CFO กัลฟ์ กับภารกิจรุก ‘ดาต้าฯ-AI
EEC สร้างเมืองใหม่บางละมุง ต้นแบบ ‘กรีนซิตี้ ’ ทุ่มลงทุน 7 หมื่นล้าน
Economic EEC สร้างเมืองใหม่บางละมุง ต้นแบบ ‘กรีนซิตี้ ’ ทุ่มลงทุน 7 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

ลงดาบนิติบุคคล 23 ราย จ.ภูเก็ต เสี่ยงนอมินี ต้องรับโทษ ยุติธุรกิจทันที

21 ต.ค. 2567 | 10:39น.
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดตามผลการส่งเรื่องบุคคลและนิติบุคคลในจังหวัดภูเก็ตที่มีความเสี่ยงสูงเป็นนอมินี ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผลและส่งต่อให้พนักงานอัยการฟ้องต่อศาล ล่าสุดศาลอาญามีคำพิพากษาตัดสินให้บุคคลและนิติบุคคล 23 ราย มีความผิดต้องรับโทษทางกฎหมายปรับรายละ 200,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 2 ปี โดยให้คุมความประพฤติ 1 ปี และสั่งให้จดทะเบียนเลิกบริษัท

วันที่ 21 ตุลาคม 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในแต่ละปีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงเป็นนอมินีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยจะมีการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายและร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องปรามและนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เน้นการติดตามกรณีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง อาทิ ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต อสังหาริมทรัพย์ และโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวของไทย เช่น ภูเก็ต ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่

ล่าสุดจากการติดตามผลการดำเนินคดีกับนอมินีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตที่กรมได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นและส่งต่อให้ DSI ขยายผลพบว่า ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขแดงที่ อ.2812/2567 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ลงโทษผู้กระทำความผิดตามบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 23 ราย ซึ่งมีโทษปรับรายละ 200,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 2 ปี โดยให้คุมความประพฤติ 1 ปี และสั่งให้จดทะเบียนเลิกบริษัท

ซึ่งคดีนี้เริ่มต้นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบและพบความผิดปกติการถือครองหุ้นของนิติบุคคลจากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงนอมินีที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พบว่ามีกลุ่มสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีที่มีพฤติกรรมรับจ้างจดทะเบียนนิติบุคคล หรือรับทำบัญชี โดยใช้ชื่อคนไทย (นอมินี) เข้าเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในหลายบริษัทเป็นผลเอื้อให้บุคคลต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายในประเทศไทย

จึงได้ส่งเรื่องต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผลการตรวจสอบเป็นคดีพิเศษ โดยกรมสนับสนุนข้อมูลและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงพื้นที่เข้าตรวจค้นธุรกิจเป้าหมายร่วมกับ DSI พบว่า มีพฤติกรรมในลักษณะนอมินีจริง มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอนำไปสู่การส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องต่อศาล

ซึ่งในที่สุดศาลอาญาได้มีคำพิพากษาหมายเลขแดงที่ อ.2812/2567 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ลงโทษผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ถือเป็นคดีตัวอย่างที่ได้ลงโทษตามกฎหมายกับผู้ที่ให้การสนับสนุนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย

นางอรมนกล่าวอีกว่า กรมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบนอมินีและที่ผ่านมาได้ร่วมปฏิบัติการเชิงลึกกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งบางเรื่องอาจใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องต่อศาล แต่ถือเป็นพันธกิจหนึ่งของกรม ที่ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในไทยเพื่อแก้ไขปัญหานอมินีอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ขอเตือนคนไทยที่มีพฤติกรรมให้ความช่วยเหลือกับบุคคลต่างชาติที่เข้าข่ายนอมินีให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะเป็นการทำร้ายผู้ประกอบการไทยและทำลายธุรกิจของคนไทย ซึ่งจะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายคือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”