เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.55% อยู่ที่ 80,276 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.55% อยู่ที่ 80,276 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 6-12 กันยายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 6-12 กันยายน 2569
ก.พ. แจงแผนชะลอกำหนดตำแหน่ง ขรก. ไม่ใช่เบรกเลื่อนระดับสูงขึ้น
Politics ก.พ. แจงแผนชะลอกำหนดตำแหน่ง ขรก. ไม่ใช่เบรกเลื่อนระดับสูงขึ้น
นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
Politics นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
“สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate “สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
“ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
News “ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
Economic ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
Real Estate สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
Finance ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
ดูทั้งหมด

ด้วยอำนาจแห่ง Trifecta จักบันดาลสิ่งใดให้ทรัมป์ได้บ้าง

14 พ.ย. 2567 | 16:27น.

“Trifecta” 3 ประสานแห่งการปกครองเกิดขึ้นแล้วเมื่อพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีสหรัฐคุมรัฐสภา ครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภา (Senate) และสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) อย่างเป็นทางการ

ครั้งหนึ่งการควบคุมอำนาจ 3 สาขาด้วยพรรคเดียวเป็นเรื่องปกติ แต่ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา พรรคเดียวควบคุมเบ็ดเสร็จกลายเป็นสิ่งที่เกิดยากขึ้นและแถมอายุก็สั้นลงเรื่อยๆ

ชัยชนะหนนี้ของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐต่างจากชัยชนะเหนือความคาดหมายในปี 2016 กล่าวคือ บรรดาผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้เตรียมการมาหลายเดือนเพื่อเตรียมกวาดที่นั่งเสียงส่วนใหญ่ทั้งสองสภา โดยมีเป้าหมายคือการลงมือร่างวาระสำคัญของรัฐบาลทรัมป์โดยเร็ว โดยเริ่มจากแพ็คเกจเศรษฐกิจหลักที่เน้นเรื่องภาษี นโยบายพลังงาน ความปลอดภัยชายแดน และการยกเลิกกฎระเบียบในการทำธุรกิจ

ย้อนกลับไป ทรัมป์มีอำนาจสามสาขาในช่วงสองปีแรกของการขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แต่ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีที่จะอนุญาตให้ประธานาธิบดีทำตามที่ต้องการได้

สิ่งที่ทรัมป์ทำได้ ทรัมป์ใช้กฎหมายภาษีปี 2018 หรือ Tax Cuts and Jobs Act โดยลงนามเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2017 และทรัมป์บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งลดภาษีบริษัทจาก 35% เหลือ 21% และลดภาษีเงินได้บุคคล

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ต้องเผชิญแรงต้านจากภายในพรรคตัวเองที่มีจุดมุ่งหมายต่างออกไป ตัวอย่างเช่น ทรัมป์ล้มเหลวในการยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพที่เอื้อมถึงได้ (Affordable Care Act) หรือโอบามาแคร์ เมื่อสว.จากพรรคเดียวกัน ซึ่งคือจอห์น แม็กเคนไม่โหวตให้ และยังไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานตามที่หาเสียงไว้ได้อีกด้วย

อุปสรรคหลักต่ออำนาจเบ็ดเสร็จไม่ว่าของพรรคไหน คือ สว.  โดยร่างกฎหมายที่ต้องการเสียงสว. สัดส่วน 3 ใน 5 หรือ 60 เสียงจาก 100 เสียง ซึ่งให้อำนาจสว.สามารถที่จะยืดการออกกฎหมายออกไปโดยการเปิดอภิปรายที่ไม่จำกัดเวลา นั่นหมายความว่าเมื่อพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งมีเสียงข้างมากธรรมดา (ไม่ใช่เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ) ในวุฒิสภา พรรคนั้นจะต้องหาเสียงโหวตจากพรรคฝั่งตรงข้ามเพื่อให้ร่างกฎหมายผ่าน

แม้ครั้งนี้ทรัมป์ได้เสียงในวุฒิสภาอย่างท่วมท้น แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้มีถึง 60 เสียงที่จะเอาชนะฝั่งตรงข้ามได้ (ผลเลือกตั้งวุฒิสภา 47 ต่อ 53 เสียง )

และเมื่อวาน (13 พฤศจิกายน) สว.รีพับลิกันเลือกจอห์น ธูนเป็นผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาไม่ใช่ริก สก็อตต์จากฟลอริดา ซึ่งสก็อตต์เป็นตัวเต็งของทรัมป์อย่างชัดเจน ก็นับเป็นสัญญาณแล้วว่า สมาชิกรัฐสภาบางคนของรีพับลิกันอาจยืนยันความเป็นอิสระอีกครั้ง โหวตอย่างเป็นอิสระ ไม่ได้โหวตตามทรัมป์

จึงต้องจัดการอำนาจอย่างชาญฉลาด การมีสามปัจจัยนี้ก็จะช่วยเปิดทางให้เกิดการริเริ่มกฎหมายที่สำคัญๆได้

ความได้เปรียบทางอำนาจของทรัมป์จึงอาจเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันนโยบายตามสัญญา อาทิ เช่น การเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

การใช้กลไกของอำนาจนิติบัญญัติผลักดันนโยบายจนสำเร็จทำให้ศาลใช้อำนาจตุลาการคว่ำได้ยากขึ้น ซึ่งอย่างหลังเป็นอุปสรรคต่อทรัมป์เมื่อใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร (อำนาจประธานาธิบดี) ผ่านนโยบายในสมัยแรก ซึ่งบ่อยครั้งกลับถูกศาลคว่ำในภายหลัง

ความสำเร็จครั้งพิเศษที่ต้องจดจำของทรัมป์คือการแต่งตั้งผู้พิพากษาอนุรักษนิยม 3 คนนั่งในศาลสูงสุด (Supreme Court) ช่วยให้มีเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

อีกข้อดีของการครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา ทรัมป์จะสามารถทำให้ผู้ที่ตนเสนอชื่อดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีผ่านได้ง่ายขึ้น ซึ่งย้อนไปปี 2017 ทรัมป์เผชิญแรงต้านภายในพรรคในกรณีนี้

อำนาจนี้มันจะไม่คงอยู่ไปตลอด 4 ปีที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อมีการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ทั้งหมดนี้ อาจเป็นลางบอกเหตุถึง 2 ปีข้างหน้าได้

อ้างอิง :

• BBC

• CNN

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ เลือกตั้งสหรัฐ 2024