กรมการค้าต่างประเทศ เผยกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ประกาศใช้มาตรการลงโทษบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนรัสเซียในการปฏิบัติการต่อยูเครนกว่า 400 ราย และไทยติดตามอย่างใกล้ชิด
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา สหรัฐและประเทศพันธมิตร เช่น สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ได้ออกมาตรการฝ่ายเดียว (Unilateral Sanction) ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้า Common High Priority List (CHPL) ซึ่งประกอบด้วยพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับสินค้า 50 รายการ เพื่อควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังรัสเซียในการสู้รบกับยูเครน
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงส่วนประกอบของเครื่องดังกล่าว และส่วนประกอบของอากาศยานที่จำเป็นต่อการดำเนินการโจมตีต่อยูเครน โดยเฉพาะการลงโทษต่อบริษัทเอกชนหรือบุคคลของประเทศที่สาม
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 สหรัฐได้อาศัยอำนาจภายใต้ Executive Order ฉบับที่ 14024 ประกาศมาตรการลงโทษเพิ่มเติมในการขึ้นบัญชีบุคคลและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนการกระทำของรัสเซียในยูเครนกว่า 400 ราย ซึ่งประกอบด้วยบุคคลและองค์กรจากประเทศ/เขตเศรษฐกิจอื่น ๆ
อาทิ สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง มาเลเซีย สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐตุรกี รวมถึงบริษัทที่จัดตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าในรายการ CHPL ไปยังรัสเซีย โดยสาระสำคัญของมาตรการลงโทษดังกล่าวคือ
(1) การให้ระงับ (Block) ทรัพย์สินที่ครอบครองโดยบุคคลหรือองค์กรที่ถูกขึ้นบัญชี และอยู่ในสหรัฐ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลสหรัฐ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 50
(2) ห้ามการทำธุรกรรมโดยบุคคลสหรัฐ หรือผ่านสหรัฐ หรือดำเนินการในสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือองค์กรที่ถูกขึ้นบัญชี เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการคลังของสหรัฐ (Office of Foreign Assets Control: OFAC) และ
(3) บุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีจะถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐ
นางอารดากล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว (Unilateral Sanction) ของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องที่เห็นว่ามีการดำเนินธุรกิจที่อาจเป็นการสนับสนุนการกระทำของรัสเซียต่อยูเครน
โดยสินค้า CHPL 50 รายการเป็นสินค้าที่ถูกกำหนดด้วยเหตุผลความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ แตกต่างจากการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI) ที่กรมควบคุมอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้อำนาจพระราชบัญญัติการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 ที่เป็นการควบคุมให้สอดคล้องกับตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1540 (United Nation Security Council Resolution 1540 : UNSCR 1540)
อย่างไรก็ดี แม้ว่าปัจจุบันไทยมีนโยบายที่เป็นกลางและจะเน้นการออกมาตรการคว่ำบาตรตามข้อมติของ UN เท่านั้น ซึ่งยังไม่เคยมีการกำหนดมาตรการใดต่อรัสเซีย บริษัทยังควรพิจารณาดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการฝ่ายเดียวดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษารายละเอียดพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้า CHPL 50 รายการดังกล่าวได้ที่ https://www.bis.doc.gov/index.php/all-articles/13-policy-guidance/country-guidance/2172-russia-export-controls-list-of-common-high-priority-items
และมาตรการลงโทษปรากฎตามเว็บไซต์ https://www.state.gov/new-measures-targeting-third-country-enablers-supporting-russias-military-industrial-base/ และ http://home.treasury.gov/news/press-releases/jy2700
หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มงานบริหารสินค้าสองทาง กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า 0-2528-7500-29 ต่อ 4710 หรือสายด่วน 1385