เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

อีไอซี ชี้ เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ “ขาลง” ชัดเจน หั่นจีดีพีปี 68 เหลือโต 2.4%

20 ธ.ค. 2567 | 15:22น.
EIC

EIC

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ หรือ อีไอซี ปรับลดจีดีพีปี’68 เหลือโต 2.4% จากเดิม 2.6% ชี้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ “ภาวะขาลง-ชะลอตัว” ชัดเจน มองครึ่งหลังของปี’68 มีความเสี่ยงสูงจากนโยบายทรัมป์ 2.0-เศรษฐกิจโลกชะลอกระทบภาคท่องเที่ยว หนุน กนง.หั่นดอกเบี้ย 1 ครั้งรอบประชุมเดือน ก.พ.ปีหน้า ด้านค่าเงินเคลื่อนไหวอ่อนค่าก่อนพลิกแข็งค่าปลายปีตามฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มองว่าจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2.4% ปรับลงจาก 2.6% โดยเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วง “ขาลง” และ “ชะลอตัว” ลงชัดเจน จากปี 2567 ขยายตัว 2.7%

โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2567 ยังคงเห็นการขยายตัวระดับ 4% แต่ในปี 2568 อัตราการเติบโตเฉลี่ยในแต่ละไตรมาสจะลดลงจาก 4% ในไตรมาสที่ 1/2568 และลดลงเหลือ 3% ในไตรมาสที่ 2 และลดลงเหลือ 2% และเหลือ 1% ในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งการเติบโตสวนทางกับในปี 2567 ที่เป็นการเติบโตแบบไต่ระดับขึ้น

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การส่งออกที่เร่งตัว และการใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นตัวสนับสนุนการเติบโต แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจเริ่มน่าเป็นห่วง เพราะภาคการส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ 2.0 และภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนและยุโรปที่ชะลอตัวลง ทำให้นักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 38 ล้านคน

ขณะที่การลงทุน แม้ว่าจะได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต ทำให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 สัดส่วนการลงทุนจากต่างประเทศเติบโตขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน แต่ยังติดตามต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัวได้

“หากเทียบศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เมื่อเทียบการผลิตและกำลังแรงงานขยายตัวได้ 2.7% แต่หากออกมาต่ำกว่า 2.7% ถือว่า “เศรษฐกิจแย่” ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์จะต้องรีบกระตุ้นเศรษฐกิจ“

ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหาภาค ศูนย์วิจัยและธุรกิจ (SCB EIC) เปิดเผยเศรษฐกิจไทยที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งจากนโยบาย Trump 2.0 ภาวะการเงินตึงตัวมากขึ้น รวมถึงการส่งสัญญาณนโยบายการเงินสหรัฐ ผ่านรายงาน Dot Plot ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการลดดอกเบี้ยลง จึงมองว่านโยบายการเงินของไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) 1 ครั้งภายในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งจะช่วยลดภาระการเงินตึงตัวและภาระการชำระหนี้ รวมถึงการปรับลดตามดอกเบี้ยโลกที่ปรับลดลงด้วย

ขณะเดียวกัน นโยบายการคลังยังคงต้องมีส่วนช่วย แม้ว่าบทบาทจะลดลงจากเพดานหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และต้องการลดการขาดดุลงบประมาณลง 4.5% แต่นโยบายการคลังสามารถทำผ่านได้ 2 ส่วนคือ การใช้จ่ายและภาษึ ซึ่งการใช้จ่ายอาจจะเพิ่มภาระทางการคลัง แต่ด้านภาษียังสามารถทำได้ โดยการทำผ่านคนที่มีรายได้มากหน่อยในการจูงใจลดหย่อนภาษี ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจได้

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด และการส่งสัญญาณการชะลอการลดดอกเบี้ยลงจากเดิม มองว่าไม่ได้มีผลกระทบมากนัก แต่จะเห็นดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น โดยนโยบายการเงินโลกอาจจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น สหรัฐ เดิมก่อนจะมีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ดอกเบี้ยสหรัฐจะปรับลดลงแบบผ่อนคลาย แต่หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์เข้ามาดอกเบี้ยที่เดิมจะลงมาค่อนข้างแรงแบบ “สไลด์” แต่จะเป็น “โรลเลอร์โคสเตอร์” และดอกเบี้ยสูง ส่วนประเทศอื่นจะเห็นการผ่อนคลายมากขึ้นแบบ “สไลด์” ลงมาเยอะ และดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงอีกไม่มาก อยู่ในกรอบราว 34.00-35.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงที่เหลือของปี 2567 แต่ยังต้องจับตาความผันผวนของเงินสกุลอื่นที่อาจกระทบเงินบาทได้ สำหรับปี 2568 คาดว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังไหลออกต่อเนื่อง กดดันเงินบาทอ่อนค่าต่อในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 แต่เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่าได้ช่วงครึ่งปีหลัง ตามทิศทางการลดดอกเบี้ยของเฟด และราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มลดลงราว 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาทองคำที่อาจสูงขึ้น และเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลกลับ มองกรอบปลายปี 2568 อยู่ที่ 33.50-34.50 บาทต่อดอลลาร์

“อีไอซี มองว่า กนง.จะปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งช่วยภาวะการเงินตึงตัวได้ และลดภาระการชำระหนี้ และเป็นการลดตามทิศทางดอกเบี้ยโลก เป็นการบริหารความเสี่ยงรองรับดอกเบี้ยขาลง“

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจไทย