เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ไม่มีของขวัญ “คริสต์มาส” เฟดหั่นดอกเบี้ย 2025 แค่ 2 ครั้ง

21 ธ.ค. 2567 | 10:21น.
เฟด ดอกเบี้ย ตลาดหุ้น
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นัดสุดท้ายประจำปี 2024 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม มีมติออกมาตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดหวัง นั่นก็คือปรับลดอีก 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ในช่วง 4.25-4.5% อย่างไรก็ตาม มติไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากกรรมการ 1 คนคัดค้าน เพราะเห็นว่าหากพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันควรคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม

การปรับลดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อมูลที่ถูกมองว่าไม่เอื้อต่อการลดดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจค่อนข้างเติบโตแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างไรก็ตาม “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด แถลงว่า ในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เท่ากับว่าได้ลดดอกเบี้ยเบ็ดเสร็จ 1% จากจุดสูงสุด และนโยบายตอนนี้ของเราเข้มงวดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ การจ้างงานและเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ หากดูจากคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของคณะกรรมการจะเห็นว่า ได้ปรับเพิ่มจีดีพีปี 2024 เป็น 2.5% สูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายนถึง 0.5% อีกทั้งยังลดคาดการณ์อัตราว่างงานสู่ 4.2% จากเดิม 4.4% ส่วนเงินเฟ้อ ทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานถูกปรับขึ้นเป็น 2.4% และ 2.8% จากเดิม 2.3% และ 2.6% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ถึงแม้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ น่าจะเหมาะกับการขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ก็คงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่การที่ยอมปรับลด น่าจะเป็นเพราะคณะกรรมการเกรงว่าการตรึงดอกเบี้ยไว้สูงเกินไป เสี่ยงจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงโดยไม่จำเป็น

นอกจากนั้น เฟดยังต้องเตรียมรับมือผลกระทบที่อาจจะเกิดจากนโยบายการคลัง ภายใต้การบริหารของว่าที่ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งประกาศว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ การลดภาษีให้กับบริษัทต่าง ๆ ตลอดจนการขู่เนรเทศผู้อพยพที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ อาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้สูงขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมรับมือนโยบายต่าง ๆ ดังกล่าวของทรัมป์ ประธานเฟดตอบว่า จำเป็นต้องใช้เวลา เฟดจะไม่รีบร้อน จนกว่าเราจะเห็นว่านโยบายเหล่านั้นเป็นอย่างไร และมันถูกนำมาปฏิบัติหรือไม่ ในขั้นนี้เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ยอมรับว่ามีกรรมการบางคนเริ่มประเมินขั้นต้นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อนำมาประกอบการคาดการณ์ในอนาคต

ในซีกของตลาดและนักลงทุน ถึงแม้การลดดอกเบี้ยรอบนี้เป็นไปตามคาด แต่ความสนใจส่วนใหญ่กลับมุ่งไปที่การค้นหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในอนาคตผ่าน Dot Plot หรือมุมมองของคณะกรรมการรายบุคคล

ซึ่งปรากฏว่านำมาซึ่งความผิดหวังอย่างแรงของตลาดหุ้น นำมาสู่การเทขายหุ้นอย่างหนัก และผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น เพราะ Dot Plot ส่งสัญญาณว่าในปี 2025 เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง หรือน้อยกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ถึงครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่คาดว่าจะลดถึง 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25%

ประธานเฟดระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเราปรับลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วจนมาถึงระดับปัจจุบัน ดังนั้นในอนาคตตนคิดว่าเฟดคงลดช้าลง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างแรงหลังจากเห็นทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายนั้น กระโดดไปสู่ระดับ 4.3% ส่วนตลาดหุ้นร่วงลงทุกกระดาน โดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 1,123.03 จุด หรือ 2.58% เอสแอนด์พี 500 ลดลง 178.45 จุด หรือ 2.95% แนสแดค ร่วงลง 716.37 จุด หรือ 3.56% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียและอื่น ๆ

บรรดานักกลยุทธ์ชี้ว่า การเทขายหุ้นอย่างหนักดังกล่าวสะท้อนว่าการคาดการณ์อนาคต มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นมากกว่าสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วถ้าเฟดลดดอกเบี้ย ย่อมหมายถึงการกระตุ้นลงทุนของบริษัทต่าง ๆ ซึ่งหมายถึงจะเกิดการจ้างงานและสุดท้ายเศรษฐกิจโต ดังนั้นในทางทฤษฎีตลาดหุ้นควรจะพุ่งขึ้น

เดวิด รัสเซลล์ นักกลยุทธ์การตลาด กล่าวว่า มันเหมือนกับว่าตลาดตื่นมาด้วยความคาดหวังจะได้ของขวัญคริสต์มาส แต่กลับพบว่าไม่มีของขวัญนั้นเลย มันเป็นความผิดหวังที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ของปี “ลาก่อนของขวัญ ไม่มีความสดชื่นชูใจในวันคริสต์มาสจากเฟด”