CNN รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอาจประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระดับชาติ เพื่อใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดโปรแกรมภาษีนำเข้าสินค้าโดยไม่ต้องผ่านความเห็นของรัฐสภา
ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานในวันที่ 8 มกราคม 2025 โดยอ้างคำบอกเล่าของแหล่งข่าวจำนวน 4 คนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกำลังพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระดับชาติ เพื่อให้มีเหตุผลในทางกฎหมายรองรับการสั่งเก็บภาษีศุลกากรแบบทั่วกระดาน ทั้งจากประเทศที่เป็นพันธมิตรและที่เป็นคู่อริ
การประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระดับชาติจะทำให้ทรัมป์สามารถจัดทำโปรแกรมภาษีศุลกากรใหม่ได้โดยใช้รัฐบัญญัติอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (International Economic Emergency Powers Act : IEEPA) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีเพียงฝ่ายเดียวในการบริหารจัดการเรื่องการนำเข้าสินค้าระหว่างภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ต่างจากในภาวะปกติที่อำนาจดังกล่าวเป็นของรัฐสภา
หนึ่งในแหล่งข่าวของซีเอ็นเอ็นระบุว่า ทรัมป์ชื่นชอบกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากกฎหมายนี้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีอย่างกว้างขวางในการกำหนดว่าจะใช้ภาษีศุลกากรอย่างไร โดยไม่มีเกณฑ์เข้มงวดที่จะต้องพิสูจน์ว่าภาษีศุลกากรนั้นจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติอย่างไร
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” แหล่งข่าวอีกคนของซีเอ็นเอ็นที่ทราบเรื่องนี้กล่าว และยอมรับว่ามีการอภิปรายกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับเรื่องการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ
ถึงอย่างนั้นก็ตาม แหล่งข่าวของซีเอ็นเอ็นบอกว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ว่าทรัมป์จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติหรือไม่ ทีมงานของทรัมป์ยังมองหาช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเก็บภาษีนำเข้าตามที่ทรัมป์เสนอไว้ในช่วงหาเสียง
เคลลี แอนน์ ชอว์ (Kelly Ann Shaw) ทนายความด้านการค้าซึ่งเป็นทีมงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจระหว่างประเทศของทรัมป์ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการกำหนดภาษีศุลกากรด้วยเหตุผลต่าง ๆ และมีกฎหมายหลายฉบับรองรับเพื่อให้ทำเช่นนั้นได้ และ IEEPA ก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน
นอกจากนั้น ซีเอ็นเอ็นระบุว่าที่ปรึกษาของทรัมป์กำลังประเมินความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรา 338 ของกฎหมายการค้าของสหรัฐ ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีกำหนดพิกัดการจัดเก็บภาษีใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมอัตราภาษีตามพิกัดเดิม สำหรับสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ที่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ก็มีการพิจารณาทบทวนกฎหมายการค้า มาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทรัมป์ใช้ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนครั้งแรก ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และรัฐบาลของโจ ไบเดน (Joe Biden) ก็ยังคงเรียกเก็บภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ตามที่ทรัมป์ประกาศเอาไว้ และได้เพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปูทางให้ประธานาธิบดีคนใหม่สามารถเพิ่มหรือปรับอัตราภาษีนำเข้าได้ตามที่เห็นสมควร แต่การเรียกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมายนี้ต้องผ่านการสอบสวนของรัฐบาล และบริษัทที่ได้รับผลกระทบก็มักจะล็อบบี้เป็นเวลาหลายเดือนเพื่อไม่ให้ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า
ทั้งนี้ ในปี 2019 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์เคยใช้ IEEPA เพื่อขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกทุกรายการอัตรา 5% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% หากเม็กซิโกไม่ดำเนินการเพื่อลดจำนวนผู้อพยพข้ามพรมแดนเข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย แต่หลังจากนั้นก็มีการเจรจากันได้ และภาษีดังกล่าวก็ไม่ถูกบังคับใช้จริง
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเหมือนหรือต่างจากในอดีตอย่างไร และหากทรัมป์เลือกที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินจริง ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะอ้างเหตุผลใดในการประกาศ