เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“หนี้สาธารณะ” ความท้าทายขนาดใหญ่ที่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ค่อยพูดถึง

07 พ.ย. 2567 | 17:35น.
หนี้สาธารณะ สหรัฐ

“เศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งกว่าที่คาด” เป็นพาดหัวข่าวที่เห็นมาตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นี่อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลโจ ไบเดน ที่บริหารประเทศมาก่อนหน้านี้ แต่สำหรับประธานาธิบดีคนใหม่ นี่เป็น “ความท้าทาย” เพราะการเข้ามาบริหารในสภาวะแวดล้อมที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจน้อยลงแล้ว หากไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีไปกว่านี้ได้ ก็จะทำให้เสียความนิยมไปง่าย ๆ

ที่สำคัญ “หนี้สาธารณะ” ของสหรัฐกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็น “ความท้าทาย” ขนาดใหญ่สำหรับผู้นำสหรัฐคนต่อไป

ปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐอยู่ที่ 35.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 99% ของจีดีพี และสำนักงานงบประมาณรัฐสภา  (Congressional Budget Office: CBO) ของสหรัฐคาดว่า หนี้สาธารณะจะสูงกว่า 51 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2034 และอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 122% ซึ่งสูงกว่าช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

มูลนิธิปีเตอร์ จี. ปีเตอร์สัน (Peter G. Peterson Foundation) วิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐสูงขึ้นนั้นเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้าง คือ คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์อายุเพิ่มขึ้นและอายุยืนขึ้น ต้องการค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลสูงขึ้น และระบบภาษีที่ไม่สามารถเก็บรายได้เข้ารัฐได้มากพอที่จะครอบคลุมรายจ่ายที่รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาไว้

“ในอนาคตผู้นำของอเมริกาจะต้องจัดการกับหนี้ที่พุ่งสูงขึ้นและปัจจัยเชิงโครงสร้าง” มูลนิธิปีเตอร์ จี. ปีเตอร์สันระบุ

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในช่วงการเสนอนโยบายและหาเสียงที่ผ่านมา ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐทั้งสองคนไม่ค่อยพูดถึงและดูเหมือนไม่กังวลกับประเด็นหนี้สาธารณะเท่าไรนัก อาจจะเพราะหนี้สาธารณะเป็นเรื่องระยะยาวและไกลตัวประชาชนกว่าเรื่องภาษีและนโยบายสร้างรายได้ต่าง ๆ

ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และคามาลา แฮร์ริส (Kamala Harris) ต่างเสนอนโยบายที่จะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณอีกมหาศาล

ตามการวิเคราะห์ขององค์กรคลังสมอง “แท็กซ์ โพลิซี เซ็นเตอร์” (Tax Policy Center) แผนงานของแฮร์ริสจะทำให้สหรัฐขาดดุลเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ ขณะที่แผนงานของทรัมป์จะทำให้การขาดดุลเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านถึง 3.1 ล้านล้านดอลลาร์

ส่วนแบบจำลองงบประมาณที่จัดทำโดย “วอร์ตันสคูล” (Wharton School) มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งยังไม่ได้คำนวณรวมคำมั่นสัญญาการหาเสียงครั้งหลัง ๆ ของทั้งสองคน คาดว่าภายใต้การบริหารของทรัมป์ สหรัฐจะขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น 4.1 ล้านล้านดอลลาร์ และภายใต้การบริหารของแฮร์ริสจะขาดดุลเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านดอลลาร์

แม้ว่าสหรัฐมีข้อได้เปรียบในเรื่องการบริหารหนี้ เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐมีสถานะเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ สหรัฐสามารถออกพันธบัตรเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ใหม่ได้ตลอดเวลา แต่การมีหนี้สูงมากก็ส่งผลกระทบต่อตลาด

แต่นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าต้องมีขีดจำกัด และนักเศรษฐศาสตร์ก็กำลังถกเถียงกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐสามารถก่อหนี้ได้ถึงระดับไหน หนี้มากแค่ไหนที่จะกลายเป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาหนี้จะแลกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลจำเป็นต้องลดการใช้จ่ายที่ใช้ในการดูแลประชาชนและต้องเก็บภาษีสูงขึ้น ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานเท่าไร การแก้ไขปัญหาก็จะยิ่งเลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น ตามคำเตือนของ IMF เมื่อเร็ว ๆ นี้