คอลัมน์ : สัมภาษณ์
“ผลไม้เมืองร้อน” พืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ปี 2564 ผลไม้หลัก 4 ชนิด ทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง มูลค่าส่งออก 250,000 ล้านบาท โดยปี 2565 จีนเป็นตลาดหลักนำเข้าผลไม้ไทยเป็นอันดับ 1 มีส่วนแบ่งตลาดถึง 41.3% จันทบุรีเสมือนเมืองหลวงผลไม้ไทย ได้มีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนพยายามขับเคลื่อนยุทธศาสตร์มหานครผลไม้ แต่เหมือนต่างคนต่างทำ
ดังนั้น หอการค้าจังหวัดจันทบุรี และ 8 จังหวัดในภาคตะวันออก เล็งเห็นมูลค่าผลไม้เมืองร้อนไทยได้เสนอให้จัดตั้ง “สถาบันผลไม้เมืองร้อนไทย” ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “อุกฤษฎ์ วงษ์ทองสาลี” ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ถึงการตกผลึกจัดตั้งสถาบันผลไม้เมืองร้อนไทย และโอกาสการขับเคลื่อนสู่การเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนแห่งเอเชีย

8 จังหวัดตะวันออกผนึกกำลัง
อุกฤษฎ์เล่าถึง ยุทธศาสตร์มหานครผลไม้ ตามมติ ครม.ปี 2561 ผ่านไปหลายปียังขับเคลื่อนไม่ถึงไหน มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนเข้ามาช่วยวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ เช่น โครงการยกระดับตลาดผลไม้ภาคตะวันออก
ให้เป็นศูนย์กลางผลไม้แห่งเอเชีย ของกระทรวงพาณิชย์ นโยบายขับเคลื่อนอาหารและผลไม้เพื่อผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก Chanthaburi Food and Fruit Valley ในระเบียงอาหารและผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Food and Fruit Corridor-EFFC) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้า จ.จันทบุรีผลักดัน ผ่านงานจันทบุรีมหานครผลไม้ (Fruit Innovation Fair : FIF) เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Creative City of Gastronmy) และอื่น ๆ
แต่ไม่มีการเชื่อมโยงกัน เพราะไม่มีเจ้าภาพหลักรับผิดชอบประสานงานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ได้เสนอแนวคิดการจัดตั้ง “สถาบันผลไม้เมืองร้อนไทย” เพื่อทำงานเชิงโครงสร้างเป็นระบบและมีความชัดเจนเป็นภาพเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กรอ.จันทบุรีและ กกร.กลุ่มภาคตะวันออก 2 (8 จังหวัด) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต่อไปจะนำเสนอแผนให้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา และเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต่อไป หากมีประชุม ครม.สัญจรที่จันทบุรีจะนำเสนอ
“ไม่อยากให้มองว่าสถาบันผลไม้เมืองร้อนเป็นงานที่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชนทำอยู่ แต่เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกร่วมมือกัน นำสิ่งที่ทุกคนมีหรือควรมีต่อเป็นจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉพาะทุเรียน 100,000 ล้านบาทแล้ว
ตอนนี้จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในอนาคต เพราะยังมีความอุดมสมบูรณ์ใช้ต้นทุนต่ำมาก 5-10% ของมูลค่าสินค้าเพื่อทำให้ผลไม้อยู่ในตลาดโลกและได้ขยายช่องทางการตลาด การสร้างแบรนด์สินค้า เพียงแต่จัดระบบโครงสร้างให้ชัดเจนเหมือน ตลาดดอกไม้ที่เนเธอร์แลนด์ ตลาดปลาในญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงระดับโลก”

