เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ธปท.ชำแหละเศรษฐกิจไทย หนี้ฉุดอำนาจซื้อ-SMEไข้หนัก

07 ส.ค. 2560 | 02:39น.

“วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ไขข้อข้องใจสัญญาณเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวส่งออกดีขึ้น แต่กลุ่ม “ฐานราก-เอสเอ็มอี” ยังน่าห่วง หนี้เสียเพิ่ม-กำลังซื้อทรุด ชี้ปัญหา “หนี้ครัวเรือน” ค้ำคอตัวการใหญ่ฉุดบริโภค เดินแผนสกัดก่อหนี้ใหม่-ตัดวงจรหนี้เก่า พร้อมเตรียมเดินสายถก 4 แบงก์ปิดความเสี่ยงจากปัญหา “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ให้ความสำคัญกับผลตอบแทน

ก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2560 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ในสภาพความเป็นจริงที่ประชาชนทั่วไปสัมผัสอาจแตกต่าง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงข้อเท็จจริงและแนวทางการสร้างเสถียรภาพทางการเงินของประเทศไทยในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สร้างวัฒนธรรมแบงก์

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ ธปท.มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์มีวิธีป้องกันปิดความเสี่ยงที่เกิดจากวัฒนธรรมองค์กร ที่มีพฤติกรรมรับความเสี่ยงมากขึ้น อาทิ การให้ความสำคัญกับผลตอบแทนระยะสั้นมากเกินควร การไม่มีระบบการคานอำนาจที่ดี และโดยเฉพาะการแสวงหาผลตอบแทนแบบไม่คำนึงถึงความเสี่ยง (search for yield) ซึ่งหากทุกธนาคารมีพฤติกรรมลักษณะนี้ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบการเงินของประเทศได้

“ธปท.คงไม่ไปกำหนดว่าแต่ละแบงก์ต้องมีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร เพราะทุกวัฒนธรรมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่จะสร้างความเข้าใจว่าแต่ละวัฒนธรรมองค์กรมีความเสี่ยงอย่างไร และต้องบริหารจัดการปิดความเสี่ยงเพื่อให้แบงก์มีความยั่งยืนอย่างไร โดยเฉพาะในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ และเร็ว ๆ นี้จะนำร่องเดินสายเข้าไปพูดคุยกับ 4 แบงก์ ซึ่งจะมีแถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ส.ค.นี้

“บางสถาบันการเงินอาจจะเป็น Groupthink ที่ทุกคนเห็นตรงกันหมด กระบวนการคานระหว่างฝ่ายบริหารความเสี่ยง และฝ่ายธุรกิจก็ไม่เกิด หรือบางสถาบันการเงินอาจจะมีคนเคาะคนเดียว กระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลก็ไม่เกิด เราก็ต้องทำให้สถาบันการเงินมีวัฒนธรรมองค์กรที่จะปิดประเด็นที่เป็นจุดเปราะบางที่นำไปสู่การรับความเสี่ยงมากเกินควร” นายวิรไทกล่าว

แม้ว่าบทเรียนจากวิกฤตปี 2540 จะทำให้ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาแบงก์ไทยเข้มแข็งมาก แต่ขณะนี้คนที่ผ่านวิกฤตครั้งนั้นมากำลังจะเกษียณหมดใน 3-4 ปีนี้ ดังนั้นช่วงเปลี่ยนผ่านนายแบงก์สู่คนรุ่นใหม่จึงต้องให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมรับความเสี่ยงมากเกินไป

แบงก์ไทยพร้อมรับแข่งขัน

Advertisement

สำหรับในการปรับตัวของสถาบันการเงินไทยกับการเปลี่ยนแปลง ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า สถาบันการเงินไทยมีการปรับตัวได้ดี แบงก์ใหญ่ค่อนข้างเข้าใจ เท่าทัน ตามเทคโนโลยีทัน ในหลายประเทศที่ฟินเทคโตเร็ว เช่นในอังกฤษ บริการ P2P เติบโตมาก ก็เพราะการขอสินเชื่อเอสเอ็มอีใช้เวลา 2 เดือนอนุมัติ ขณะที่เมืองไทยที่บ่นกัน ใช้ 2-3 อาทิตย์ หรือที่ประเทศจีน การทำธุรกรรมในธนาคาร 1 อย่างใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชม. ปัญหาการใช้บริการเลยเปิดโอกาสให้ฟินเทคเกิดขึ้นเยอะ

แต่ของไทยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แบงก์มีการแข่งขัน ดูง่าย ๆ แบงก์ฝรั่งที่เข้ามาก็สู้แบงก์ไทยไม่ได้สักราย และขณะนี้แบงก์ไทยก็เริ่มทดลองบริการใหม่ ๆ

โดยปัจจุบัน ธปท.ได้อนุมัติการเข้าร่วมทดสอบแซนด์บอกซ์ 4 ราย เป็นของแบงก์ 3 ราย นอนแบงก์ 1 ราย โดยแบงก์กสิกรฯขอทำ LG บล็อกเชน ไทยพาณิชย์ทำเรื่องโอนเงินสำหรับรายย่อย ธนาคารกรุงศรีฯทำเรื่องโอนเงินสำหรับ Whole Sale และบัตรเครดิตกรุงไทยทำเรื่อง E-KYC โดยใช้ม่านตาในการยืนยันตัวตน จากที่แบงก์สมัครเข้าร่วมแซนด์บอกซ์ก็สะท้อนได้ว่าธนาคารใหญ่ ๆ อยู่ระหว่างการปรับตัว

ส่วนกรณีที่ธนาคารต้องการขยายออกนอกธุรกิจการเงิน เช่น การเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นายวิรไทกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ฝ่ายฟินเทคของ ธปท. ก็มีหน้าที่ให้คำแนะนำ กฎเกณฑ์กติกาว่าจะต้องคอมพลายยังไง ว่าจะปรับใช้กับกฎเกณฑ์อย่างไร จะมีกระบวนการดูแลผู้บริโภค และความเสี่ยงอย่างไร

“ฐานราก-เอสเอ็มอี” เปราะบาง

ขณะที่ภาพภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน นายวิรไทกล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยขณะนี้มีการฟื้นตัวขึ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจโลก โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกที่เติบโตดีขึ้นมาก ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีแรกก็ขยายตัวได้ดี รวมถึงเม็ดเงินจากภาครัฐเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังกระจุกตัวอยู่มาก โดยประชาชนกลุ่มฐานรากและธุรกิจเอสเอ็มอียังมีความยากลำบาก หากครึ่งปีหลังภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ดีก็น่าจะส่งผลดีกับในวงกว้างได้

“ปีที่แล้วเราเจอภัยแล้ง ภาคต่างจังหวัด ภาคเกษตร ได้รับผลกระทบแรงมาก คนที่พึ่งกำลังซื้อจากต่างจังหวัดก็จะได้รับผลกระทบแรง อีกตัวหนึ่งที่เรายังเห็นไม่ชัด คือ การส่งออกที่ดีขึ้นยังไม่นำไปสู่การจ้างงานเพิ่มมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ค่าล่วงเวลา (โอที) ก็ยังไม่มี ดังนั้นอำนาจซื้อของคนก็ยังไม่ชัดเจน ส่วนตัวฉุดรั้งใหญ่อีกตัว ก็คือ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ระดับสูง ซึ่งโตสูงขึ้นมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา” นายวิรไทกล่าว

“หนี้ครัวเรือน” ฉุดการบริโภค

ผู้ว่าการแบงก์ชาติกล่าวว่า การที่ ธปท.ออกมาเตือนปัญหาหนี้ครัวเรือน และมีมาตรการต่าง ๆ ออกมา เนื่องจากเห็นถึงความเปราะบาง โดยจากฐานข้อมูลรายบุคคลพบว่า คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น มากขึ้น และนานขึ้น แม้ใกล้เกษียณหนี้ก็ยังไม่ลด ตัวอย่างที่น่ากังวล คือ 1 ใน 5 ของคนที่อยู่ช่วงอายุ 29-30 ปี หรือวัยสร้างเนื้อสร้างตัว กลายเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งตรงนี้ยังไม่รวมหนี้นอกระบบ หนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ด้วยซ้ำ

“ถ้ารวมพวกหนี้ กยศ.เข้าไปด้วย จะยิ่งเห็นชัดเลยว่า คนระดับอายุน้อยกำลังมีปัญหา ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลกระตุ้นใส่เงินอะไรเข้าไปก็ไปชำระหนี้หมด ไม่ได้ไปหมุนในระบบเศรษฐกิจ นี่เป็นปัญหาระดับประเทศว่า การกระตุ้นการบริโภคทำได้ยากขึ้น เพราะมีปัญหาหนี้ครัวเรือน” นายวิรไทกล่าว

ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยนับว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะหากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่หนี้สูงกว่าไทย จะเป็นประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย หรือเป็นประเทศที่ร่ำรวยกว่านั่นเอง แต่หากเทียบประเทศที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกันกับของไทย ต้องถือว่าหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่อันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว

ห่วงเอสเอ็มอีแข่งขันไม่ได้

นายวิรไทกล่าวว่า กลุ่มเอสเอ็มอีเป็นอีกกลุ่มที่น่ากังวล โดยเฉพาะเรื่อง “ความสามารถในการแข่งขันที่น่ากังวลกว่าด้านการเงิน” แต่อาการของเอสเอ็มอีที่มีปัญหามักจะสะท้อนผ่านด้านการเงิน เช่น ขอสินเชื่อไม่ได้ หรือเอ็นพีแอลสูงขึ้น เป็นต้น คือวัดไข้แล้วเห็นอาการ

“เอสเอ็มอีดีที่ยังมีศักยภาพ เขาก็ยังได้วงเงิน ดอกเบี้ยก็ถูกลง แต่มีเอสเอ็มอีบางส่วนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพราะโยงกับเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ยกตัวอย่าง แนวโน้มเอ็นพีแอลของเอสเอ็มอี เทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน บางอุตสาหกรรมไปคนละทาง คือขณะที่เอสเอ็มอีเอ็นพีแอลสูงขึ้น แต่ธุรกิจขนาดใหญ่เอ็นพีแอลกลับลดลง เห็นได้ชัดก็กลุ่มพาณิชยกรรม ที่ค้าปลีกรายใหญ่ ๆ กระจายไปทั่วประเทศ นี่ยังไม่รวมว่าพวกนี้จะถูกแทนที่ด้วยอีคอมเมิร์ซด้วย หรือพวกรับเหมาก่อสร้างที่สู้รายใหญ่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยไม่ได้” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

คุมก่อหนี้ใหม่-ตัดวงจรหนี้เก่า

สำหรับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้น นายวิรไทกล่าวว่า คงไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ก็ต้องทำ 3 อย่าง คือ 1.สร้างทักษะความรู้ ความเข้าใจด้านการเงิน เพราะความสามารถในการบริหารจัดการเงินของคนไทยค่อนข้างต่ำมาก ซึ่งจะต้องเร่งสร้างทักษะชีวิตเรื่องนี้ให้กับคนไทยทุกระดับ 2.สถาบันการเงินต้องเข้าใจถึงความยั่งยืนในเรื่องการทำธุรกิจแบบมีความรับผิดชอบด้วย ซึ่งการที่ ธปท.ออกกฎเกณฑ์ใหม่มาคุมเรื่องบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ก็เป็นการตอบโจทย์นี้

และ 3.ต้องช่วยผู้ที่ติดอยู่ในวงจรหนี้ให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ดังกล่าว อย่างที่ ธปท.ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ทำเรื่องคลินิกแก้หนี้ เป็นการนำร่องแก้ปัญหาให้แก่ลูกหนี้รายย่อยที่มีเจ้าหนี้หลายราย ซึ่งล่าสุดมีลูกค้าผ่านคุณสมบัติแล้วกว่า 200 ราย และมีการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไปได้ราว 150 รายแล้ว

“อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรที่กดปุ่มปุ๊บ แล้วหนี้ลดทันที ต้องใช้เวลา 5 ปี 10 ปี” นายวิรไทกล่าว

แม้ที่ผ่านมา สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะดูเหมือนลดลง แต่หากดูข้อมูลเครดิตบูโรจะพบว่า ภาระหนี้ที่ประชาชนต้องจ่ายยังคงมีอยู่ แม้ว่าตัวสถาบันการเงินจะตัดหนี้สูญออกจากบัญชีไปแล้ว และยังรวมถึงการที่หนี้ กยศ. และหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ไม่นับรวมอยู่ในหนี้ครัวเรือนอีกด้วย

“ภาวะหนี้ครัวเรือนเป็นแบบนี้จะไปหวังให้การบริโภคโต หรืออัดฉีดให้โตแบบกระโดดคงไม่ได้” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

อย่างไรก็ดี ในส่วนหนี้ครัวเรือน เป็นการกู้ของบุคคลธรรมดาเพื่อนำเงินไปประกอบธุรกิจ คาดว่ามีสัดส่วนอยู่ราว 20%

นายวิรไทกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างจริงจัง ซึ่งจะต้องครอบคลุมหลายมิติ และมิติที่สำคัญมากคือ ด้านการใช้เทคโนโลยี