เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

SCBX โชว์ผลลัพธ์ 3 ปี “แตกเพื่อโต” หลังปรับโครงสร้าง

17 ม.ค. 2568 | 07:28น.
DR.aruk

DR.aruk

สัมภาษณ์

ผ่านมา 3 ปีแล้ว นับจากเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจจากธนาคารไทยพาณิชย์มาเป็นบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX ที่ประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจหลัก วางเป้าหมายก้าวไปสู่การเป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของภูมิภาค (Tech Company) และเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ได้รับความชื่นชม (The Most Admired) ภายในปี 2570

หนึ่งในแม่ทัพคนสำคัญ “ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เดต้า เอกซ์ จำกัด (DataX) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนล่าสุดว่า หลังจากดำเนินการมาแล้ว 3 ปี (ตั้งแต่ปี 2564) ตอนนี้หรือปี 2568 เป็นต้นไป ถึงจุดที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ โดยปีนี้ธุรกิจใน Gen 2 และ Gen 3 จะเริ่มมีกำไร

โครงสร้างธุรกิจใหม่เริ่มทำกำไร

“ปีนี้จะเป็นปีที่คาดหวังให้ธุรกิจใน Gen 2 และ 3 สามารถ Cover การลงทุนก่อนหน้านี้ และปีถัดไปจะมีกำไรและเป็นบวกได้ โดยจะอยู่ในจุดที่เรียกว่า ‘Neutral’ เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มธุรกิจ Gen 2 มีกำไรแล้ว”

“ดร.อารักษ์” กล่าวว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยขยายตัวบาง ๆ มาหลายปี โอกาสที่ธนาคารจะเติบโตเหมือนในอดีตค่อนข้างยาก เพราะธนาคารเป็นตัวสะท้อนเศรษฐกิจ รวมถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ก็สามารถเข้ามากระทบภาพรวมธุรกิจธนาคารได้

ดังนั้น หากต้องการให้ธนาคารเติบโตยั่งยืน ไม่ควรเปิดรับความเสี่ยงมากเกินไป จึงเป็นที่มาของโครงสร้าง SCBX ที่ประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่ม Gen 1 คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก (Core Business), กลุ่ม Gen 2 คือ CardX, AutoX, Monix, Abacus Digital และ ALPHAX เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) ซึ่งเริ่มมีกำไรแล้ว

และกลุ่ม Gen 3 คือ InnovestX, SCB10X และ TokenX กลุ่มนี้จะเป็นอนาคตในอีก 3-5 ปีต่อจากนี้ แม้ว่าจะมีความเสี่ยง แต่โลกอาจจะหมุนไป เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หรือการเจาะตลาดต่างประเทศ อาทิ การเข้าซื้อธุรกิจ Home Credit หรือการจับมือพันธมิตรในเรื่องของ Virtual Bank เป็นต้น และภายใต้ธุรกิจ 3 Gen ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่หว่านออกมา จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดูแลทั้ง 3 Gen ได้แก่ TECHX, PointX และ DataX

“เดิมธนาคารมีกำไร 100 บาท แต่วันนี้จัดโครงสร้างใหม่ กำไรเพิ่มเป็น 110 บาท เพราะเราดึงต้นทุนและธุรกิจที่ติดลบออกมาอยู่ใน SCBX จึงจำเป็นต้องมีธุรกิจ Gen 2 และ 3 เช่น ธุรกิจ Title Loan หากทำในแบงก์ไม่เกิดแน่ แต่ปัจจุบันผลประกอบการดีมาก เช่น Monix ผลประกอบการดีมาก ๆ และในปี 2568-2569 น่าจะเห็นธุรกิจ Gen 2 และ 3 สามารถ Cover ค่าใช้จ่ายและกลับมาเป็นกำไรได้ ซึ่งโครงสร้างแบบนี้ ทำให้เรากล้าทำของใหม่ ๆ แต่ก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกองค์กรต้องทำแบบนี้”

DataX คือ Data Center

ดร.อารักษ์กล่าวอีกว่า ขณะที่หลังจากมีการจัดโครงสร้างธุรกิจกลุ่มการเงิน SCBX ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและมีหลายนิติบุคคล ทำให้การใช้งานยากและภายใต้กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หากไม่มีการยินยอม จะห้ามใช้ข้อมูลข้ามกัน ซึ่งตอนนั้นไม่มีบริษัทตรงกลางมาดูแลที่ถูกกฎหมายและต้นทุนต่ำ จึงเป็นที่มาของการตั้งบริษัท เอสซีบี เดต้า เอกซ์ จำกัด หรือ DataX มาทำภารกิจหน้าที่จัดโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล เปรียบเสมือนเป็น “Data Center” ของกลุ่ม

