หากพูดถึงภาคอีสาน คงหนีไม่พ้น “ปลาร้า” เป็นเอกลักษณ์ของอาหารพื้นบ้าน และ “หมอลำ” การแสดงดนตรีภาษาพื้นถิ่นอีสานอันทรงคุณค่า และเพื่อเป็นการยกระดับภาคอีสานสู่สายตาชาวโลกอย่างครบทุกมิติ จึงได้มีการจัดงาน “ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24” ณ จังหวัดขอนแก่น
พร้อมเดินหน้าสานต่อแนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ผลักดันและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน ผ่านปลาร้า อาหารยั่งยืนสำหรับคนที่มีอารยธรรม และ หมอลำ จุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบไทย ๆ
ปลาร้า-หมอลำ งานใหญ่ประจำปี
“กวิน ว่องกุศลกิจ” ผู้อำนวยการ บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า แนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ”ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสร้างศูนย์กลางทางเศรษฐกิจนั้น สามารถก้าวไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาสังคมและชุมชนได้ ที่สำคัญยังช่วยยกระดับภาคอีสานให้เป็นอีกหนึ่ง Thailand Destination
ถือเป็นการต่อยอดไปจนถึงการส่งเสริม “มานานุภาพ” (Soft Power) ของวัฒนธรรมอีสาน เพื่อสร้างโอกาสด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและพื้นถิ่น โดยการเดินหน้าด้วยหลัก 3 ประการ
ด้านเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะ “ปลาร้า” ให้กับท้องถิ่นกลุ่มผู้ผลิต รวมถึงการขยายตลาดไปสู่ตลาดโลกได้ในระดับสากล
ด้านส่งเสริมวัฒนธรรม นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ทั้งด้านอาหารและความบันเทิง อันเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวอีสาน
และด้านสังคม ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนพื้นถิ่น หรือชาวที่ราบสูงที่อาศัยอยู่ทั่วทุกมุมโลกได้เดินทางกลับบ้าน กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอน
ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ทั้งผลักดันให้งานดังกล่าวเป็น Thailand Festival งานยิ่งใหญ่ประจำปีของภาคอีสาน โดยคาดหวังว่า งานมหกรรมครั้งนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดได้มากกว่า 500 ล้านบาท
การหมักดองคือสิ่งที่เน่าแล้วดี
ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการ Sustainable Brands (SB) Thailand แสดงความคิดเห็นว่า หัวใจของงานคือคำว่า “อีสาน ทู เดอะ เวิลด์” ที่ได้หยิบยกเรื่องของปลาร้าและหมอลำ มาเป็นวิธีการที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย
ซึ่งเป้าหมายของการจัดงานก็คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนอีสานนั่นเอง
สำหรับการจัดงานแบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 เรื่อง ได้แก่ จัดแล้วต้องมีอิมแพ็กต์ สามารถสร้างผลกระทบได้จริง นำพามาซึ่งการท่องเที่ยวภาคอีสาน สามารถสร้าง Culture Impact นอกเหนือจากคำว่า วัฒนธรรม ยังมีคำว่าอารยธรรมแฝงอยู่ในกลุ่มคนชาวอีสานด้วย สุดท้ายเมื่อจัดงานแล้วต้องสร้าง Social Impact สร้างคนคืนถิ่นกลับมายังบ้านเกิดด้วย
“หัวใจของอีสาน คือ ข้าวเหนียว ลาบ ส้มตำ และปลาร้า ซึ่งปลาร้าเป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์แห่งความหมักดอง เป็นศาสตร์ที่ช่วยสร้างความยั่งยืนได้จริง ปลาร้าถือเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจชีวภาพ เป็น Zero Waste โดยแท้ แถมการหมักดองยังเกี่ยวข้องกับ Civilization ซึ่งเป็นคนที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะทำได้” ดร.ศิริกุลกล่าวย้ำ
สร้างปลาร้าเป็นอัตลักษณ์แห่งชาติ
ดร.ศิริกุลกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้คนทั่วไปนึกถึงประเทศไทยแล้วนึกถึงปลาร้า ซึ่งเป็นสินค้าประจำชาติ เป็นตลาดที่สร้างรายได้หลักพันล้านบาทเลยทีเดียว เหมือนกับที่เมื่อพูดถึงประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย อย่างเกาหลี คนก็จะนึกถึงกิมจิ พูดถึงญี่ปุ่น คนก็จะนึกถึง นัตโตะ เป็นต้น
หากกล่าวถึงในมิติของความยั่งยืน “ปลาร้า” เกี่ยวข้องโดยตรงกับคำว่า “ความปลอดภัยทางอาหาร” โดยมีงานวิจัยระบุว่า ไหดินที่ใช้หมักปลาร้า กับปลาร้าที่สแกนดิเนเวียมีอายุที่ใกล้เคียงกัน ราว ๆ 3,000 ปี ซึ่งเป็นจักรวาลของการหมักดองในรูปแบบเดียวกัน
การหมักดองเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแปลงและชูรสชาติ นำพาไปสู่โภชนาการทางอาหารอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นชีส เบียร์ ก็ล้วนเป็นเทคโนโลยีทางอาหารที่ยิ่งใหญ่ ปลอดภัย ดีต่อโภชนาการและยั่งยืนมากขึ้น
หมอลำกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สุชาติ อินทร์พรหม หนึ่งในผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร คณะหมอลำอีสานนครศิลป์ ซึ่งเป็นหมอลำรุ่นใหม่ไฟแรงของวงการ บอกว่า หมอลำไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิง แต่เป็นศิลปวัฒนธรรมของไทยอีสานที่คนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นหลังต้องสืบสาน ต่อยอด เพื่อให้เกิดคุณค่าและมูลค่า เปรียบเสมือนต้นกำเนิดของพายุเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เนื่องจากใน 1 ปี หมอลำทำการแสดง 2,600 กว่ารอบ มีผู้เข้าชมรอบละ 2,000-3,000 คน ไม่รวมช่องทางออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาล และสร้างความสุขผ่านหมอลำได้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดเป็นเม็ดเงินให้แก่เยาวชนชาวอีสาน สร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน
“ไกรสร กองฉลาด” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้ข้อมูลสนับสนุนว่า ที่ผ่านมาได้มีการทำสำรวจเรื่องของหมอลำในพื้นที่ร้อยแก่นสารสิน (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์) ว่า มีหมอลำรวมกันกว่า 170 คณะ และสร้างรายได้ให้มากกว่า 6,500 ชีวิต โดยใน 1 คืนสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดสามารถทำรายได้รวมได้มากถึง 4,700-5,000 ล้านบาทต่อปี
“การวางหมุดหมายให้จังหวัดขอนแก่นเป็นแลนด์มาร์กซอฟต์พาวเวอร์ของอีสาน โดยชูเรื่อง ปลาร้า-หมอลำ เป็นสิ่งเน่าแล้วดี มีมูลค่าการตลาดสูง เชื่อว่าจะได้รับการยอมรับมากขึ้น”
“ปัจจุบันคำว่า อีสาน คำว่า แซ่บ แพร่หลายสุด ๆ คนภาคกลางเริ่มนิยมมากขึ้น ประกอบกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล จะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอีสานได้อีกทางหนึ่ง” สุชาติกล่าวปิดท้าย


