Skip to content

ม.ค.68 “จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” วันนี้ที่รอคอย…กทม.พร้อมสุดขีด 50 เขตทั่วกรุง

04 ม.ค. 2568 | 09:40น.
ม.ค.68 “จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” วันนี้ที่รอคอย…กทม.พร้อมสุดขีด 50 เขตทั่วกรุง

เปิดศักราชปี 2568 เปิดประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมคู่แรกในมหานครกรุงเทพ

โดย “กทม.-กรุงเทพมหานคร” ดีเดย์ 22-23 มกราคมนี้ ประกาศความพร้อมรับจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม โดยมีทริกเล็ก ๆ ถ้าหากดีมานด์การขอจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมมีหนาแน่น แนะนำให้ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า

ความหลากหลายในเมืองน่าอยู่

โดย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุความคืบหน้าว่า กทม. ยืนยันความพร้อมจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นวันที่ 22 หรือ 23 มกราคม 2568 ขณะนี้รอกฤษฎีกาตีความอยู่ โดย กทม.เป็นผู้รับจดทะเบียน มีความเตรียมพร้อมต่าง ๆ มาพอสมควรแล้ว แต่เพื่อป้องกันการติดขัดอยากให้ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน

ซึ่ง กทม. เป็นส่วนเล็ก ๆ ของการเดินทางอันยาวนานของการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม เชื่อในความหลากหลาย อยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ต้องโอบกอดเพื่อน ๆ ที่มีความแตกต่างหลากหลายในทุกมิติ

“ตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้ว่าฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 หลังจากนั้นวันที่ 4 มิถุนายน ก็มีไพรด์พาเหรด และมีการส่งเสริมการยอมรับในความหลากหลายทางเพศในที่ทำงาน การจัดไพรด์คลินิก และให้ความรู้ความเข้าใจต่าง ๆ คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปด้วยกันทุกคน ขอบคุณที่ทำให้วันนี้เกิดขึ้นได้ กทม.พร้อมจะดำเนินการต่อให้ดีที่สุด”กทม. จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

50 เขตกรุงเทพฯพร้อมให้บริการ

ถัดมา “พญ.วันทนีย์ วัฒนะ” ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ กทม.ว่า เริ่มแรกคือทำความเข้าใจกับผู้มีหน้าที่กับกฎหมายที่เข้ามาใหม่ มีการประสานกับกรมการปกครองเกี่ยวกับระบบที่จะต้องใช้กับการจดทะเบียนสมรสครั้งนี้ มีการเตรียมเอกสาร

ที่สำคัญคือบุคคล การทำความเข้าใจกับขั้นตอนระเบียบวิธีการ การทวนสอบเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และความเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในการสื่อสารถึงความหลากหลายทางเพศ ตอนนี้ 50 สำนักงานเขตมีความพร้อม และเชื่อว่าจังหวัดอื่น ๆ ก็ต้องมีการเตรียมการในลักษณะที่ไม่ต่างกันเช่นกัน ขอให้ลงทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งในการลงทะเบียนล่วงหน้าจะแจ้งว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง

ทั้งนี้ ตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2567 ที่เป็นที่รู้จักในชื่อ “สมรสเท่าเทียม” เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 เปิดโอกาสให้การสมรสไม่จำกัดเฉพาะชายและหญิง แต่รองรับการสมรสระหว่างบุคคลทุกเพศ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ล่าสุด กทม.มีความพร้อมเต็มที่ในการให้บริการกับผู้ที่จะมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมทั้ง 50 สำนักงานเขต ที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมที่จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน มีการชี้แจงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายที่มาพร้อมกับการสมรสเท่าเทียม รวมถึงการลงทะเบียนล่วงหน้า (Preregister) รวมถึงการอบรม Soft Skill สำหรับเจ้าหน้าที่ 50 สำนักงานเขต ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการที่ครอบคลุมและเคารพความหลากหลายทางเพศ เป็นต้น

นอกจากนี้ แสนสิริได้ร่วมยินดีโดยจัดกิจกรรม “Photo Bus คาราวานรัก Just Married!” คาราวานรถตู้ถ่ายรูป Photo Booth ในรูปแบบรถบัส ส่งต่อความสุขให้ทุกคู่สมรสได้เก็บภาพช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่แสนพิเศษที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครที่เข้าร่วม ในเดือนมกราคมนี้กทม. จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

อายุเท่าไรจดทะเบียนสมรสได้

ทั้งนี้ ในการจดทะเบียนสมรสนั้น จะทำได้เมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