ขณะเดียวกันก็จะนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากการเก็บข้อมูลมีต้นทุน สิ่งที่บริษัททำต่อ คือ การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา วิเคราะห์การใช้ผลิตภัณฑ์และการเข้าใจลูกค้า และประกบหน้างานช่วยบริษัทอื่น ๆ และการสร้างแพลตฟอร์ม Generative AI เพื่อให้บริษัทอื่น ๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แบบ Enterprise Solution โดยดูทั้งเรื่องความปลอดภัย และกฎหมายต่าง ๆ และพยายามสร้างแพลตฟอร์มให้ใช้งานง่าย

เตรียมขยายธุรกิจนอกกลุ่ม

ดร.อารักษ์กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ก่อตั้งบริษัทใช้เวลาไปกับการจัดโครงสร้างข้อมูลค่อนข้างมาก แต่ปีนี้บริษัทจะนำไปใช้ประโยชน์ และสร้างแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ ขณะที่บริษัทคาดว่าภายใน 3-5 ปี จะสามารถสร้างธุรกิจนอกกลุ่มได้ เนื่องจากขณะนี้บริษัทมีแผนงานชัดเจน และเริ่มนิ่งแล้ว โดยในปี 2568 บริษัทจะมีการจัดเก็บข้อมูลภายในให้มาอยู่รวมกัน และขยายฐานข้อมูลให้มากที่สุด เพราะในอนาคตใครมีดาต้าเยอะจะเข้าใจลูกค้ามากที่สุด

แม้ว่าระยะสั้นของ DataX จะเน้นเพื่อตอบโจทย์บริษัทในเครือของกลุ่ม แต่ในระยะยาวสามารถต่อยอดและนำไปขายให้บริษัทอื่น ๆ นอกกลุ่มใช้ โดยที่บริษัทมองตัวเองเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี เป็น Tech Company เช่น การนำแพลตฟอร์มที่บริษัทพัฒนาไปให้บริษัทอื่นนอกกลุ่มใช้ที่เจอปัญหาเดียวกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้จากตรงนี้

“ในโครงสร้างธุรกิจคาดหวังว่าในระยะยาวทุกบริษัทจะดูแลตัวเองได้ ทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย โดยเบื้องต้น DataX คือ การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์สูงสุด แต่ในระยะยาว หากเราสามารถทำธุรกิจข้างนอกได้ ก็จะมีรายได้ ซึ่งเราน่าจะเริ่มเห็นได้ภายใน 3-5 ปีหลังจากนี้”

เจียดกำไรลงทุนเทคโนโลยี-R&D

ดร.อารักษ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันจีดีพีประเทศไทยอยู่ที่ราว 18 ล้านล้านบาท แต่หากดูการลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) มีแค่เฉลี่ย 1% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐที่อยู่ที่ 10% หรือเกาหลีใต้ 5% ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องพัฒนาและลงทุนในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะ R&D เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการเติบโตในอนาคต

ซึ่ง DataX ให้ความสำคัญในเรื่องของ R&D เนื่องจากบริษัทมองตัวเองว่าไม่ใช่ผู้ซื้อเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ แล้วต่อยอดเป็นธุรกิจได้ ซึ่ง DataX ถือเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนให้กลุ่มไปสู่การเป็น Technology Company ได้ จากเป้าหมายของกลุ่มที่ต้องการเป็น Regional Financial Technology Group

โดยมีอยู่ 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.การเป็น Regional ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย 2.Technology Group คือไม่ใช่แค่ธนาคาร และ 3.Financial Tech อย่างไรก็ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทั้งนี้ บริษัทจะตั้งงบประมาณในการลงทุน R&D และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ราว 5% ของกำไรสุทธิ เช่น SCBX มีกำไร 4 หมื่นล้านบาท จะเป็นงบฯลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในปีก่อน DataX ลงทุนราว 1,000 ล้านบาท โดยจะเน้นลงทุนใน A, B และ C ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยี Blockchain และ Climate Tech, Cloud เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายการลงทุนที่ค่อนข้างสูง แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่จะสร้างรายได้ในอนาคต

“เราเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ R&D จะเวิร์กหรือไม่เวิร์กก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นการทยอยลงทุน และเป็นการศึกษาทดลอง เช่น ‘ไต้ฝุ่น’ (AI โมเดลภาษาขนาดใหญ่) ก็ถือว่าเป็น R&D อย่างหนึ่ง ซึ่งในระยะสั้นอาจจะเจอแรงกดดันบ้าง แต่จะมีผลดีในระยะยาว เหมือนที่เราลองผิดลองถูกหลังการปรับโครงสร้างมา 2-3 ปีแล้ว ซึ่ง Gen 2 เริ่มแข็งแรงขึ้น และ Gen 3 มีบางส่วนที่ดีแล้ว แต่เรื่องที่เรามองว่ายากที่สุด คือ คน เพราะโลกหมุนเร็วมาก เราจะสร้างเจนใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อให้มาตอบโจทย์กับสิ่งที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีทันอย่างไรภายใต้วัฒนธรรมองค์กรของเรา”