รุกสู่มหานครผลไม้แห่งเอเชีย
อุกฤษฎ์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการผลิตผลไม้เมืองร้อนสู่การเป็น “มหานครผลไม้เมืองร้อนแห่งเอเชีย” ในเมื่อมูลค่าของผลไม้เมืองร้อนของไทยเป็นหลักหลายแสนล้านบาท ควรมีเจ้าภาพรับผิดชอบที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การจัดตั้ง “สถาบันผลไม้เมืองร้อนไทย” เปรียบเสมือนเจ้าภาพที่จะช่วยขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะมีเจ้าภาพช่วยรับผิดชอบเป็นฟันเฟืองเชื่อมภาครัฐ เอกชน และช่วยซัพพอร์ต ด้านการท่องเที่ยวมีสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อาหารมีสถาบันอาหาร ด้านการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจมี สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.-TCEP)
“ถึงเวลาแล้ว ที่ภาครัฐต้องลงทุนให้เกิดสถาบันผลไม้เมืองร้อนไทย ตอนนี้ทุเรียนอยู่ในช่วง Honeymoon Period ถ้าต่อไปผลิตโอเวอร์ซัพพลาย และทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ตามฤดูกาลอีกต่อไป มีผลผลิตตลอดทั้งปีทั่วประเทศ เป้าหมายตอนนี้มีตลาดจีนประเทศเดียว อันตราย ต้องมองหลายตลาด และไม่ใช่เฉพาะทุเรียน ผลไม้อื่น ๆ เช่นกัน เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมรับความเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้ประเทศไทยมีภาวะเหมือนกับกาแฟปลูกที่บราซิล แต่ไปมีชื่อเสียงที่อิตาลี หรือทุเรียนไปดังที่จีน เพราะแปรรูปเก่ง เราต้องขยับตัวเองเปลี่ยนเป็นผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง (High Product Volume)
เพื่อส่งออก มองผลไม้แปรรูปไม่ใช่ผลไม้เหลือจากบริโภค แต่เป็นการปลูกเพื่อแปรรูปเป็นผลไม้ที่มีคุณภาพ หรือปลูกพืชเพื่อสกัดสารสำคัญเป็นอุตสาหกรรมทางอาหารและยาที่มีมูลค่าสูงไม่ใช่แค่รสชาติ โดยเฉพาะมังคุดหรือพืชสมุนไพรต่าง ๆ”
ขยายตลาดอุตฯยา-อาหาร
โอกาสของผลไม้เมืองร้อนไทยรวมกับพืชสมุนไพร จะเป็นทั้งการขยายตลาดจากจีนไปยังพื้นที่ที่ยังไม่คุ้นเคยทั้งในกลุ่มเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกา และการขยายโอกาสที่ไม่ใช่แค่วัตถุดิบอาหาร ยังมีโอกาสขยายตัวทางอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่าสูง ซึ่งเป็นโอกาสของพืชสมุนไพรภาคตะวันออก หรือสมุนไพรไทยตัวอื่น
เช่น เร่ว กระวาน พริกไทย ซึ่งจันทบุรี เป็น 1 ในเมืองสมุนไพร (Herbal City) ทุกวันนี้พริกไทยใน จ.จันทบุรี ปลูกกันน้อยลง เพราะมูลค่าสู้ทุเรียนไม่ได้ จริง ๆ แล้วหากปลูกพริกไทย กะเพรา เร่ว กระวาน ขมิ้นชัน เพื่อใช้ประโยชน์ทางยาอย่างจริงจัง โดยพัฒนานวัตกรรมการปลูกในพื้นที่ที่ควบคุมโรคได้ เช่น ในกรีนเฮาส์ ปลอดภัยจากโรคและแมลง ลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนสูงเช่นกัน
“การส่งออกผลไม้ยังคงต้องทำคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อช่วยรักษาตลาดที่มีอยู่และโอกาสที่จะขยายตลาดใหม่ ถ้าไม่ทำคุณภาพจะอยู่ใน ‘สงครามราคา’ ตลอด การมีสถาบันผลไม้เมืองร้อนจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของเราในตลาดโลก จะช่วยให้การขับเคลื่อนเต็มตัว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดมรรคผลชัดเจนมากขึ้น
คาดว่าจะใช้เวลา เชิงโครงสร้าง เรื่องกฎหมาย 2-3 ปี ทั้งบุคลากรและงบประมาณตอนนี้หน่วยงานใดทำอะไรได้ทำไปก่อนไม่ต้องรอ โครงการลิฟวิ่งรูมออฟเดอะอีสต์ โครงการพอแล้วดี เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร การจัดงาน มหานครผลไม้ (FIF) แม้กระทั่งการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพงานพืชสวนโลก เป็นจิ๊กซอว์ผสมผสานทำให้เกิดภาพใหญ่”

ตั้งเป้าผุดสถาบันผลไม้ปี 2570
อุกฤษฎ์กล่าวทิ้งท้ายว่า แผนการขับเคลื่อนและเจ้าภาพรับผิดชอบที่ชัดเจนของสถาบันผลไม้เมืองร้อน จะมีตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การวิจัยและพัฒนา เป็นความร่วมมือทางวิชาการ การแบ่งปันข้อมูลองค์ความรู้ 2) การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
3) การตลาดและการส่งเสริมการส่งออก เป็นความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนาส่งออกผลไม้เมืองร้อนไทยไปต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ การรับรองมาตรฐานสินค้า 4) การจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร
5) การฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะให้เกษตรกร การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ การพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตร และ 6) นโยบายกำกับและดูแล การสนับสนุนร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐด้านกฎหมายและการกำกับติดตามและประเมินผลโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาผลไม้เมืองร้อนเพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
“หอการค้าจังหวัดจันทบุรีเสนอการจัดตั้ง ‘สถาบันผลไม้เมืองร้อน’ ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 42 เมื่อ 23 สิงหาคม 2567 โดยหอการค้าแห่งประเทศไทยได้จัดทำ ‘สมุดปกขาว หอการค้าไทย ปี 2567’ เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเป้าหมายการพัฒนา 2567-2570 เพื่อส่งมอบต่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ภาคตะวันออก ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การผลิตผลไม้เมืองร้อนสู่การเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนแห่งเอเชีย”