Skip to content

เศรษฐกิจอียูส่งท้ายปี ภาพรวมมีแต่ปัญหาท้าทาย

26 ธ.ค. 2567 | 19:54น.
เศรษฐกิจอียูส่งท้ายปี ภาพรวมมีแต่ปัญหาท้าทาย
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

สหภาพยุโรป (อียู) ได้ชื่อว่าเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญลำดับต้น ๆ ของโลก บทบาทของอียูมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้งโลก ไม่ว่าจะในแง่ของการเป็นแหล่งผลิต แหล่งทุน หรือการเป็นตลาดบริโภค แต่ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา บทบาทเหล่านี้ถดถอยลงมากมาย จนเหลืออิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกไม่กี่มากน้อยแล้ว

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ประเมินเอาไว้ว่า เศรษฐกิจของทั้งโลกในปี 2024 นี้ น่าจะขยายตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3.5% แต่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของอียูจะขยายตัวเพียงน้อยนิดที่ 0.8% เท่านั้น สถานการณ์ที่เรียกแทบได้ว่า เป็น “ภาวะชะงักงัน” เช่นนี้ เกิดขึ้นจากปัญหาท้าทายซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อเนื่องกันมาตลอดทั้งปี เริ่มตั้งแต่ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรง แล้วก็ถูกทำให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่มีความแน่นอนมากขึ้นด้วยผลสะเทือนของสงครามในยูเครน

ในเวลาเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นตามมาก็กลายเป็นปัญหายืดเยื้อ อัตราเงินเฟ้อค้างเติ่งอยู่ที่ราว 5% อันเป็นผลจากราคาพลังงานและราคาอาหารที่ถีบตัวสูงขึ้นเป็นสำคัญ ทำให้บรรดาธนาคารกลางทั่วอียู จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อต่อเนื่องหลายระลอก จนกลายเป็นมาตรการบั่นทอนการลงทุน และปิดกั้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอียูไปในที่สุด

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นปัญหานี้ได้ชัดเจนก็คือ สภาพเศรษฐกิจของเยอรมนี หนึ่งในจักรกลเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของอียู ที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 เศรษฐกิจหดตัวลงถึง 1.7% สะท้อนให้เห็นสภาพอ่อนแอที่ลงลึกถึงระดับโครงสร้างแล้ว

จุดเปราะบางสำคัญทางด้านเศรษฐกิจจนกลายเป็นวิกฤตของอียู ก็คือความจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอก ทั้ง ๆ ที่มีการเล็งเห็นปัญหานี้ล่วงหน้า และดำเนินความพยายามร่วมกันเพื่อแสวงหาแหล่งพลังงานที่หลากหลายขึ้น และลงทุนเพื่อพัฒนาพลังงานทางเลือกมากขึ้น แต่ถึงที่สุดแล้ว อียูก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอกอยู่ดี โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG

การแซงก์ชั่นรัสเซีย หลังจากส่งกองทัพบุกยูเครน ส่งผลให้เส้นทางจัดส่งก๊าซแต่เดิมที่ใช้อยู่นานปีใช้การไม่ได้อีกต่อไป อียูพยายามแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เพื่อทดแทน จนสัดส่วนการใช้งานพลังงานสะอาดของอียูในปี 2024 นี้ สูงถึง 30% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด เพิ่มขึ้นมากจากหนึ่งปีก่อนหน้า กระนั้น ก็ยังไม่เร็วพอที่จะบรรเทาภาวะขาดแคลนในระยะสั้น ที่กลายเป็นปัญหาระดับวิกฤตตามมาได้

สภาวการณ์เหล่านั้น ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนในอียูถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นเหตุปัจจัยสำคัญในการทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกลายเป็นสาเหตุสำคัญในการปิดกั้นการบริโภคทั่วทั้งอียู แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ผลักดันให้ต้นทุนของสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานและการบริการ สูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นปัญหา รายงานของสำนักงานสถิติแห่งอียู แสดงให้เห็นว่า ราคาสินค้าในหมวดอาหารในปี 2024 สูงขึ้นกว่าเมื่อปี 2022 ถึง 18% กลายเป็นสาเหตุของความไม่พอใจ ความคับข้องใจของพลเมืองทั่วภูมิภาค

ในส่วนของตลาดแรงงาน แม้อัตราว่างงานของอียู จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.2% เท่านั้น แต่ก็มีปัญหาท้าทายอยู่ในตัวอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่ของการขาดทักษะที่เป็นที่ต้องการ และปัญหาแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับสังคมชราภาพโดยทั่วไป เป็นต้น

ผลก็คือ ภาคอุตสาหกรรมที่จ่ายค่าจ้างสูง อย่างเช่น ภาคอุตสาหกรรมไฮเทคและวิศวกรรม ไม่สามารถว่าจ้างแรงงานมีทักษะอย่างที่ต้องการได้ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมที่จ่ายค่าจ้างต่ำ กลับขาดแคลนแรงงาน เพราะสภาวะสังคมชราภาพและความขัดแย้งภายในอียูว่าด้วยผู้อพยพ

ปมสงครามในยูเครน ทำให้ปัญหาทางเศรษฐกิจในอียูหนักหน่วงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สงครามยืดเยื้อส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณของชาติในอียู ที่จำเป็นต้องจัดสรรไปช่วยเหลือยูเครน เฉพาะในปี 2024 เพียงปีเดียว ชาติสมาชิกอียูจัดสรรเงินให้กับยูเครนสูงถึง 20,000 ล้านยูโร ซึ่งล้วนแต่ได้มาจากการตัดทอนงบประมาณภายในให้ลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเงบฯลงทุนภายในประเทศ งบฯเพื่อรัฐสวัสดิการและงบฯส่งเสริมนวัตกรรม

เห็นได้ชัดจากตัวเลขสัดส่วนของงบประมาณที่อียูใช้เพื่อการวิจัยและพัฒนาในปี 2024 ที่ลดลงเหลือเพียง 7% ของเงินลงทุนเพื่อการนี้ รวมทั่วโลกเท่านั้น ตามหลังสหรัฐอเมริกาที่ 26% และจีน 23% แบบไม่เห็นฝุ่น

ปัญหาเศรษฐกิจของอียูในปี 2024 เห็นได้ชัดว่า เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลงลึกและซับซ้อนไม่น้อย สิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ในเวลานี้ก็คือ หวังว่าผู้กำหนดนโยบายของอียูจะได้ตระหนัก และใช้ปีใหม่ 2025 เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ได้ในที่สุด