ดร.นิเวศน์ ขาย EASTW-BAFS เกลี้ยง ลูกสาวซื้อ BCPG 13.5 ล้านหุ้น
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor)
ดร.นิเวศน์ ปรับพอร์ตขายหุ้น EASTW-BAFS เกลี้ยง ลูกสาวซื้อหุ้น BCPG เพิ่ม 13.50 ล้านหุ้น ภรรยาถือหุ้น CPALL-TCAP-MC คงเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพอร์ตหุ้น ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) และครอบครัว ที่มีพอร์ตลงทุนรวมกันเกือบหมื่นล้าน โดยอ้างอิงข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SETSMART) พบว่าในปี 2567 มีการเคลื่อนไหวทั้ง “ขายหุ้นทิ้ง” และ “ซื้อหุ้นใหม่” เพิ่มเข้ามาในพอร์ต โดยประชาชาติธุรกิจได้รวบรวมสรุปรายละเอียดไว้ดังนี้
ดร.นิเวศน์ ขาย EASTW-BAFS เกลี้ยงพอร์ต
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร จากเดิมติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย
- บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) จำนวน 250 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.33%
- บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) จำนวน 14 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.43%
- บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) จำนวน 10 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.60%
- บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) จำนวน 5 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.78%
แต่ปัจจุบันพบว่าเหลือถือหุ้นแค่ 2 บริษัทคือ QH และ TCAP โดยได้ดำเนินการขายหุ้น EASTW และ BAFS ออกไปเกลี้ยงพอร์ต
ลูกสาวซื้อ BCPG เพิ่ม 13.50 ล้านหุ้น
ถัดมาพอร์ตของนางสาวพิสชา เหมวชิรวรากร (ลูกสาว ดร.นิเวศน์) จากเดิมติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหมด 3 บริษัท ประกอบด้วย
- บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) จำนวน 150 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.40%
- บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) จำนวน 10 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.73%
- บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) จำนวน 8 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.76%
แต่ปัจจุบันได้มีการซื้อหุ้นใหม่เพิ่มเข้ามาในพอร์ตคือ บมจ.บีซีพีจี (BCPG) จำนวน 13.50 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.45%
ภรรยาถือหุ้นใหญ่ 3 บริษัทเท่าเดิม
ส่วนนางเพาพิลาส เหมวชิรวรากร (ภรรยา ดร.นิเวศน์) ปัจจุบันยังถือหุ้นใหญ่ 3 บริษัทเหมือนเดิม ประกอบด้วย
- บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) จำนวน 45 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.50%
- บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) จำนวน 10 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.26%
- บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) จำนวน 8 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.76%