วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียประกาศการซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์ในสถานการณ์จำลองหากรัสเซียถูกศัตรูโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ โดยอ้างความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น อีกหนึ่งสัญญาณต่อชาติตะวันตก หากอนุญาตให้ยูเครนยิงขีปนาวุธระยะไกลเข้าไปในดินแดนรัสเซีย
วันที่ 30 ตุลาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศการซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์เพื่อตอบโต้ศัตรู หากรัสเซียถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ โดยทดสอบยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ครบ 3 เหล่า ได้แก่ พื้นดิน ทะเลและอากาศในระยะทางไกลหลายพันไมล์เมื่อวาน (29 ตุลาคม) ซึ่งสาเหตุการเริ่มซ้อมรบครั้งนี้รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

“เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและการเกิดขึ้นของภัยคุกคามและความเสี่ยงจากภายนอกรูปแบบใหม่ จึงมีความสำคัญที่จะต้องมีกองกำลังยุทธศาสตร์ที่พร้อมอยู่เสมอ” วลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซียประกาศการซ้อมรบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสำคัญของสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังจากหลายสัปดาห์ของการส่งสัญญาณจากรัสเซียถึงชาติตะวันตกว่า รัฐบาลรัสเซียจะตอบสนองหากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอนุญาตยูเครนให้ยิงขีปนาวุธระยะไกลลึกเข้าไปยังดินแดนรัสเซีย
และเมื่อ 28 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ยืนยันว่าเกาหลีเหนือได้ส่งกำลังทหารไปยังแคว้นเคิร์สก์ พื้นที่ชายแดนทางตะวันตกของรัสเซียติดกับยูเครน
ทั้งนี้ รัสเซียเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์อันดับ 1 ของโลก โดยหัวรบนิวเคลียร์ของรัสเซียและสหรัฐรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 88 เปอร์เซ็นต์ของหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมดของโลก
ในการถ่ายทอดสัญญาณทางโทรทัศน์ อังเดร เบลูซอฟ (Andrei Belousov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวกับปูตินว่า จุดประสงค์ของการฝึกซ้อมคือเพื่อที่จะฝึกการโจมตีทางนิวเคลียร์ครั้งใหญ่โดยกองกำลังป้องกันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อตอบโต้หากถูกศัตรูโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์
จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ในการซ้อมรบมีการใช้ขีปนาวุธนิวเคลียร์แบบเต็มรูปแบบของรัสเซีย ซึ่งได้แก่ ขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นดิน ทางทะเล และทางอากาศ กล่าวคือ ขีปนาวุธข้ามทวีปยาร์ส (Yars) ถูกยิงจากท่าอวกาศยานเพลเซตสค์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซียลงสู่คาบสมุทรคามชัตกาที่อยู่ทางภูมิภาคตะวันออกไกล และขีปนาวุธซีเนวา (Sineva) และบูลาวา (Bulava) ถูกยิงจากเรือดำน้ำ และขีปนาวุธร่อนถูกยิงจากเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์

สงครามในยูเครนที่ดำเนินมา 2 ปีครึ่งกำลังเข้าสู่ระยะที่อันตรายที่สุดตามที่เจ้าหน้าที่รัสเซียระบุ ขณะที่ชาติตะวันตกคิดหาหนทางที่จะค้ำยันยูเครน ขณะที่ถูกกองทัพรัสเซียรุกคืบทางตะวันออก
ปูตินกล่าวว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์จะเป็นมาตรการพิเศษอย่างยิ่ง “ผมขอเน้นย้ำว่าเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ แต่เราจะยังคงรักษากองกำลังทางนิวเคลียร์ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอตามความจำเป็น” ปูตินกล่าว และยังกล่าวเสริมอีกว่า รัสเซียกำลังเปลี่ยนไปใช้ระบบขีปนาวุธแบบนิ่งและแบบเคลื่อนที่แบบใหม่ ซึ่งลดเวลาในการเตรียมการยิงให้สั้นลงและสามารถเอาชนะระบบป้องกันขีปนาวุธได้

การซ้อมรบดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากการซ้อมรบในแคว้นตเวียร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงมอสโกเมื่อ 18 ตุลาคม เป็นการซ้อมการเคลื่อนตัวภาคสนามของหน่วยที่ติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีปยาร์ส (Yars) ซึ่งสามารถโจมตีเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐได้
นับตั้งแต่สงครามในยูเครนเริ่มขึ้น ปูตินส่งสัญญาณหลายอย่างไปยังชาติตะวันตก รวมถึงการเปลี่ยนจุดยืนในสนธิสัญญาทางนิวเคลียร์สำคัญ ๆ หลายฉบับ และการประกาศการประจำการขีปนาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีในชาติเพื่อนบ้านอย่างเบลารุสด้วย