สถานทูตสหรัฐเปิดตัวโครงการ Virtual Jungle Thailand ครั้งที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่ กระตุ้นชุมชนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา ร่วมท่องเที่ยวเชิงจริยธรรม และลดการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า
นายไนลส์ โคล รองโฆษกของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจําประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ Virtual Jungle Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยผสมผสานแคมเปญการอนุรักษ์ออนไลน์เข้ากับกิจกรรมการเรียนรู้จริง โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้จัดเวิร์กช็อปนี้มาแล้ว 3 ครั้งที่ กรุงเทพฯ สงขลา และอุทัยธานี
และล่าสุดจัดเวิร์กช็อปครั้งที่ 4 ขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม ที่ จ.เชียงใหม่ ในความร่วมมือกับเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2024 และเก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท โดยมุ่งเน้นความสร้างสรรค์เทคโนโลยีและความยั่งยืน
สำหรับกิจกรรมนี้มุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ในท้องถิ่น เช่น สมเสร็จ หมีหมา นกเงือก เสือโคร่งอินโดจีน และตัวลิ่น ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือ การกระตุ้นให้ชุมชนในท้องถิ่น ตั้งแต่นักเรียนชั้นมัธยมต้นไปจนถึงประชาชนทั่วไป มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้ และบทบาทของพวกเขาในการร่วมปกป้องอนุรักษ์

นอกจากนี้ เรายังได้ร่วมมือกับองค์กรในท้องถิ่น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ เพื่อให้ความรู้เชิงปฏิบัติแก่ครู นักเรียน และสื่อมวลชน โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตลอดจนออกแบบวิธีการเล่าเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย ทันสมัย และน่าสนใจ
ทั้งนี้ สหรัฐและไทยดำเนินงานร่วมกันเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าสำคัญเหล่านี้ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานกิจการปลาและสัตว์ป่าของสหรัฐ (FWS) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีการค้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยยึดชิ้นส่วนของหมีและเสือ รวมถึงสิ่งของอื่น ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งปฏิบัติการนี้ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและการฝึกอบรมจาก FWS ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
โดยในช่วงที่ผ่านมามีรายงานข่าวเกี่ยวกับการพบเจอสัตว์ป่าในพื้นที่เพิ่มขึ้น เราต้องการส่งเสริมให้ทุกคนจากทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เหล่านั้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดภัยคุกคาม เช่น การก่อกองไฟ ขยะ เศษอาหาร และมลพิษทางอากาศ ที่มีต่อสัตว์เหล่านี้
นายไนลส์กล่าวว่า “Virtual Jungle Thailand” เป็นโครงการดิจิทัลล้ำ สมัยที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้การสนับสนุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย Virtual Jungle Thailand ได้ผสานโลกจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันผ่านการใช้เทคโนโลยี Extended Reality (XR) และ Augmented Reality (AR) เพื่อนำเสนอการดำเนินงานของสหรัฐและไทย ในฐานะหุ้นส่วนด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ในโครงการนี้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้แก่
เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยปกป้องสัตว์ป่า ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพิทักษ์สัตว์ป่าได้ โครงการนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับสัตว์ป่า “Virtual Jungle Thailand” ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชั่น แต่เป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่สดใสของสิ่งมีชีวิตสุดพิเศษเหล่านี้ เรามุ่งมั่นให้ความรู้และสนับสนุนให้ผู้ใช้งานรู้จักสัตว์ป่าผ่านหน้าจอ เพื่อลดจำนวนผู้เข้าชมสวนสัตว์เปิดและสวนเสือที่สัตว์ป่าต่างถูกด้อยค่าเพราะการแสวงหาผลกำไรจากการท่องเที่ยว
นางลิซา บูเจนนาส กงสุลใหญ่สหรัฐ ประจำภาคเหนือของประเทศไทย กล่าวว่า Virtual Jungle Thailand ที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่ เป็นแคมเปญดิจิทัลที่ส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์สัตว์ป่าระหว่างสหรัฐและไทย และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามที่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ต้องเผชิญในประเทศไทย โดยหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐประจำประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับอุตสาหกรรมการค้าสัตว์ป่าและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ
ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไทย เราร่วมกันดำเนินโครงการเพื่อลดมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อลุ่มน้ำโขงและอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติของเราไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป เรายังเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดในการอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หน่วยงานของสหรัฐและไทย ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น รวมถึงการยึดเกล็ดตัวนิ่มที่มีการลักลอบค้า การจับกุมกลุ่มค้าสัตว์ป่า และการช่วยเหลือสัตว์ป่าจากการค้าที่ผิดกฎหมาย
โครงการ Virtual Jungle Thailand เป็นมากกว่าแอปพลิเคชั่น โดยนับเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่สดใส ของสัตว์ต่าง ๆ ที่น่าทึ่งของประเทศไทย ด้วยการให้ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้ โดยตั้งเป้าที่จะลดการเข้าชมสวนสัตว์เลี้ยงและสวนเสือที่มักกลายเป็นที่แสวงหาผลประโยชน์และบดบังความงามของสัตว์ป่าของไทย โครงการนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงจริยธรรม และลดการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า
นางสาวกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ ผู้พัฒนาแอป Virtual Jungle Thailand กล่าวว่า Virtual Jungle เป็นการใช้เทคโนโลยี Extended Reality (XR) และ Augmented Reality (AR) เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมองค์ความรู้เพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อนำการมีส่วนร่วมแบบดิจิทัลและทางกายภาพมารวมกันในการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยในแอปพลิเคชั่น Virtual Jungle Thailand มีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ อาทิ เสือโคร่งอินโดจีน ลิ่นขวา นกเงือก หมีหมา พะยูน เต่ามะเฟือง สมเสร็จ เป็นต้น
โดยกิจกรรมเวิร์กช็อปที่จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม 2567 มีเยาวชน นักเรียนระดับมัธยมในจังหวัดเชียงใหม่ และนักศึกษาจากวิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน มุ่งเน้นการสอนทักษะการออกแบบ สำหรับเทคโนโลยีใหม่และกำลังพัฒนานี้ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ออกแบบสัตว์พื้นถิ่นในพื้นที่ของไทย และแชร์ให้เพื่อน ๆ ดู เพื่อช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคุณค่าของการ
อนุรักษ์สัตว์ป่าด้วยวิธีนี้ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับสาธารณชน เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่งของประเทศไทย ภัยคุกคาม และแนวทางแก้ไข นับเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเราในการปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่า ก่อนที่ทุกอย่างจะสูญหายไปตลอดกาล
สามารถเข้าไปที่ : https://th.usembassy.gov/wildlife
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “Virtual Jungle Thailand” ไปที่ : https://th.usembassy.gov/wildlife/virtualjunglethailand/