ดอลลาร์สหรัฐผันผวน หลังข่าวนโยบายกำแพงภาษีแพร่สะพัด ก่อนที่ดอลลาร์สหรัฐจะกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธข่าวจากหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 7 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (7/1) ที่ระดับ 34.60/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (6/1) ที่ระดับ 34.62/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
คืนวานนี้ ดอลลาร์สหรัฐผันผวนแตะระดับ 107.74 หลังจากที่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกำลังหารือกับคนใกล้ชิดเกี่ยวกับแผนการตั้งกำแพงภาษี โดยมุ่งเล็งเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติหรือความมั่นคงต่อเศรษฐกิจสหรัฐเท่านั้น แทนที่จะเป็นการปรับขึ้นภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล หรือ Universal Tariffs ต่อทุกภาคอุตสาหกรรมในอัตรา 10%-20% ตามที่้ได้ประกาศในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
ก่อนที่ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่ากลับมาเหนือระดับ 108.00 อีกครั้งหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธข่าวจากหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ผ่านช่องทาง Truth Social
นอกจากนั้น วานนี้ (6/1) ตามเวลาเที่ยงนาฬิกาสหรัฐ สภาคองเกรสสหรัฐได้ให้การรับรองอย่างเป็นทางการว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2567 โดยมีรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตที่พ่ายแพ้ให้กับทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมสภาคองเกรสวาระนี้
ในส่วนของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนี PMI ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 56.8 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 23 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 33 เดือนจากระดับ 56.1 ในเดือน พ.ย.
ด้านปัจจัยภายในประเทศ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์การท่องเที่ยวปี 67 ภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 67 มีจำนวนทั้งสิ้น 35,545,714 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 1.67 ล้านล้านบาท
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 6,733,162 คน มาเลเซีย 4,952,078 คน อินเดีย 2,129,149 คน เกาหลีใต้ 1,868,945 คน และรัสเซีย 1,745,327 คน
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวปี 68 ตั้งแต่วันที่ 1-5 ม.ค.พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม ทั้งสิ้น 505,411 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 25,299 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 69,548 คน มาเลเซีย 57,127 คน รัสเซีย 46,752 คน เกาหลีใต้ 28,160 คน และอินเดีย 26,635 คน โดยในวันนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 34.49-34.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.49/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (7/1) ที่ระดับ 1.0377/79 สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (6/1) ที่ระดับ 1.3056/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และเคลื่อนไหวแข็งค่าต่อเนื่องในระหว่างวัน โดยสำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (7/1) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (Core CPI) ของยูโรโซนเดือน ธ.ค. 67 สูงขึ้น 2.7% และ 2.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนและเป็นไปตามคาดการณ์ โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0375-1.0434 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0421/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (7/1) ที่ระดับ 158.14/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (6/1) ที่ระดับ 157.72/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเช้าวันนี้ (7/1) ค่าเงินเยนอ่อนค่าขึ้นแตะ 158.41 เยน ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่เพิ่มสูงขึ้น
และในวันนี้ (7/1) นายคัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นออกมาเตือนนักเก็งกำไรที่เทขายเงินเยนอีกครั้ง หลังเงินเยนอ่อนค่าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เคยทำให้ทางการต้องเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยนเมื่อครึ่งปีก่อน
พร้อมย้ำจุดยืนของรัฐบาลต่อสถานการณ์ตลาดเงินในปัจจุบันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเก็งกำไรของนักลงทุน และพร้อมจะใช้มาตรการที่เหมาะสมหากตลาดผันผวนเกิน ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 157.35-158.41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.61/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISM เดือนธันวาคม (7/1), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือนพฤศจิกายน (7/1), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (8/1), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนธันวาคมจาก ADP (8/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (10/1), ตัวเลขอัตราการว่างงาน (10/1), และตัวเลขอัตรารายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (10/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.75/-6.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.21/-2.59 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