เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ดูทั้งหมด

ไม่มีของขวัญ “คริสต์มาส” เฟดหั่นดอกเบี้ย 2025 แค่ 2 ครั้ง

21 ธ.ค. 2567 | 10:21น.
เฟด ดอกเบี้ย ตลาดหุ้น
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นัดสุดท้ายประจำปี 2024 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม มีมติออกมาตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดหวัง นั่นก็คือปรับลดอีก 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ในช่วง 4.25-4.5% อย่างไรก็ตาม มติไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากกรรมการ 1 คนคัดค้าน เพราะเห็นว่าหากพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันควรคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม

การปรับลดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อมูลที่ถูกมองว่าไม่เอื้อต่อการลดดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจค่อนข้างเติบโตแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างไรก็ตาม “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด แถลงว่า ในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เท่ากับว่าได้ลดดอกเบี้ยเบ็ดเสร็จ 1% จากจุดสูงสุด และนโยบายตอนนี้ของเราเข้มงวดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ การจ้างงานและเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ หากดูจากคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของคณะกรรมการจะเห็นว่า ได้ปรับเพิ่มจีดีพีปี 2024 เป็น 2.5% สูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายนถึง 0.5% อีกทั้งยังลดคาดการณ์อัตราว่างงานสู่ 4.2% จากเดิม 4.4% ส่วนเงินเฟ้อ ทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานถูกปรับขึ้นเป็น 2.4% และ 2.8% จากเดิม 2.3% และ 2.6% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ถึงแม้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ น่าจะเหมาะกับการขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ก็คงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่การที่ยอมปรับลด น่าจะเป็นเพราะคณะกรรมการเกรงว่าการตรึงดอกเบี้ยไว้สูงเกินไป เสี่ยงจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงโดยไม่จำเป็น

นอกจากนั้น เฟดยังต้องเตรียมรับมือผลกระทบที่อาจจะเกิดจากนโยบายการคลัง ภายใต้การบริหารของว่าที่ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งประกาศว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ การลดภาษีให้กับบริษัทต่าง ๆ ตลอดจนการขู่เนรเทศผู้อพยพที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ อาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้สูงขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมรับมือนโยบายต่าง ๆ ดังกล่าวของทรัมป์ ประธานเฟดตอบว่า จำเป็นต้องใช้เวลา เฟดจะไม่รีบร้อน จนกว่าเราจะเห็นว่านโยบายเหล่านั้นเป็นอย่างไร และมันถูกนำมาปฏิบัติหรือไม่ ในขั้นนี้เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ยอมรับว่ามีกรรมการบางคนเริ่มประเมินขั้นต้นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อนำมาประกอบการคาดการณ์ในอนาคต

ในซีกของตลาดและนักลงทุน ถึงแม้การลดดอกเบี้ยรอบนี้เป็นไปตามคาด แต่ความสนใจส่วนใหญ่กลับมุ่งไปที่การค้นหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในอนาคตผ่าน Dot Plot หรือมุมมองของคณะกรรมการรายบุคคล

ซึ่งปรากฏว่านำมาซึ่งความผิดหวังอย่างแรงของตลาดหุ้น นำมาสู่การเทขายหุ้นอย่างหนัก และผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น เพราะ Dot Plot ส่งสัญญาณว่าในปี 2025 เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง หรือน้อยกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ถึงครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่คาดว่าจะลดถึง 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25%

ประธานเฟดระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเราปรับลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วจนมาถึงระดับปัจจุบัน ดังนั้นในอนาคตตนคิดว่าเฟดคงลดช้าลง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างแรงหลังจากเห็นทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายนั้น กระโดดไปสู่ระดับ 4.3% ส่วนตลาดหุ้นร่วงลงทุกกระดาน โดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 1,123.03 จุด หรือ 2.58% เอสแอนด์พี 500 ลดลง 178.45 จุด หรือ 2.95% แนสแดค ร่วงลง 716.37 จุด หรือ 3.56% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียและอื่น ๆ

บรรดานักกลยุทธ์ชี้ว่า การเทขายหุ้นอย่างหนักดังกล่าวสะท้อนว่าการคาดการณ์อนาคต มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นมากกว่าสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วถ้าเฟดลดดอกเบี้ย ย่อมหมายถึงการกระตุ้นลงทุนของบริษัทต่าง ๆ ซึ่งหมายถึงจะเกิดการจ้างงานและสุดท้ายเศรษฐกิจโต ดังนั้นในทางทฤษฎีตลาดหุ้นควรจะพุ่งขึ้น

เดวิด รัสเซลล์ นักกลยุทธ์การตลาด กล่าวว่า มันเหมือนกับว่าตลาดตื่นมาด้วยความคาดหวังจะได้ของขวัญคริสต์มาส แต่กลับพบว่าไม่มีของขวัญนั้นเลย มันเป็นความผิดหวังที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ของปี “ลาก่อนของขวัญ ไม่มีความสดชื่นชูใจในวันคริสต์มาสจากเฟด”