กรณีที่ไม่สามารถทำการสมรสได้ คือ 1.บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ 2.บุคคลสองคนซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ซึ่งความเป็นญาติดังกล่าวมานี้ให้ถือตามสายโลหิต โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 3.ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้ 4.บุคคลที่ยังมีคู่สมรสอยู่

5.หญิงที่ชายผู้เป็นคู่สมรสตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่กับชายได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่มีการคลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือสมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์หรือมีคำสั่งของศาลให้สมรสได้

6.ผู้เยาว์จะทำการสมรสต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย 7.การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย

เรื่องต้องรู้-การเตรียมตัวจดทะเบียน

สำหรับสถานที่รับจดทะเบียนสมรส ได้แก่ สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนเขต และสถานทูต/กงสุลไทยในต่างประเทศ ทุกแห่ง โดยไม่คำนึงถึงภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

โดยเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส มีดังนี้ 1.คนไทยกับคนไทย บัตรประจำตัวประชาชน หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่น ThaiD 2.คนไทยกับคนต่างชาติ บัตรประจำตัวประชาชนคนไทย หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่น ThaiD หนังสือเดินทางคนต่างชาติ หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสที่แสดงว่าไม่มีคู่สมรสในขณะที่จะจดสมรส

และ 3.คนต่างชาติกับคนต่างชาติ หนังสือเดินทาง และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสที่แสดงว่าไม่มีคู่สมรสในขณะที่จะจดสมรส โดยการจดทะเบียนสมรสทั้ง 3 แบบ จะต้องมีพยาน 2 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะ

กรณีผู้สมรสมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครองของผู้เยาว์ด้วย ไม่สามารถมายินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ หากมีสัญญาก่อนสมรสให้นำมาแสดงด้วย กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารตามขั้นตอนของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

สำหรับขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส มีดังนี้ 1.ผู้ร้อง ยื่นคำร้อง คร.1 ต่อนายทะเบียน 2.นายทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมาย หลักฐานที่เกี่ยวข้อง แล้วลงรายการในทะเบียนให้ครบถ้วน 3.ผู้ร้อง ผู้ให้ความยินยอม (ถ้ามี) และพยานลงลายมือชื่อในทะเบียนครอบครัว

4.เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อในทะเบียนครอบครัวและจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ โดยระยะเวลาที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส ประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับการลงรายละเอียดของสัญญาก่อนสมรสว่าผู้ร้องทั้งสองฝ่ายจะให้มีการบันทึกมากน้อยเพียงใด

กรณีจดทะเบียนสมรสในสำนักทะเบียน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ส่วนการจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียน เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาท โดยผู้ขอต้องจัดยานพาหนะให้นายทะเบียนด้วย ถ้าหากผู้ขอไม่จัดพาหนะให้ ผู้ขอต้องชดใช้ค่าพาหนะให้แก่นายทะเบียนตามสมควร

สำหรับการจดทะเบียนสมรส ณ สถานที่สมรส ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้มีขึ้น เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 20 บาท และการคัดสำเนา ค่าธรรมเนียมฉบับละ 10 บาท

สิทธิหลังจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

1.คู่สมรสมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน 2.คู่สมรสมีสิทธิในการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสอีกฝ่าย 3.มีสิทธิจัดการทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส หรือที่เรียกว่าสินสมรสร่วมกัน 4. มีสิทธิรับมรดกของคู่สมรสเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิตไปก่อน มีสิทธิรับเงินจากทางราชการ หรือนายจ้าง เช่น กรณีที่คู่สมรสตายเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือจากการทำงาน (บำเหน็จตกทอด) หรือการรับเงินสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายแรงงาน

5.มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจากผู้ที่ทำให้คู่สมรสของตัวเองเสียชีวิตได้ 6.สามารถเรียกร้องสิทธิของตัวเองได้ตามกฎหมาย เมื่อพบว่าคู่สมรสมีชู้ ก็สามารถเรียกค่าเสียหายได้ทั้งจากคู่สมรสและชู้

7.ได้รับการลดหย่อนค่าภาษีเงินได้ตามเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี 8.คู่สมรสที่ทำความผิดระหว่างกัน เช่น สามีขโมยเงินภรรยา ภรรยาบุกเข้าบ้านสามี ผู้ที่ทำผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย 9.การจดทะเบียนสมรสทำให้คู่สมรสฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายคู่สมรสของตัวเองได้ เช่น หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถูกโจรปล้น คู่สมรสอีกฝ่ายก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแทนได้