Skip to content

ปักหมุดสถานที่ท้าลมหนาว ใกล้กรุงเทพฯ แบบไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ

07 ม.ค. 2568 | 17:21น.
ปักหมุดสถานที่ท้าลมหนาว ใกล้กรุงเทพฯ แบบไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ

ไหนใครคิดถึงอากาศหนาวกันบ้าง สุดสัปดาห์นี้มาร่วมเดินทางไปเที่ยวรับลมหนาวใกล้กรุงเทพฯ แต่ทุกคนไม่ต้องเหนื่อยขับรถไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว เพราะ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวม 7 สถานที่ ให้ทุกคนไปสัมผัสอากาศหนาวจับใจ ชมวิวทะเลหมอกสวย ๆ ให้ธรรมชาติช่วยโอบกอดให้ใจฟู ไม่ว่าจะไปพักค้างคืนหรือไปเช้า-เย็นกลับก็ได้ จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลย

1. เขากระโจม

ตั้งอยู่ที่บ้านผาปก ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี อยู่บริเวณฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน สุดชายแดนประเทศไทยทางภาคตะวันตก สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร สามารถขึ้นไปชมบรรยากาศทะเลหมอกที่สวยงามยามเช้า ควรเดินทางไปถึงในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00-06.00 น. เพื่อรอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ยิ่งถ้ามีกาแฟร้อนสักแก้ว บอกเลยฟินสุด ๆ  ยิ่งหมอกเริ่มจาง จะได้เห็นวิวรอบ ๆ ทั้งฝั่งเมียนมาและฝั่งไทย

เขากระโจมเป็นหนึ่งในที่ที่บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะบรรยากาศคล้ายกับบนดอยทางภาคเหนือสุด ๆ ซึ่งระหว่างเส้นทางจะผ่านพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ และขาลงจากเขาสามารถจอดรถแวะเดินเข้าไปชมน้ำตกผาแดงซึ่งมีกล้วยไม้พันธุ์ที่หายาก การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3208 ผ่านตัวอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 15 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายข้างสำนักสงฆ์ผาปก จากปากทางเข้าสำนักสงฆ์ถึงยอดเขาระยะทาง 10 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นอีก 7 กิโลเมตร เป็นเส้นทางลูกรัง ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ระหว่างเส้นทางผ่านทางเข้าน้ำตกผาแดง

เปิดบริการ

  • ขึ้นเวลา 04.00-07.00 น.
  • ลงในเวลา 07.00-09.00 น.
  • ส่วนเวลาตั้งแต่ 09.00-19.00 น.กำหนดให้รถยนต์ขึ้นและลงได้ตามปกติ

2.ยอดเขาเทวดา อุทยานแห่งชาติพุเตย

อุทยานแห่งชาติพุเตย อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นอุทยานฯ แห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอด่านช้าง ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 198,422 ไร่ หรือ 317.48 ตารางกิโลเมตร ความพิเศษของที่นี่ คือ ลานกางเต็นท์ตะเพินคี่  ที่ดึงดูดให้ทุกคนมาร่วมสัมผัส อากาศหนาว  ชมพระอาทิตย์ตก แล้วมาร่วมกางเต็นท์ดูดาวยามค่ำคืน ยิ่งถ้าวันไหนท้องฟ้าโปร่ง จะเห็นดาวสุดลูกหูลูกตา บอกเลยว่าห้ามพลาด

การเดินทาง กรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี (ถนนบางบัว-สุพรรณบุรี) ประมาณ 120 กม. จากตัวจังหวัดสุพรรณบุรี – อุทยานแห่งชาติพุเตย ประมาณ 150 กม. ใช้เวลาถึงลานกางเต็นท์ตะเพินคี่ก็ประมาณ 4 ชม.

เปิดให้บริการทุกวัน 08.00-17.00 น.

3. อุทยานแห่งชาติปางสีดา

ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก สามารถเดินทางไปกลับในวันเดียว หรือจะพักค้างคืนก็ได้ ทางอุทยานฯ มีทั้งบ้านพักและที่กางเต็นท์ภายในอุทยานฯหลายจุดตามความสมัครใจ นอกจากนี้ อุทยานฯ ได้จัดให้มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบผจญภัย เดินชมป่าธรรมชาติ ดูผีเสื้อหลากหลายพันธุ์ มีจุดชมวิวบนทิวเขา ดูทะเลหมอกในยามเช้า และยังมีน้ำตกปางสีดาเป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร น้ำตกผาตะเคียนอยู่ห่างจากน้ำตกปางสีดา ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหน้าผาสูง 20 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดูแลด้านความปลอดภัยเป็นอย่างดี

การเดินทางโดยรถยนต์ 

1. จากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ระยะทาง 256 กิโลเมตร จากอำเภอเมือง โดยสารรถประจำทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3462 สายสระแก้ว – บ้านคลองน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติปางสีดา

2.  เดินทางโดยรถไฟสายตะวันออก กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ เที่ยวแรกออกเวลา 06.00 น. เที่ยวสองออก 13.00 น. ถึงสถานีรถไฟสระแก้ว แล้วนั่งรถโดยสารจากอำเภอสระแก้วถึงที่ทำการอุทยานฯ ดังข้อ 1

 เปิดให้บริการทุกวัน 08.00-17.00 น.

4. เขาพะเนินทุ่ง

เขาพะเนินทุ่ง อยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จุดไฮไลต์สำคัญ คือ ที่นี่อากาศจะหนาวเย็นตลอดปี ประกอบด้วยทิวทัศน์ที่งดงามทั้งยามปกติและยามมีทะเลหมอกในช่วงปลายฤดูฝนและต้นฤดูหนาวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเหมาะแก่การพักแรม โดยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 50 กิโลเมตร บนยอดเขาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าและไม้ต้นเล็ก ๆ  สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 จุดชมวิวเขาพะเนินทุ่ง เป็นจุดที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 900 เมตร มีทิวทัศน์ที่สวยงามและอากาศสดชื่นเย็นสบาย ทำให้ในช่วงเช้าสามารถชมทะเลหมอกได้บริเวณจุดชมวิวของยอดเขาพะเนินทุ่ง

ส่วนที่ 2 ยอดเขาพะเนินทุ่ง เป็นเขาที่สูงประมาณ 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง การเดินเท้าขึ้นยอดเขาพะเนินทุ่งมี 2 เส้นทาง เส้นทางแรกเริ่มจากกิโลเมตรที่ 27.5 ของเส้นทางสายวังวน – พะเนินทุ่ง โดยเดินข้ามลำธารหลายสายก่อนขึ้นถึงยอดเขา ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง อีกเส้นทางหนึ่งเริ่มจากบริเวณกิโลเมตรที่ 30 ของเส้นทางสายวังวน – พะเนินทุ่ง ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง โดยต้องข้ามเนินเขาหลายลูก เป็นแหล่งดูนกป่า โดยเฉพาะนกกะลิงเขียดหางหนาม ซึ่งหากินในบริเวณใกล้เคียง ผู้สนใจต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่ช่วยนำทาง

อุทยานแห่งชาติได้กำหนดเวลาในการใช้เส้นทางสายนี้ คือ จะเปิดให้รถขึ้นเขาขาไป 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเวลา 05.30 – 07.30 น. และช่วงเวลา 13.00 – 15.00 น. สำหรับขาลงมี 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00 – 10.00 น. และช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

5. เขาตะเคียนโง๊ะ

อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นอีกจุดหมายที่สายแคมปิ้งหลายคนต้องเคยมา แต่ยังมีอีก 1 จุด ที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การแวะ  คือ จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ อยู่ใน ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ บนถนนสาย 2258 เพียงแค่ขับรถมาจากพระตำหนักเขาค้อ มุ่งหน้าไปยังทุ่งแสลงหลวง ตรงนี้เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาสูงของเส้นทาง ซึ่งไฮไลต์สำคัญ เราสามารถมาพักกางเต็นท์ชิล ๆ  รอชมพระอาทิตย์ขึ้น มองเห็นวิวทะเลหมอกได้โดยรอบ 360 องศา นอกจากนี้ยังสามารถเห็นทะเลหมอกในบริเวณหุบเขาตะเคียนโง๊ะอีกฟากฝั่งหนึ่งด้วย

นับว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาค้อ ในอดีตเคยเป็นภูเขาที่มีต้นตะเคียนลักษณะโค้งงอโน้มลงสู่พื้นดิน โดยคำว่า โง๊ะ มาจากภาษาอีสาน หมายถึง โค้งงอหรือคดเคี้ยว จึงเป็นที่มาของชื่อเขาแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมองไปเห็นเขาปู่เขาย่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงเขาค้อ ยามเช้าจะเห็นความงดงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นทางด้านเขาย่าได้

 เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งวัน

6. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ถ้าอยากสัมผัสอากาศเย็นสุดขั้วแบบไม่ต้องขับรถไกล ต้องที่นี่ ลานกางเต็นท์ลำตะคอง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นับว่าเป็นจุดใกล้กรุงเทพฯ ที่หนาวจับใจที่สุด ล่าสุดอุณหภูมิเพียง 9.6 องศา นอกจากจะเป็นที่แคมปิ้งแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นอีกมากมาย เช่น เดินป่าศึกษาธรรมชาติ 7 เส้นทาง ระยะทาง 1.2-8 กิโลเมตร ใช้เวลา 45 นาที – 6 ชั่วโมง, ดูนกกว่า 282 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ, ส่องสัตว์ป่ายามค่ำคืน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีสัตว์ป่าในเวลากลางคืน, ถ่ายภาพและวิดีโอกับภูเขาทุ่งหญ้า ป่าเขียวขจี ดอกไม้นานาพรรณ รวมถึงสัตว์ป่าต่าง ๆ

กิจกรรมสุดฮิตในช่วงฤดูหนาว คือ การดูดาว เพียงแค่ใช้สายตาหนึ่งคู่ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์แพง ๆ ก็สามารถดูดาวได้ แม้ว่าจะอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติขนาดนี้ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ที่จอดรถ ไฟฟ้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เปิดให้บริการทุกวัน 06.00-18.00 น.

7. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

หากรู้สึกยังใกล้เกินไป ลองขยับมาอีกนิด มาสัมผัสไอหนาวกลางป่าหินงาม ณ ระเบียงโอโซน ของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ บรรยากาศแสนเย็นสบายท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม เหมาะแก่การพักผ่อนในช่วงฤดูหนาวนี้

อุทยานฯ เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นและชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า พร้อมบริการลานกางเต็นท์และบ้านพักสำหรับผู้ที่ต้องการค้างแรม ท่ามกลางภูมิทัศน์อันโดดเด่นของแท่งหินทรายรูปร่างแปลกตา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมทุ่งดอกกระเจียวสีสดงดงาม ชมทะเลหมอกยามเช้า และถ่ายภาพวิวทิวทัศน์สวย ๆ จากจุดชมวิวระเบียงโอโซน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองที่พักได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โดยเปิดให้บริการทุกวัน 06.00-18.00 น.

การเดินทางโดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านสระบุรีจนถึงบ้านพุแค เลี้ยวขวามาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 จนถึงอำเภอชัยบาดาล แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านกิ่งอำเภอลำสนธิ ก่อนถึงอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร 

จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านอำเภอโนนไทย บ้านหนองบัวโคก บ้านคำปิง เมื่อเลยอำเภอเทพสถิตมาประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร

หน้าหนาวนี้ อย่าลืมออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติให้หายคิดถึง จะไปคนเดียวก็ได้ ไปเป็นคู่ก็ดี หรือไปกับครอบครัวก็ยิ่งอบอุ่น แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังกายและพลังใจ ให้พร้อมกลับไปลุยงานอย่างเต็มที่